อนุกรรมการป.ป.ส.เห็นชอบ ผ่อนปรน “พืชกระท่อม” ปลูก-เคี้ยวได้ “ยาบ้า”ยังคงบัญชี 1 ยาเสพติด

คณะอนุกรรมการกฎมาย ป.ป.ส.เห็นชอบ “กระท่อม” ให้ผ่อนปรน ให้ปลูก – เคี้ยวกระท่อมได้ ส่วนกัญชาใช้ได้ทางการแพทย์ ยาบ้า ยังคงบัญชียาเสพติดประเภท 1 แต่ “แอมเฟตามีน” รอดูความเหมาะสมเข้าบัญชี 2

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคาม ผ่านมา พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน ครั้งที่ 2/2560 พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากสำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ กรมการปกครอง สำนักงานตํารวจแห่งชาติ ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย องค์การเภสัชกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมกันพิจารณามาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเมทแอมเฟตามีนและอนุพันธ์

รายงานข่าวระบุว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้ดำเนินการศึกษาและมีข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการในการควบคุมที่เหมาะสมเกี่ยวกับพืชเสพติดก่อน ได้แก่ กัญชง (เฮมพ์) พืชกระท่อม กัญชา ตามลำดับ และดำเนินการเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งผลการศึกษาเกี่ยวกับมาตรการในการควบคุมพืชเสพติดได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีผลการศึกษา ดังนี้ 1. กัญชง (เฮมพ์) ยังคงกำหนดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยคณะกรรมการ ป.ป.ส. ได้เห็นชอบในมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการปลูกกัญชงหรือเฮมพ์เพื่อส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งกลไกการควบคุมโดย ศอ.ปส.จ. ในพื้นที่ 9 จังหวัด 23 อำเภอ ที่ได้มีการอนุญาตให้ปลูกกัญชง (เฮมพ์) ภายใต้การกำกับดูแลและกลไกการควบคุมของ ศอ.ปส.จ. 2.พืชกระท่อม กำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 แต่ผ่อนปรนให้สามารถใช้แบบวิถีชาวบ้าน และเปิดช่องให้สามารถขออนุญาตศึกษาวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น 3.กัญชา กำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยจะเปิดช่องให้สามารถขออนุญาตศึกษาวิจัยกัญชา ได้สะดวกมากขึ้นเช่นเดียวกับพืชกระท่อม ซึ่งหลักการนี้ได้นำไปกำหนดไว้ในร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว

รายงานข่าวยังระบุว่า ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาและแสดงความเห็นเกี่ยวกับมาตรการในการควบคุม “เมทแอมเฟตามีน” เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมเมทแอมเฟตามีนและอนุพันธ์ เบื้องต้นที่ประชุมได้มีข้อเสนอที่จะควบคุมเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้าและไอซ์) เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ต่อไป ส่วนอนุพันธ์ของเมทแอมเฟตามีนตัวอื่น ๆ เช่น แอมเฟตามีน ที่ปัจจุบันมีการใช้ในทางการแพทย์อยู่บ้างในต่างประเทศเพื่อรักษาโรคสมาธิสั้น จะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่งว่าสมควรจะควบคุมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 หรือควบคุมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์ได้ โดยมีมาตรการในการควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น หากมีการกำหนดมาตรการในการควบคุมอนุพันธ์ของเมทแอมเฟตามีนบางชนิด เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 หรือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เพื่อให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอจากคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวที่มีการประชุมทาง ป.ป.ส.จะนำเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณา และเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่นพิจารณาและเห็นชอบอีกครั้ง ในส่วนของกัญชงและกัญชา ได้เสนอต่อครม.ไปแล้วยังคงเหลือ พืชกระท่อม ที่คณะอนุกรรมการฯมีมติเห็นชอบ โดยการผ่อนปรนให้นำไปใช้ในวิถีชาวบ้านได้ คำว่าวิถีชาวบ้านก็คือ ปลูกไว้ในบริเวณบ้านได้ นำมาเคี้ยวได้ แต่นำมาใช้แปรรูปส่วนผสม 4 คูณ 100 หรือสะสมไว้เป็นจำนวนมากไม่ได้ สำหรับยาบ้า ยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน ยังคงอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 1 เหมือนเดิม แต่ในส่วนของอนุพันธ์ของเมทแอมเฟตามีน นั้นที่ประชุมได้เสนอให้ศึกษาวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อแนวโน้มในการปรับบัญชียาเสพติด จากบัญชียาเสพติด ประเภท 1 มาอยู่ในบัญชี 2 หรือใน พ.ร.บ.วัตถุออกฤิทธิ์ ซึ่งตอนนี้อยู่รวมกันหมดยังไม่ได้แยก

 


ที่มา : มติชนออนไลน์