สื่อจีนคารวะ “ชาวอู่ฮั่น” ผู้เสียสละ ด้านไวรัสระบาดหนักคร่าชีวิตหมอ 1 ราย

โกลบอล ไทมส์ สื่อของทางการจีนเผยแพร่บทบรรณาธิการความเคารพต่อการเสียสละของ “ชาวอู่ฮั่น” หลังที่ทางการจีนประกาศปิดเมืองดังกล่าวก่อนหน้านี้ เพื่อรับมือต่อการแพร่ระบาดของไวรัส “โคโรน่า” สายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางของมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน โดยมีการระงับระบบการคมนาคมขนส่งทุกช่องทางและห้ามชาวเมืองเดินทางออกจากพื้นที่หากไม่มีเหตุผลจำเป็น โดยส่งผลกระทบต่อชาวเมืองราว 11 ล้านคน

เมืองอู่ฮั่นเป็นเมืองขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเส้นทางคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคกลางของจีน โดยเชื่อมต่อกับเส้นทางสู่ 9 มณฑล ทำให้การปิดเมืองอู่ฮั่นเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เป็นความจำเป็นที่จะต้องทำเป็นควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ถือเป็นการปิดเมืองใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949

บทบรรณาธิการของโกลบอล ไทมส์ระบุว่า “เราขอคารวะอย่างจริงใจต่อการเสียสละของชาวอู่ฮั่น พวกเขาจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคที่ไม่สามารถควบคุมได้นี้” และ “ชาวจีนจะยืนเคียงข้างชาวอู่ฮั่น ชัยชนะของชาวจีนในการต่อสู้เพื่อปกป้องอู่ฮั่น ย่อมหมายถึงชัยชนะของชาติในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคใหม่นี้”

ทั้งนี้ ไชน่า เดลี่รายงานว่า ล่าสุดทางการจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่แพทย์ทหารจำนวน 450 นายและทีมแพทย์ 8 ทีม พร้อมชุดอุปกรณ์การแพทย์เข้าประจำการณ์ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเมืองอู่ฮั่นแล้ว โดยแพทย์บางส่วนมีประสบบการณ์ในการรับมือกับภาวะโรคระบาดอย่าง “ซาร์ส” และ “อีโบล่า” มาก่อนหน้านี้

ขณะที่ โรงแรมมากกว่า 40 แห่งในเมืองอู่ฮั่นต่างให้การสนับสนุนด้วยการเปิดให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าพักฟรีระหว่างการปฏิบัติภารกิจควบคุมโรค

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในเมืองอู่ฮั่นยังคงเข้าขั้นวิกฤต โดยยอดผู้เสียชีวิตในจีนอยู่ที่ 41 ราย และจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันทั่วโลกมีมากกว่า 1,300 ราย เฉพาะในจีนพบผู้ติดเชื้อ 1,287 ราย

ทั้งนี้มีรายงานว่า แพทย์ในเมืองอู่ฮั่นเสียชีวิตแล้ว 1 รายในช่วงเช้าของวันนี้ (25 ม.ค.) จากการติดเชื้อไวรัสและเริ่มล้มป่วยตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ในอู่ฮั่นที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อแล้ว 15 ราย โดยหนึ่งในนั้นมีอาการในขั้นวิกฤต

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ