เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
Business AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
Economic สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
Finance LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
Economic กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
Biz Movement กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
Real Estate SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
Real Estate เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
Automotive เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
Real Estate SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
ดูทั้งหมด

เปิดไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่ หลังเลือกตั้ง ประยุทธ์ รักษาการถึง ครม.ถวายสัตย์

14 พ.ค. 2566 | 16:58น.
ไทม์ไลน์เลือกตั้ง 2566

ไทม์ไลน์การเมืองหลังวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 รัฐบาลรักษาการ เปิดประชุมสภา โหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปจนถึงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาล และทูลเกล้าฯรายชื่อคณะรัฐมนตรี

วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานไทม์ไลน์การเมืองหลังเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง และพรรคที่ได้คะแนนรองลงมา จะมีช่วงเวลาในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ประมาณ 2-3 เดือน ทั้งนี้ แบ่งระยะเวลาเป็น 60 วันหลังเลือกตั้ง ตามกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 127 ระบุว่า

ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้ง เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่ง กกต.ต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

ดังนั้น กกต.มีเวลารับรองผลเลือกตั้งจนถึง ช่วงต้นเดือน-กลางเดือนกรกฎาคม 2566 จากนั้นภายใน 15 วันนับแต่ กกต.ประกาศรับรองผล รัฐธรรมนูญมาตรา 121 กำหนดว่า ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก เพื่อประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมสภา จากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี และฟอร์มคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2566 ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการเลือกนายกรัฐมนตรี และการตั้งคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด ซึ่งจะทำให้รัฐบาล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จะรักษาการต่อจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่

สำหรับขั้นตอนการเรียกประชุมรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. จำนวน 500 คน และ ส.ว.จำนวน 250 คน เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ตามมาตรา 272 วรรคแรก โดยต้องได้เสียงสนับสนุนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง หรือไม่น้อยกว่า 376 เสียง

ไทม์เลือกตั้ง 2566 รักษาการไปจนถึงมีนายกฯ และ ครม.ชุดใหม่

  • 14 พฤษภาคม 2566 เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • ภายใน 13 กรกฎาคม 2566 กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ครบ 500 คน
  • ก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม 2566 เปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร โหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
  • ปลายเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2566 โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่
  • ต้นเดือนสิงหาคม 2566 จัดตั้งรัฐบาล ทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันจะยังคงรักษาการต่อไปประมาณ 3 เดือน หลังจากมีการเลือกตั้ง จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ คาดว่าราวต้นเดือนสิงหาคม 2566

ด้านผลที่เกี่ยวข้องกับ ครม. เมื่อพ้นตำแหน่งแต่ยังอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อ (รักษาการ) จนกว่า ครม.ชุดใหม่จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ตำแหน่งต่าง ๆ เอกสารราชการ หรือการรายงานข่าวไม่จำเป็นต้องวงเล็บว่ารักษาการ สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ข้าราชการการเมืองทุกตำแหน่งยังปฏิบัติหน้าที่ได้ และจะพ้นตำแหน่งในวันเดียวกับที่ ครม.พ้นตำแหน่ง คือเมื่อมีการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณของ ครม.ชุดใหม่

ในระหว่างรักษาการหากมีรัฐมนตรีลาออก จะไม่กระทบ ครม.ที่เหลือ ยังสามารถประชุมได้ และนายกรัฐมนตรีก็ยังมีอำนาจในการปรับ ครม.ได้หากมีความจำเป็น ขณะที่เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ครม.จะต้องดำเนินการภายใน 60 วัน นับจากวันที่ ครม.ใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณไปแล้ว

นอกจากนี้ ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม. จะต้องอยู่ในเงื่อนไขต่าง ๆ ดังนี้

1.ต้องไม่อนุมัติงาน หรืออนุมัติโครงการที่สร้างความผูกพันกับ ครม.ใหม่ ยกเว้นจะเป็นเรื่องที่อยู่ในงบประมาณประจำปีอยู่แล้ว

2.ต้องไม่แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ พนักงาน หรือมีการให้พ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กกต.

3.ต้องไม่อนุมัติการใช้งบฯกลาง เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กกต.

4.ต้องไม่ใช้ทรัพยากรหรือบุคลากรของรัฐกระทำการอันมีผลต่อการเลือกตั้ง และไม่ฝ่าฝืนระเบียบของ กกต. เช่น ต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ต้องไม่จัดโครงการที่เป็นการเอาเปรียบ ไม่มีการประชุม ครม.สัญจร ไม่มีการจัดประชุมโดยใช้งบฯของรัฐ เว้นแต่จะจัดตามวาระปกติอยู่แล้ว ไม่โอนงบประมาณเพื่อทำในลักษณะของแจกจ่ายให้ประชาชน และต้องไม่ใช้ทรัพยากรหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น