เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.อุตฯ ชงความเห็น ครม. ‘เก็บภาษีสรรพสามิต’ รถ EV นำเข้า ช่วยเหลือผู้ผลิตในไทย
Politics ก.อุตฯ ชงความเห็น ครม. ‘เก็บภาษีสรรพสามิต’ รถ EV นำเข้า ช่วยเหลือผู้ผลิตในไทย
ค่าเงินบาทวันนี้ (3 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.74 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (3 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.74 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
รัฐบาลปิดประตู ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ชี้ไม่เข้าเงื่อนไข
Politics รัฐบาลปิดประตู ‘ทักษิณ’ ยื่นนิรโทษกรรม ชี้ไม่เข้าเงื่อนไข
ครม.สัญจร อุดรฯ จับตา คลังชงขึ้นภาษีรถ EV – ของบ 5.8 พันล้าน ลุยรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท
Politics ครม.สัญจร อุดรฯ จับตา คลังชงขึ้นภาษีรถ EV – ของบ 5.8 พันล้าน ลุยรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท
ESTAR ปลื้ม “สตาร์วิว Mrt ติวานนท์” กวาดยอดขาย 200 ล้าน ขยายวันพรีเซล 7-8 พ.ย.นี้
Real Estate ESTAR ปลื้ม “สตาร์วิว Mrt ติวานนท์” กวาดยอดขาย 200 ล้าน ขยายวันพรีเซล 7-8 พ.ย.นี้
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับลง 1.95% อยู่ที่ 76,703 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับลง 1.95% อยู่ที่ 76,703 เหรียญสหรัฐ
สหพันธ์ขนส่งฯ อัดรัฐลดภาษี B20 “เกาไม่ถูกที่คัน” จ่อปักหลักประท้วง ย้ำปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ
Economic สหพันธ์ขนส่งฯ อัดรัฐลดภาษี B20 “เกาไม่ถูกที่คัน” จ่อปักหลักประท้วง ย้ำปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ
ราคาน้ำมันวันนี้ (3 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (3 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
“ศุภจี“ ลงพื้นที่ครม.สัญจร อุดรฯ เยี่ยม Moc Market หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้
เศรษฐกิจภูมิภาค “ศุภจี“ ลงพื้นที่ครม.สัญจร อุดรฯ เยี่ยม Moc Market หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้
“ศุภจี” ลุยครม.สัญจรอุดรฯ หนุน “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
เศรษฐกิจภูมิภาค “ศุภจี” ลุยครม.สัญจรอุดรฯ หนุน “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 60%
ดูทั้งหมด

“ซิตี้แบงก์” หั่นจีดีพีไทย -6.8% เซ่นพิษโควิด ครึ่งหลังแนะกระจายลงทุนตลาด EM เอเชีย

21 ก.ค. 2563 | 16:10น.

“ซิตี้แบงก์” หั่นจีดีพีไทยปีนี้ติดลบ 6.8% เซ่นพิษโควิด หวั่นยิ่งเปิดประเทศช้าจะกระทบการฟื้นตัวเศรษฐกิจยากขึ้น คาด กนง.คงดอกเบี้ย 0.5% ยาวยันปี 2565 ชี้ครึ่งปีหลังสินทรัพย์เสี่ยงฟื้น แต่ P/E หุ้นไทยแพงในระดับ 18 เท่า แนะนักลงทุนกกระจายความเสี่ยงลงทุนต่างประเทศ เน้นน้ำหนักกลุ่มตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชีย “อุตสาหกรรมเทคโนโลยี-สุขภาพ-กลุ่มโทรคมนาคม-พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ-สกุลเงินเยน-ทองคำ”

นายบุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์ ที่ปรึกษาทางการลงทุน ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลกระทบโควิด-19 ทำให้ธนาคารได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีของไทยปีนี้จากเดิมที่คาดติดลบ 3.5% เป็น 6.8% แต่จะกลับมาบวกได้ 3.5% ในปีหน้า ทั้งนี้ยิ่งไทยเปิดประเทศช้าลงเท่าไหร่จะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยากขึ้น เพราะไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวและส่งออกค่อนข้างมาก โดยมองนโยบายที่จะเห็นในอนาคตคือการกระตุ้นใช้จ่ายผู้บริโภคในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้บ้าง ส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ที่ 0.5% จนกระทั่งถึงต้นปี 2565 ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยที่ปรับลดลงมาก แต่ระดับ P/E หุ้นไทยค่อนข้างแพงปรับขึ้นไปอยู่ที่ 18 เท่า เป็นจุดที่นักลงทุนต้องกระจายความเสี่ยงไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น

ส่วนปีนี้คาดการณ์จีดีพีโลกจะติดลบ 3.5% ก่อนที่จะฟื้นตัวเร็ว 5.5% ในปี 2564 ระดับอัตราเงินเฟ้อปรับตัวน้อยลงอยู่ที่ 1.8% และปีหน้าอยู่ที่ 2.4% ซึ่งอาจใกล้เคียงปี 2562 โดยความเสี่ยงยังเชื่อว่าจะเกิดผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่อง แต่จะน้อยลงจากข่าวการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 และมีความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ และสงครามการค้า ที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้ ถึงแม้ปีหน้ามองว่าจะมีการฟื้นตัวได้ก็ตาม

“ตั้งแต่ไตรมาส 2 สินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ปรับตัวกลับขึ้นมาได้แรง บางอุตสาหกรม เช่น เทคโนโลยีทำจุดสูงสุดใหม่ได้ ดังนั้นเชื่อว่ามีโอกาสที่ตลาดหุ้นในครึ่งปีหลังอาจชะลอตัวแต่น้อยลง เพราะผลตอบแทนของสินทรัพย์เสี่ยงหลายๆ ภูมิภาคปรับตัวขึ้นมาเป็นบวกเล็กน้อย บางประเทศชะลอแต่น้อยลง” นายบุญนิเศรษฐ์กล่าว

ด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกทั้งสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศเกิดใหม่ มีการอัดฉีดเงินโดยรวมประมาณ 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นตัวช่วยทำให้สินทรัพย์เสี่ยงมีการตกน้อยลง ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ จากที่เห็นการฟื้นตัวที่ดีในไตรมาส 2 โดยนโยบายดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำนาน ซึ่งเป็นนโยบายการเงินที่ค่อยหนุนเพื่อลดภาวะผลกระทบของการระบาดโควิด-19 ส่วนนโยบายการคลังเป็นอีกส่วนที่ช่วยได้มาก เพราะเม็ดเงินที่รัฐบาลแต่ละประเทศใส่เข้าไปเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมีมากถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นถ้ารวมเม็ดเงินทั้งหมด 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยทำให้ตลาดและสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ มีความผันผวนน้อยลง

ส่วนผลประกอบการกำไรต่อหุ้นทั่วโลกโดยเฉลี่ยเชื่อว่าจะลดลงประมาณ 50% ในปีนี้ จากที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกมองลดลง 18% โดยเรามองว่าความเสี่ยงยังคงมีอยู่ค่อนข้างมาก ในขณะที่อัตราปันผลทั่วโลกจะลดลง 35% แต่ทั้งนี้จะมีบริษัทที่ทดทานต่อภาวะโควิดได้ดี เช่น กลุ่มเทคโนโลยี และ เฮลธ์แคร์ ที่ยังจ่ายปันผลได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย รวมทั้งบริษัทอื่นๆ ที่มีเงินสดจำนวนมาก โดยค่าเฉลี่ย P/E ของตลาดหุ้นทั่วโลกระยะยาวมองว่าจะอยู่ที่ 17 เท่า ถือว่าไม่แพงจนเกินไป ยังสามารถกระจายการลงทุนได้ โดยในภูมิภาคเอเชีย P/E อยู่ประมาณ 16.3 เท่า ยังถูกกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นทั่วโลก

ขณะที่ราคาน้ำมันปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 40-45 เหรียญต่อบาร์เรล และปีหน้าค่อยๆ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากโควิด-19 ทำให้ดีมานด์ในตลาดลดน้อยลง ทั้งนี้ทั้งนั้นดีมานด์ในตลาดค่อยๆ เพิ่มขึ้น จะเกิดความสมดุล จึงเชื่อว่าราคาน้ำมันได้พ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ส่วนด้านราคาทองคำมองดอกเบี้ยที่ต่ำมาก และการทำ QE ของแต่ละประเทศใหญ่ๆ ทำให้เกิดภาวะเม็ดเงินล้นระบบ นักลงทุนสนใจลงทุนในทองคำมากขึ้น จึงมองเป็นเทรนด์ขาขึ้น คาดเป้าราคาทองคำปีนี้อยู่ที่ 1,700-1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปีนหน้าอยู่ที่ 1,925 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนค่าเงินต้องจับตาเป็นพิเศษเพราะยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในปีนี้คาดยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในระยะกลางถึงระยะยาวจากปัจจัยการขยายงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อตอบสนองสภาพคล่องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนกรอบความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทไทยคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 31.0-31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ธีมการลงทุน แบ่งเป็น 4 ธีม 1.ลงทุนกระจายความเสี่ยงลดความผันผวน  2.ลงทุนบริษัทที่มีการเติบโตที่ดี 3.ลงทุนในตราสารหนี้ที่ยังคงให้ดอกเบี้ยที่ดี 4.ลงทุนในสิ่งที่ปลอดภัย โดยให้น้ำหนักในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชียและกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สุขภาพ กลุ่มโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลไลเซชั่น รวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สกุลเงินเยน ตลอดจนการลงทุนในทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่ำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) ซิตี้แบงก์