เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
Economic พาณิชย์ ชงงบ 1,000 ล้านพยุงค่าครองชีพน้ำท่วม ตรึงราคา-เติมผัก ไข่ รับมือกินเจ
อีซูซุลิสซิ่ง พักชำระหนี้ลูกค้า “น้ำท่วม” สูงสุด 3 เดือน
Automotive อีซูซุลิสซิ่ง พักชำระหนี้ลูกค้า “น้ำท่วม” สูงสุด 3 เดือน
“วัชระพล” ลงพื้นที่สามโคก จับตาน้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที เปิดเกณฑ์เยียวยาเกษตร-ประมง
Economic “วัชระพล” ลงพื้นที่สามโคก จับตาน้ำเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที เปิดเกณฑ์เยียวยาเกษตร-ประมง
‘ไชยชนก’ ไม่เชื่อ ‘สุชาดา’ เอี่ยวสแกมเมอร์ จนกว่าจะมีหลักฐาน
Politics ‘ไชยชนก’ ไม่เชื่อ ‘สุชาดา’ เอี่ยวสแกมเมอร์ จนกว่าจะมีหลักฐาน
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
น้ำท่วม ไม่หยุดธุรกิจ DBD เปิด 3 บริการออนไลน์ ช่วยนิติบุคคลพื้นที่ประสบภัย
Economic น้ำท่วม ไม่หยุดธุรกิจ DBD เปิด 3 บริการออนไลน์ ช่วยนิติบุคคลพื้นที่ประสบภัย
คอนเทนต์วายไทยโตแรง DITP เร่งดัน BL-GL เจาะญี่ปุ่น-ไต้หวัน-อาเซียน
Economic คอนเทนต์วายไทยโตแรง DITP เร่งดัน BL-GL เจาะญี่ปุ่น-ไต้หวัน-อาเซียน
GULF – ADNOC ซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน เริ่มส่งปี’70 เสริมพอร์ตเทรดดิ้งเจาะตลาดเอเชีย
Economic GULF – ADNOC ซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน เริ่มส่งปี’70 เสริมพอร์ตเทรดดิ้งเจาะตลาดเอเชีย
โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี
Economic โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี
รัฐบาล เตรียมรับมือน้ำใต้ 10 วันอันตราย สั่งใช้แผนให้เหมาะพื้นที่
Politics รัฐบาล เตรียมรับมือน้ำใต้ 10 วันอันตราย สั่งใช้แผนให้เหมาะพื้นที่
ดูทั้งหมด

อนาคตหุ้นจีน กับมรสุมที่ยังไม่จบ

29 ส.ค. 2565 | 07:01น.

อนาคตประเทศจีนจะเป็นอย่างไร เมื่อมรสุมยังไม่จบ กับ “ชยานนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง บลน.ฟินโนมีนา จำกัด

วันที่ 29 สิงหาคม 2565 เมื่อมรสุมลูกใหญ่ยังไม่พัดผ่านพ้นประเทศจีน ทำให้จีนยังคงเผชิญกับปัจจัยลบมากมายไม่รู้จบ แล้วอนาคตของจีนจะเป็นอย่างไร และนักลงทุนควรรับมืออย่างไร

สัปดาห์นี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ  “ชยานนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนฟินโนมีนา จำกัด มานำเสนอ

Q : หลังจากช่วงมิถุนายนที่ผลผลแทนกองทุนหุ้นจีนรีบาวนด์ขึ้นไปถึง 8% ค่อนข้างสูงเลยปีนี้ แต่ตอนนี้กลับลงมาติดลบอีกครั้ง ตอนนี้จีนเรามองยังไงบ้าง

ประเด็นกดดันที่ทำให้ตอนนี้ตลาดหุ้นจีนยังอาจจะไม่ได้มีจุดกลับตัวในระยะสั้น อย่างแรกเลยคือจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศของเขาทะลุเกิน 2,000 รายขึ้นมา แต่ที่เดชะบุญก็คือผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นมาไม่ได้อยู่ในเขตเมืองที่เป็นเขตเศรษฐกิจ อย่างเช่น เซียงไฮ้ หรือเสิ่นเจิ้น ก็เลยทำให้มาตรการในการล็อกดาวน์ ตลาดก็ยังคาดว่ายังอาจจะอยู่ในวงจำกัด

และถึงแม้จะมีการล็อกดาวน์ก็อาจจะไม่ได้กระทบต่อเศรษฐกิจจีนมากนัก แต่มันก็ยังเป็นบรรยากาศ (Sentiment) ที่ทำให้เห็นว่ามาตรการที่เรียกว่า fast track ก็คือว่าพยายามที่จะ track เจอให้เร็วว่าใครติดเชื้อ ที่นโยบายของจีนคือวิธีตั้งสถานีตรวจให้อยู่ในรัศมีที่ประชาชนจีนสามารถไปถึงและตรวจได้ภายในระยะเวลา 5 นาที มาตรการแค่พยายามที่จะ track เรื่องนี้อาจจะไม่เพียงพอ

ดังนั้น เรื่องนี้จะยังกดดันจีนจนกว่าที่มาตรการ Zero Covid จะหายไป ซึ่งไม่ง่าย  เพราะว่าการจะหายไปได้ แปลว่าประชาชนจีนต้องฉีดวัคซีนแบบไทป์ที่เรียกว่า MRNA ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็คือหลังจากที่เราทราบข่าวตั้งแต่ต้นปีว่าจีนมีพัฒนาตัว MRNA ร่วมกับบริษัท ไบโอเอ็นเทคก็จริง แต่ถึงตอนนี้ก็เงียบมาตลอด เราก็ไม่เห็นข่าวพัฒนาว่าเมื่อไหร่เขาจะฉีดสักที เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยระยะเวลาต้องรอดู อันนี้คือปัจจัยที่หนึ่ง

ปัจจัยที่สองก็คือ ที่มันยังกดดันตลาดหุ้นจีนอยู่ ก็คือว่าเรายังเห็นมาตรการคุมเข้มจากทางฝั่งภาครัฐในการที่เรียกว่าเข้าไปกำกับดูแลบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยี ยังมีอยู่ต่อเนื่อง อย่างช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เราก็ยังเห็นสัญญาณว่าทางฝั่งอเมริกาเองก็มีการอัพเดตตัวแบล็กลิสต์บริษัทที่อาจจะต้องถอดตัวเองออกจากดัชนี  Nasdaq คือต้องย้ายกลับมาเทรดที่จีนก็มีบางตัวแล้ว หลาย ๆ ตัว

และก็ยังมีข่าว อย่างเช่นมีข่าวลือออกมาที่ tencent มีข่าวลือว่าจะขายหุ้น meituan เนื่องจากว่าจะลดแรงกดดันจากทางฝั่งภาครัฐ ตอนที่มีแรงกดดันเรื่องนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็ร่วงทันที แต่พออีกวันหนึ่งข่าวออกมาบอกว่ายังไม่ได้ขาย เป็นแค่ข่าวลือ ก็คืออยู่ในแผนแต่ยังไม่ได้ทำอะไร แต่ก็จะเห็นว่าราคาของหุ้นกลุ่มนี้ก็ยังไม่ฟื้นขึ้น

ซึ่งบวกกับอย่างที่สามก็คือผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 โดยเฉพาะที่เป็นหุ้นกลุ่มหุ้นเติบโต (Growth)  ทั้งหุ้น SoftTech และก็หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ EV หรือรถไฟฟ้าในจีน อย่างล่าสุดก็มีการประกาศตัวงบออกมาในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่ารายได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาด

มันก็เลยเป็นสาเหตุให้ 3-4 ปัจจัยที่บอกมาทั้งหมดมันยังทำให้จีนยังไม่เห็นทิศทางว่าเศรษฐกิจจะฟื้นได้อย่างไร หรือบรรยากาศ (Sentiment) ของตลาดมันจะกลับมาทำให้นักลงทุนมั่นใจที่จะกลับมาซื้อจริง ๆ จัง ๆ ได้หรือเปล่า เรายังจำเป็นต้องรอเวลาอยู่

Q : จำนวนผู้ติดเชื้อของเขาเพิ่มขึ้น อันนี้มันมีโอกาสที่จะทำให้เขาต้องกลับไปปิดประเทศ ปิดเมืองเหมือนครั้งก่อนไหม

ผมคิดว่ามีโอกาส แต่อย่างที่เมื่อกี้บอกไปว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรอบนี้ เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในเขตเศรษฐกิจหลัก ตลาดเลยคิดว่าผลกระทบหรือเอฟเฟ็กต์ต่อระบบเศรษฐกิจมันน่าจะอยู่ในวงจำกัด ไม่เหมือนกับตอนที่ปิดในไตรมาส 2 แต่ว่าเรื่องนี้ผมว่าไม่ได้ทำให้ตลาดลงหนัก แต่มันเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดขึ้นลำบาก

 

Q : ช่วงนี้ที่มันมีประเด็นเรื่องอสังหาริมทรัพย์ในจีน ประเด็นนี้มันน่ากังวลแค่ไหน

มันน่ากังวลตรงที่ผลกระทบ คือธุรกิจอสังหาฯ ในจีนคิดเป็นประมาณ 20% ของ GDP ฉะนั้นถ้ามันล้มไปก็จะมีโอกาสเยอะ ดังนั้น พอมันมีผลกระทบตรงนี้ ผมคิดว่าจีนรู้อยู่แล้วว่าถ้าปล่อยให้ล้ม อาจจะกลายเป็นโดมิโนเหมือนตอนต้มยำกุ้งที่ไทยเจอ หรือเหมือนตอนซับไพรม์ที่อเมริกาเจอ ถามว่ากระทบอะไรในแง่ระยะยาวคือ GDP ของจีนมีโอกาสโตต่ำเป้า 5.5% มีโอกาสไม่ถึงใน 2-3 ปีข้างหน้า อย่างประเด็นเรื่องอสังหาฯ นี้

พอพูดมาถึงตอนนี้ผมกลัวนักลงทุนจะถอดใจว่าอย่างนี้ฉันต้องขายจีนทิ้งเลยหรือเปล่า มุมที่ดีก็คือว่าจีนขาของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้น ล่าสุดข้อมูลจาก: bloomberg เขามีการประมาณการโอกาสในการเกิดเศรษฐกิจถดถอย (recession) จีนมีโอกาสในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยตอนนี้อยู่ที่ประมาณแค่ 10% เท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นตอนนี้โอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยใน 1 ปีข้างหน้า 25% เอาไปเปรียบเทียบกับอเมริกาโอกาสที่จะเกิดเศรษฐกิจถดถอยใน 1 ปีข้างหน้าตอนนี้ 40%

ดังนั้น ถ้าเทียบแบบนี้จะเห็นภาพว่าจีนและไทยโอกาสในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยต่ำกว่า ถามว่าทำไมโอกาสในการเกิดเศรษฐกิจถดถอยต่ำกว่า ถึงแม้ GDP จีนจะต่ำกว่าเป้า เป้าเขาคือ 5.5% ตอนนี้โตได้ประมาณ 3.8% แต่ 3.8% เทียบกับเขตเศรษฐกิจที่อยู่ในกลุ่ม G7 ด้วยกันเองทั้งหมด จีนก็ยังโตดีกว่าอเมริกา ก็ยังโตดีกว่ายุโรป

และจีนมีโอกาสอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า เขายังไม่เจอปัญหาเรื่องเงินเฟ้อกดดันอย่างที่อเมริกาเจอเงินเฟ้อไป 8-9% อังกฤษเจอเงินเฟ้อ 10% 2 ประเทศนี้ทั้งอเมริกา แคนาดา ยุโรป อังกฤษ จำเป็นต้องไล่ขึ้นดอกเบี้ยเร็ว ๆ เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ จีนไม่เจอเรื่องนี้

ดังนั้น คนที่ถือจีนตอนนี้มีลุ้นคือ แต่ว่ามันก็เหลือลุ้นอยู่แค่อย่างเดียว ก็คือลุ้นว่ามาตรการของทางฝั่งภาครัฐจะกลับมาอัดฉีดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราเริ่มพอจะเห็นแล้วบ้าง อย่างเช่นการลดดอกเบี้ยตัว MLF ลงมา การอัดฉีดสภาพคล่องลงเข้าไปบางส่วน ระดับประมาณ 1-3 แสนล้านหยวน เริ่มเห็นบ้าง ซึ่งสิ่งนี้มันจะทำให้ downside ค่อนข้างจำกัด แต่ส่วน upside จะมีหรือเปล่า สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐกิจจีนได้รับแรงกระตุ้นไปแล้ว และเศรษฐกิจฟื้นหรือเปล่า

Q : สำหรับนักลงทุนที่อาจจะสนใจอยากจะซื้อหุ้นจีน ช่วงที่มันปรับฐานลงแบบนี้ เรามองเป็นโอกาสในการเข้าไปซื้อไหม

ถ้ามองเป็นกรอบเวลา (time frame) บอกว่าขอซื้อจีนแบบลงทุนได้พอจะยาว ๆ หน่อย ตอนนี้ที่ฟินโนมีน่าเราแนะนำก็คือ จีนอีวี  ตอนนี้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจีนโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ยอดขายโตระดับ Double กันทุกที่

ดังนั้น สำหรับผมก็คือว่า ถ้าใครที่ชอบธีมอีวี ซึ่งมันเป็นธีมที่อยู่ในมาตรการ Made in China 2025 คือเป็นหนึ่งในเซ็กเตอร์ที่รัฐบาลจีนอุดหนุน ใครลงทุนในจีนช่วงนี้ผมคิดว่าก็ลองดูธีมที่เป็น

China EV อันนี้น่าสนใจ ส่วนถ้าเป็นธีม China Mainland เศรษฐกิจจะฟื้นไหม อันนี้ผมคิดว่าจำเป็นต้องรอตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 กว่าจะมา ส่วนใครที่ลงทุนในจีนที่เป็น SoftTech อย่าง Alibaba, tencent,  meituan, Pinduoduo ผมคิดว่าต้องรอเวลาเลย growth engine หรือ growth story ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในจีนมันหายไป

เพราะฉะนั้น อาจจะมีรีบาวนด์ได้บ้าง แต่โอกาสยาว ๆ แล้วเราอาจจะต้องรอวัฏจักรรอบหน้าที่บรรยากาศของการต่อสู้กันทางด้านการค้านั้นเบาบางลง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองหุ้นจีน เศรษฐกิจจีน