ศธ.เร่งสำรวจฉีดวัคซีนไฟเซอร์เด็ก ระบุนักเรียนพักอยู่จังหวัดไหน ได้ฉีดที่นั่น

ไฟเซอร์
REUTERS/Dado Ruvic/File Photo/File Photo

ศธ.กางปฏิทินสำรวจจำนวนนักเรียนผู้ปกครองยินยอม ฉีด-ไม่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ขีดเส้น 26 ก.ย.นี้ข้อมูลถึงมือศึกษาธิการจังหวัด นักเรียนพักอาศัยอยู่จริงที่จังหวัดไหนได้ฉีดวัคซีนที่จังหวัดนั้น ลดภาระการรับ-ส่งผู้ปกครอง

วันที่ 24 กันยายน 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่จะมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 12-18 ปี ทุกคน ทุกสังกัด กว่า 4.5 ล้านคน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และกรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนตุลาคม 2564 นั้น ในการจัดเตรียมรายชื่อนักเรียนและจำนวนนักเรียน สถานศึกษาต้องดำเนินการ คือ

ตรีนุช เทียนทอง
ตรีนุช เทียนทอง

1.สรุปรายชื่อนักเรียนที่ผู้ปกครองประสงค์ให้ฉีดวัคซีน โดยระบุรายละเอียด ชื่อ-นามสกุล / เลขประจำตัวบัตรประชาชน 13 หลัก /วัน-เดือน-ปีเกิด / ฉีด-ไม่ฉีด พร้อมกับสรุปยอดรวมจำนวนนักเรียนที่ประสงค์จะฉีดวัคซีน ต่อศึกษาธิการจังหวัด

2.ในกรณีสถานศึกษามีนักเรียนในสังกัดที่ประสงค์จะฉีดวัคซีน แต่นักเรียนรายนั้นไม่ได้พักอยู่ในจังหวัดที่ตั้งของสถานศึกษา เช่น สถานศึกษาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่นักเรียนพักอาศัยอยู่จังหวัดอื่น ให้สถานศึกษาจัดทำรายชื่อนักเรียนรายนั้นแยกต่างหากเสนอต่อศึกษาธิการจังหวัด ภายในวันที่ 26 กันยายน 2564 โดยระบุข้อมูลดังนี้ 1) ชื่อ-นามสกุล 2) เลขบัตรประชาชน 13 หลัก 3) วัน-เดือน-ปีเกิด และ 4) อำเภอและจังหวัดที่เด็กไปพักอาศัย


จากนั้นให้ศึกษาธิการจังหวัด เสนอคณะกรรมการจัดเตรียมรายชื่อนักเรียนกลุ่มนี้ เพื่อสรุปรายชื่อนักเรียนและจำนวนนักเรียน และรายชื่อแยกรายจังหวัด ส่งมายังสำนักบูรณาการกิจการการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ภายในวันที่ 28 กันยายน 2564

หลังจากนั้นในวันที่ 29 กันยายน 2564 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สรุปจำนวนนักเรียนที่พักอาศัยในจังหวัดที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสถานศึกษาต้นสังกัดรวม 77 จังหวัด แล้วนำเสนอต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในวันที่ 30 กันยายน 2564 เพื่อให้กรมควบคุมโรค สธ.จัดสรรยอดวัคซีนเพิ่มรายจังหวัด และให้สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่

สำหรับการฉีดวัคซีนของนักเรียนกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้นักเรียนได้ฉีดวัคซีนในจังหวัดที่ตนเองพักอาศัยอยู่ในปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระการรับ-ส่งของผู้ปกครอง ในการเดินทางไปฉีดวัคซีน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ