“บิ๊กตู่” ปราศรัยชี้ที่ผ่านมาประเทศเป็น “อีสุกอีใส” พัฒนาเป็นจุดๆ เตือนอย่าหลงเชื่อนักการเมืองสัญญาจะให้

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นำคณะประกอบด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุสาหกรรม นายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฯลฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ระนอง ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.ชุมพร วันที่ 21 สิงหาคม โดยเวลา 08.45. น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาที่หอประชุมพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) ศูนย์ราชการจังหวัดระนอง เพื่อเป็นประธานสักขีพยานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม โดยมีนายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ให้การต้อนรับ

พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยกับประชาชนประมาณ 1,500 คนว่า ดีใจที่ได้มาระนอง วันนี้ต้องช่วยกันคิดว่าจะพัฒนา 14 จังหวัดภาคใต้อย่างไร ทุกคนทราบดีว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมายาวนาน บางเรื่องมีปัญหานับตั้งแต่ 2534 หลายอย่างมีความเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการแก้ไข จึงต้องมี คสช. ที่เข้ามาแก้ปัญหา เช่น การจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชน เป็นต้น เราต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา และทุกด้าน โดยเฉพาะการบริหารราชการที่ปัญหาสั่งสมมานาน เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีระเบียบและความมั่นคง ไปสู่วิสัยทัศน์และอนาคตของเรา เรามียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่เคยเกิดขึ้นเลย โดยเราจะมีแผนงานร่วมกันทั้งประเทศ ประชาชนจะรู้ล่วงหน้าว่าเรามีการเตรียมการเรื่องใดบ้าง โดยรัฐบาลได้ทำยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทไว้อย่างชัดเจน ต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งมีการพัฒนาเป็นจุดๆ เหมือนเลโก้ หรือตัวต่อ มีปัญหาเหมือนโรคอีสุกอีใส ไม่เชื่อมโยงกัน

“ผมกังวลที่สุดคือปัญหาด้านการเกษตร เพราะเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ซึ่งนับวันรายได้ยิ่งลดลง ผมไม่ได้พูดให้ทุกคนตกใจ แต่ทุกคนต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่อย่างไร ต้องปรับตัว อย่าไปฟังว่าเขาจะให้นี่ให้นั่น สุดท้ายก็จะเกิดเป็นจุดๆ เพราะให้มากเกินความจำเป็น มีปริมาณมากกว่าความต้องการของตลาด ผลิตออกมาแล้วโยนภาระให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบ สุดท้ายจะไม่มีงบประมาณมาทำด้านอื่น ดังนั้นใครพูดอะไรก็จะหลงเชื่อไปหมด และการที่รัฐบาลมาที่นี่เพราะให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง ไม่ว่าจะเป็นถนน เส้นทางรถไฟ ท่าเรือ ทำให้ทุกคนเข้าถึงโอกาส ถือเป็นการช่วยเหลือที่ถูกต้อง”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีหลายโครงการที่จะลงมาในพื้นที่นี้ โดยเป็นการเริ่มต้นในระยะแรก เพื่อความต่อเนื่องเชื่อมโยงจากของเดิม เช่น การเชื่อมต่อถนน เส้นทางคมนาคม สิ่งที่พูดนี้จะต้องเกิดขึ้นในทุกจังหวัด เพื่อความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อทั้งประเทศ เราฝากความหวังไว้กับทุกรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ไม่อยากบอกว่าให้ความหวังกับทุกท่าน แต่เราพร้อมจะให้ข้อเท็จจริงกับทุกคน ว่าอะไรควรเกิดขึ้นบ้างในภาคใต้ โดยจะกำหนดไว้ไหนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนแม่บท ถ้าอนาคตเขาจะเปลี่ยนขึ้นมา ต้องเป็นความเห็นชอบทั้งสองฝ่าย รัฐบาลนี้ไม่ได้มาเพื่อการเมือง แต่เราทำเช่นนี้มาโดยตลอดใน 4 ปีที่ผ่านมา โดยนำแผนงานโครงการของรัฐบาลที่ทำแล้ว มาชี้แจงพูดคุยขอความเห็น และปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการ

“ขอร้องทุกคนอย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ เพราะสำหรับผมแล้ว ไม่จำเป็นต้องขอก็พร้อมให้ ตามเหตุผลและความจำเป็นที่แท้จริง เนื่องจากงบประมาณมีจำกัด อย่าลืมว่าประเทศไทยมี 77 จังหวัด ขอให้ดูว่า 4 ปีนี้เกิดอะไรขึ้นในประเทศบ้าง และอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง รัฐบาลนี้ทำให้ทุกคนได้รับทราบ เพื่อปรับแก้ต่อไปในรัฐบาลหน้าได้ ทุกรัฐบาลควรมีหลักการนี้

เรามีรถไฟมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ระยะทาง 2,500 กว่ากิโลเมตร และจะได้ทำรางคู่เพิ่มมาอีก 600 ร้อยกว่ากิโลฯ รัฐบาลนี้ได้เข้ามาวางแผนจะทำต่ออีก 2,000 กว่ากิโลฯ เกือบเท่าเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา และยังมีแผนจะทำต่ออีกด้วย โดยมีแผนจะทำให้ได้ 4,000 กว่ากิโลฯ นี่เป็นความแตกต่าง ใครจะทำต่อก็ว่ากันมา เพราะผมได้วางแผนไว้ให้ ขอฝากให้ประชาชนช่วยกันดูด้วยว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาอย่างไร เขาจะทำหรือไม่ทำ จะพูดอย่างที่ผมพูดหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องของทุกคน เพราะทุกคนเป็นคนเลือกตั้ง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลพยายามบริหารเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ หากมีการลงทุนหรือหนี้สาธารณะจากการกู้เงินต้องไม่เกินตัวเลขที่กำหนดตามกฎหมาย รัฐบาลระวังทุกตัว มี พ.ร.บ.การเงินการคลัง ฉะนั้น วันหน้า ใครจะบอกว่ามาให้ตรงนี้ตรงนั้นต้องถามว่าจะเอาเงินมาจากไหนด้วย และคงทำไม่ได้แบบเดิม เพราะกฎหมายได้เขียนไว้แล้ว เพื่อไม่ต้องการให้ระบบการเงินการคลังของประเทศเสียหายอย่างที่ผ่านมา ฉะนั้น ใครพูดอะไรก็ฟังด้วย รัฐบาลนี้ไม่ได้รังแกใคร ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และวันนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องเก่าๆทั้งสิ้นก็ไปว่ากันมา แต่ของใหม่อย่าทำอีก ประชาชนต้องกำกับดูแลควบคุมรัฐบาล เพราะท่านเป็นคนเลือกตั้งเข้ามา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใครให้เงินก็เป็นรัฐบาลได้ นั้นแหละท่านทำร้ายประเทศตัวเองในวันหน้า เป็นไปไม่ได้เพราะที่ผ่านมาปัญหามันค้างอยู่เยอะแยะ เงินที่ควรใช้ได้ก็ไปติดอยู่ ตรงนี้ ก็ไปว่ากันตามกระบวนการกฎหมาย ผิดหรือถูกบวกในบัญชีอยู่แล้ว ในส่ิงที่เราต้องทยอยใช้หนี้ ไม่ว่าจะการเกษตรหรืออะไร บางคนบอกทำแล้วก็อยู่ 0.4 แล้วคนที่พูดก็เป็นนักการเมือง แล้วคุณทำให้เขาเป็น 0.4 หรือเปล่า รัฐบาลนี้กำลังทำกำลังบวกเข้าไปทุกมาตรการ และทุกคนต้องทำตามกฎหมาย เวลานี้รัฐบาลลงทุนไม่ได้ เพราะเงินไม่พอ ต้องให้ภาคธุรกิจมาลงทุน ในลักษณะร่วมหรือสัปทาน ต้องคิดแบบนี้ ไม่ใช่รัฐบาลไปเอื้อผู้ผลิตรายใหญ่ หากไม่ทำแบบนี้รัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาดูแลคนจน

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มาการเมือง ถ้าการเมืองแสดงว่าตนทำการเมืองมาตั้งแต่แรก วันนี้ลืมหรือยังความสงบเรียบร้อยที่เกิดขึ้นมา เราไปไหนมาไหนก็ได้ ไม่ติดการประท้วง อย่าให้มันมีอีกแล้วกัน ไม่อย่างนั้นจะทำลายตัวเองไปหมด ที่ทำมา 4 ปีมันจะหายไปทั้งสิ้น การทำการเมืองใหม่ ต้องทำการเมืองที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่การเมืองที่แข่งกันและทำลายซึ่งกันและกัน ตนไม่ต้องการแบบนั้น จะเห็นว่าตนก็พูดอย่างระมัดระวัง แต่ท้ายสุดปัญหามันก็กลับมาที่ตนอยู่ดี ฉะนั้นเราต้องช่วยดูด้วยกัน ยังไงตนก็ทำให้ท่านอยู่แล้ว แต่ต้องขอความร่วมมือจากท่านทุกเรื่อง

 

ที่มา มติชนออนไลน์

Previous articleสกอ. จับมือ 5 ภาคีวิจัย หนุนทุนเทคโนฯการแพทย์
Next article“เก๋ง-เอสยูวี”ประดาบในงาน”บิ๊กมอเตอร์เซล”