เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

“บอร์ด กพฐ.” เล็งชง “สพฐ.” พิจารณาหลักเกณฑ์รับ น.ร.ปี’63 ให้ร.ร.แข่งสูงทั่วประเทศสอบเข้า 100%

17 พ.ค. 2562 | 16:48น.

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กพฐ. ว่าที่ประชุมได้หารือถึงหลักเกณฑ์การรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 เห็นว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุป พร้อมกับกำหนดเป็นแผนแม่บท เพื่อเกณฑ์การรับนักเรียนจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทุกปี เช่น การรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการกำหนดไว้ที่ 60% เกณฑ์จำนวนนักเรียน 40 คนต่อห้องเรียน เกณฑ์เหล่านี้ไม่ควรจะเปลี่ยนแปลง

นายเอกชัยกล่าวต่อว่า ในประเด็นการรับเด็กในเขตพื้นที่บริการ ที่ประชุมได้หารือว่าไม่ควรไปบังคับโรงเรียนต้องรับเด็กในพื้นที่ 100% ทั้งหมด โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง อาจไม่จำเป็นต้องรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ โดยให้โรงเรียนรับนักเรียนทั่วประเทศเข้ามาเรียนด้วยการสอบ 100% เพราะโรงเรียนกลุ่มนี้ถือเป็นโรงเรียนที่ทำหน้าที่พัฒนานักเรียนเก่งของประเทศ ส่วนโรงเรียนอื่นที่ไม่อยู่ในกลุ่มโรงเรียนแข่งขันสูง สามารถรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการได้เลย แต่หากโรงเรียนเหล่านี้สามารถพัฒนาโรงเรียนให้อยู่ระดับแข่งขันสูงได้ ก็สามารถเปลี่ยนมารับนักเรียนเข้าเรียนโดยการสอบ 100% ได้เช่นกัน

นายเอกชัยกล่าวอีกว่า ดังนั้นโรงเรียนในอนาคตจะมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือโรงเรียน ที่รับนักเรียนจากทั่วประเทศโดยไม่สนใจเขตพื้นที่บริการ เข้ามาเรียนโดยการสอบ 100% และไม่ต้องรับนักเรียนในเขตบริการ เช่นเดียวกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ถือเป็นโรงเรียนแข่งขันสูง จะรับเด็กเก่งๆ มาเรียนเพื่อพัฒนานักเรียนให้มีศักยภาพ และกลุ่มสอง คือกลุ่มที่รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเหมือนในปัจจุบัน โดยจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจน ทั้งจำนวนการรับนักเรียน จำนวนนักเรียนต่อห้อง เป็นต้น หากนักเรียนที่เก่งเข้าไปในโรงเรียนทั่วไป โอกาสที่โรงเรียนสร้างนักเรียนที่มีศักยภาพสูงจะน้อยลง

“ในอนาคตควรแยกประเภทโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนแข่งขันสูง มีโอกาสในการพัฒนานักเรียนที่มีศักยภาพให้เป็นเด็กเก่งมีศักยภาพ ส่วนโรงเรียนที่รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เพื่อให้นักเรียนไม่มีปัญหาของการเดินทางไปเรียน ซึ่งเป็นคนละเป้าหมาย ดังนั้น ต่อไปโรงเรียนดัง เช่น โรงเรียนสวนกุหลายวิทยาลัย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนสตรีวิทยา และโรงเรียนชื่อดังและแข่งขันสูงอื่นๆ รวมทั้งโรงเรียนประจำจังหวัด ควรจะเป็นโรงเรียนที่รับนักเรียนเข้าเรียนด้วยการสอบ 100% ไม่ต้องไปยุ่งกับเขตพื้นที่บริการ เพราะเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพนักเรียนเก่ง เหมือนกับเราเพชรมาเจียระไน” นายเอกชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า วิธีการคัดเลือกโรงเรียนที่จะสามารถรับเด็กด้วยการสอบ 100% จะเป็นอย่างไร นายเอกชัย กล่าวว่า ในเบื้องต้นน่าจะดูได้จากโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ซึ่ง สพฐ.มีตัวเลขอัตราการแข่งขัน และคุณภาพของโรงเรียนอยู่แล้วที่จะเป็นตัวกำหนดโรงเรียน ถือเป็นเรื่องของ สพฐ.ที่จะเป็นผู้กำหนดว่าในอนาคตจะให้โรงเรียนใดสามารถรับนักเรียนได้ทั่วประเทศมาสอบแข่งขันเข้าเรียนได้

“ขั้นต่อไป กพฐ.จะเสนอแนวคิดนี้ให้ สพฐ.พิจารณา ส่วนจะสามารถทำได้ในปีหน้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ สพฐ. อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์บางอย่างมีข้อกำหนดว่าจะต้องประกาศล่วงหน้า 1 ปี แต่มีเรื่องหนึ่งที่ กพฐ.อยากเห็นคือ ไม่อยากเห็นโรงเรียน สพฐ.รับเด็กเข้ามาจำนวนมาก เพื่อทำให้โรงเรียนกลายเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่และได้รับเงินอุดหนุนรายหัวจำนวนมาก ควรมีการกำหนดการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัว เช่น โรงเรียนสามารถรับนักเรียนได้จำนวน 1,200 คน หากเกินกว่านี้จะได้รับเงินอุดหนุนน้อยลง ยิ่งรับนักเรียนมากเงินรายหัวจะได้น้อยลง วิธีนี้จะทำให้โรงเรียนไม่ยอมรับนักเรียนเพิ่ม ซึ่งจะทำให้นักเรียนกระจายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ผู้ปกครองก็ต้องมีการทำความเข้าใจ หากผู้ปกครองเข้าใจว่าโรงเรียนนี้มีการแข่งขันสูง เป็นโรงเรียนที่จะพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้เก่งมากขึ้น หากผู้ปกครองต้องให้ลูกตนเองเข้าไปเรียนในโรงเรียนที่มีสิ่งแวดล้อมเช่นนั้น ก็ให้ลูกไปสอบ แต่ถ้าสอบไม่ได้ก็ยังมีโรงเรียนอื่นรองรับ” นายเอกชัยกล่าว

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กพฐ. สพฐ.