ลุ้น “ทีแคส” ปี 62 ไม่ซ้ำรอย…แผลเก่า

ประกาศอย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือระบบทีแคส ประจำปีการศึกษา 2562 หลังนักเรียนและผู้ปกครองนั่งลุ้นว่าระบบทีแคสในปี 2562 จะมีหน้าตาอย่างไร

ที่สำคัญ จะแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในขั้นตอนต่างๆ ของระบบทีแคส ปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมาได้หรือไม่…

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ยืนยันว่าทีแคสปี 2562 มีความเปลี่ยนแปลง และสามารถแก้ปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทีแคสปี 2561 ได้อย่างแน่นอน โดย ทปอ.ได้นำปัญหาการรับนักศึกษาผ่านระบบทีแคส ที่เกิดขึ้นในปี 2561 มาหาแนวทางแก้ไขและทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง

โดยได้ข้อสรุปว่า ทีแคสปี 2562 ยังคงคัดเลือก 5 รอบตามเดิม และปรับระยะเวลาการคัดเลือกให้กระชับขึ้น จากเดิม 10 เดือน เหลือ 6 เดือนครึ่ง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ถึงกลางเดือนมิถุนายน 2562 เพื่อให้นักเรียนได้เตรียมความพร้อม ดังนี้

รอบแรก รับด้วยแฟ้มสะสมผลงาน สมัครวันที่ 1 ธันวาคม – 31 มกราคม 2562 ทั้งนี้ มีการกำหนดจำนวนหน้าของแฟ้มสะสมงานไม่ให้เกิน 10 หน้ากระดาษ


รอบที่ 2 การรับโควต้า รับสมัครวันที่ 4 กุมภาพันธ์ – 25 เมษายน 2562 เหตุที่คงรอบนี้ไว้เพราะมีประโยชน์กับมหาวิทยาลัยในภูมิภาค และทำให้นักเรียนอยู่ในพื้นที่

รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน รับสมัครวันที่ 17 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2562 เป็นรอบที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือปรับรูปแบบการยื่นคะแนนการทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และการทดสอบทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ให้สถาบันอุดมศึกษาดึงคะแนนจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลโดยตรง โดยให้ผู้สมัครจะต้องเรียงลำดับ คณะ และสถาบัน ทั้งภายในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) และนอกกลุ่ม กสพท ที่ต้องการได้ 6 อันดับ และ ทปอ.จะประกาศผลการคัดเลือกเพียง 1 อันดับเท่านั้น

นอกจากนี้ รอบที่ 3 ยังลดค่าสมัครลงสาขาวิชาละ 100 บาท และค่าบริหารจัดการสิทธิส่วนกลาง 50 บาท ผู้สมัครที่เลือกทั้ง 6 อันดับ จะมีค่าใช้จ่ายรวมเพียง 650 บาทเท่านั้น

รอบที่ 4 การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์กลาง รับสมัครวันที่ 9 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2562

และ รอบที่ 5 รอบรับตรงอิสระ รับสมัครวันที่ 28 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2562 โดยมหาวิทยาลัยต่างๆ จะส่งข้อมูล องค์ประกอบ เกณฑ์ และเป้าหมายการรับที่จะใช้ในการเข้าเรียนต่อในแต่ละสาขามาให้ ทปอ. เพื่อจัดทำคู่มือรายละเอียดเพื่อเผยแพร่ทางเว็บไซต์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเดือนตุลาคม 2562

“สาเหตุที่ต้องคงการรับทั้ง 5 รอบไว้ เพราะระบบการรับเด็กเข้าเรียนไม่สามารถเปลี่ยนแบบพลิกได้ เด็กต้องมีการเตรียมตัว การปรับระบบครั้งนี้มีการถอดบทเรียนจากทีแคสปี 2561 ทั้งนี้ ทีแคสเป็นระบบที่มีความครอบคลุมคนจำนวนมาก แต่คงไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกคน แต่ ทปอ.พยายามทำระบบให้ดีที่สุดและครอบคลุมคนส่วนใหญ่ โดยในทีแคสปี 2562 จะกำหนดระยะเวลาการสละสิทธิในแต่ละรอบอย่างชัดเจน และการสละสิทธิหลังที่ผู้สมัครยืนยันสิทธิไปแล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกรอบใหม่ จะทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ผู้สมัครต้องวางแผนในการเลือกคณะอย่างรอบคอบ ทปอ.มั่นใจว่าทีแคสปี 2562 จะช่วยแก้ปัญหาการกั๊กที่นักเรียนที่มีคะแนนสูงได้ ทปอ.มั่นใจว่าจะไม่ซ้ำรอยทีแคสปี 2561 อย่างแน่นอน”Ž นายสุชัชวีร์กล่าว

น.ส.สิตางศุ์ แผนสท้าน หรือน้องมอคค่า นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย บอกว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหากับความเปลี่ยนแปลงทีแคสปี 2562 และรู้สึกดีที่ให้เริ่มสมัครรอบแรก รอบแฟ้มสะสมงานตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม มีเวลาให้เตรียมตัวไม่กระชั้นเกินไป จากเดิมที่มีข่าวว่าจะปรับมาเริ่มกระบวนการสอบในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ทั้งนี้ ตั้งใจจะยื่นสมัครตั้งแต่รอบแรก เพราะถือว่าเป็นสิทธิ แต่ไม่ได้คาดหวัง และจะไปยื่นสมัครอีกครั้งในรอบ 3 รับตรงร่วมกัน ซึ่งคิดว่าน่าจะมีโอกาสมากกว่า ตั้งใจจะยื่นสมัครเข้าเรียนในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยขณะนี้มีการเตรียมความพร้อม เรียนพิเศษในวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะวิชา PAT1 วิชาความถนัดทางคณิตศาสตร์ หากผลสอบออกมาคะแนนดี ก็ตั้งใจจะยื่นสมัครเข้าเรียนในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ลำดับต่อมาตั้งใจเลือกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ด้วย

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการสมัครทีแคสรอบที่ 3 มุมหนึ่งก็โอเค ไม่ได้มีปัญหา เพราะให้สิทธิเลือก 6 อันดับ รวม กสพท เข้ามานับเป็น 1 อันดับ แต่ประกาศผลเพียง 1 อันดับ ซึ่งทุกคนมี 1 สิทธิเท่ากัน แต่อีกมุมหนึ่งก็รู้สึกว่าเสียโอกาส เพราะหากประกาศทุกอันดับที่คะแนนถึงเหมือนปี 2561 จะทำให้เรามีโอกาสเลือกมากขึ้น และตัดสินใจเลือกเรียนในคณะที่ชอบที่สุด แต่ในมุมกลับกันก็จะเกิดปัญหากันสิทธิคนอื่น เด็กเก่งสอบติดหลายที่ กั๊กสิทธิคนอื่น เกิดความวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา ก็อาจแก้ปัญหาเดิมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม คิดว่าระบบทีแคสปี 2562 เป็นระบบที่ดีกว่าทีแคสปี 2561 แต่ก็เชื่อว่า ยังจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นบ้าง เพราะเป็นระบบที่เพิ่งปรับใหม่Ž น้องมอคค่ากล่าว

ขณะที่นางณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ หรือคุณแม่ฝน กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าระบบการสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเป็นระบบที่ค่อนข้างวุ่นวาย ทำให้เด็กเกิดความเครียด ซึ่งในส่วนของระบบทีแคส ได้ทราบถึงความวุ่นวายมาบ้าง แต่ไม่ได้กดดันให้ลูกต้องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยให้ได้ โดยได้พูดคุยกับลูกมาตลอด ลูกสาวคนโตขณะนี้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งชั้นปีที่ 2 แล้ว เหลือลูกสาวคนเล็ก เรียนชั้น ม.3 โดยลูกสาวอยากเรียนสายอาชีพ เพราะมองว่าจะทำให้มีงานทำในอนาคตอย่างแน่นอน เนื่องจากทุกวันนี้คนที่จบปริญญาตรี มีจำนวนมากที่ตกงาน ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับการที่ลูกต้องจบมหาวิทยาลัย แต่อยากให้มีโอกาสเลือกเรียนในสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง เพราะทุกวันนี้ช่องทางการศึกษาไม่ได้มีเฉพาะการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น

จากนี้คงต้องลุ้นกันว่าระบบทีแคสปี 2562 จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบทีแคสปี 2561 ได้สะเด็ดน้ำหรือไม่

ซึ่งนอกจากการปรับรูปแบบการคัดเลือกในรอบที่ 3 แล้ว ยังต้องลุ้นกับระบบไอที ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในครั้งที่ผ่านมา จากประสิทธิภาพในการรองรับจำนวนการเข้าสมัครของเด็กพร้อมกันมากๆ ที่ทำได้ไม่มากพอ

จนทำให้ ทปอ.เกือบตกม้าตายกับเรื่องที่อาจไม่ง่าย แต่ก็ไม่ควรพลาดอีก…

 

ที่มา : มติชนออนไลน์