ศูนย์วิจัยกสิกรฯชี้เงินเฟ้อส่อพุ่ง 0.3% หากสถานการณ์โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ ยืดเยื้อ

แฟ้มภาพ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า สถานการณ์โจมตีโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ หากยืดเยื้ออาจจะดันเงินเฟ้อปี’ 62 เพิ่มอีก 0.3%

ทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ 2 แห่งของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 14 ก.ย. 2562 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินผลกระทบของเหตุการณ์นี้ต่อเศรษฐกิจไทยโดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังต่อไปนี้

1.กรณีฐานซาอุดีอาระเบียไม่ได้ใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ ก็น่าจะทำให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ 1-2 สัปดาห์ และทยอยปรับตัวลดลงเข้าสู่ระดับเดิมก่อนเกิดสถานการณ์ โดยคาดว่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 4 เดือนหลังของปี 2562 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.05 จากประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปเดิม ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2562 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 0.84

2.กรณีที่ซาอุดีอาระเบียใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2562 สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นประกอบกับอุปทานน้ำมันดิบโลกที่ลดลงน่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในระดับที่สูงขึ้นมาอยู่ในกรอบ 70-80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในช่วงที่เหลือของปี 2562 โดยอาจจะให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2562 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 1.08 หรือปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศของไทยในปี 2562 เกินดุลลดลงราว 1,231 ล้านดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินผลกระทบจากการเกินดุลการค้าที่ลดลงจะส่งผลต่อเนื่องไปยังอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2562 ให้ลดลงราวร้อยละ 0.2-0.3 ขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐในการดูแลราคาพลังงานในประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเกินดุลการค้าที่ลดลงอาจจะเป็นปัจจัยที่ช่วยบรรเทาแรงกดดันของค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากการเกินดุลการค้าของไทยที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

Previous articleNPL ภาคสหกรณ์ไทย
Next article“สนธิรัตน์” ถก กบง.นัดพิเศษ เล็ง ล้วงเงินกองทุนพลังงาน อุ้ม ราคาขายปลีก