เปิดผลศึกษาธุรกิจ “การเงิน” ยืนหนึ่งใช้ AI พลิกเกมแข่งขัน

ETDA

“ETDA” ร่วมกับ “สวทช.” เผยผลศึกษาความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI เผย “การเงิน-การศึกษา-หน่วยงานภาครัฐ” เน้นใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทต่อทุกภาคส่วน ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและเร่งพัฒนานโยบายเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยมีแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565-2570) เป็นกรอบในการดำเนินงานของทุกภาคส่วนเพื่อส่งเสริมให้ประเทศเกิดประยุกต์ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันให้คนไทยเกิดการประยุกต์ใช้งาน AI ตามหลักธรรมาภิบาล ETDA จึงร่วมมือกับ สวทช. โดยเนคเทค (NECTEC) เดินหน้าโครงการศึกษาความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI สำหรับบริการดิจิทัลอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ความพร้อมของการประยุกต์ใช้ AI ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเล็งเห็นถึงโอกาสที่จะนำผลการศึกษาไปต่อยอดและพัฒนานโยบาย แผนการดำเนินงาน แนวทางปฏิบัติ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ”

การศึกษาครั้งนี้ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลจาก 3 ส่วน คือการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้แทนหน่วยงาน/องค์กร การประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการวิเคราะห์และจัดทำเป็นมาตรการเสนอแนะต่อไป

จากผลการศึกษาของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 565 ราย พบว่า 15.2% มีการนำ AI มาใช้งานแล้วในองค์กรแล้ว 56.65% มีแผนที่จะนำมาใช้ในอนาคต และ 28.15% ที่ยังไม่มีแผนที่จะใช้ AI โดยองค์กรที่มีการประยุกต์ใช้งาน AI มีเป้าหมายสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหรือการให้บริการขององค์กร (50%) ใช้ในการบริหารจัดการภายในองค์กร (43%) และเพิ่มรายได้ให้แก่องค์กร (36%)

นอกจากนี้ คณะผู้ศึกษายังแบ่งระดับความพร้อมขององค์กรในการใช้ AI ตามเกณฑ์คะแนนของกรอบการศึกษาได้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

1. มีความเข้มแข็งในการใช้งาน AI (Competent) คะแนนมากกว่า 83%
2. มีความพร้อมในการนำ AI ไปใช้งาน (Ready) คะแนน 67-83%
3. มีความตระหนักและเริ่มนำ AI ไปใช้บ้างแล้ว (Aware) คะแนน 33-66%
4. ไม่มีความตระหนัก/อยู่ในช่วงเริ่มต้นเรียนรู้ (Unaware) คะแนนน้อยกว่า 33%

โดยคะแนนรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 45.3% อยู่ในระดับ Aware และเมื่อเจาะลงไปในรายธุรกิจ พบว่า กลุ่มธุรกิจที่มีความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ทุกด้าน 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มการเงินและการค้า (64.9%) กลุ่มการศึกษา (57.7%) และกลุ่มการใช้งานและบริการภาครัฐ (57.3%)

จะเห็นว่ากลุ่มการเงินและการค้ามีความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI โดดเด่นกว่ากลุ่มธุรกิจอื่น ซึ่ง ดร.กัลยา อุดมวิทิต รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนึ่งในคณะผู้ศึกษา ให้เหตุผลว่า “การเงิน” เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญกับชีวิตของผู้คนในหลากหลายมิติ ซึ่ง AI เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในการขยายขีดความสามารถในการให้บริการและการพัฒนาระบบการทำธุรกรรมให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น


“ส่วนตัวมองว่า การนำ AI มาใช้ในภาคการเงิน ช่วยในเรื่องของการเพิ่มบริการและผลิตภาพทางธุรกิจจากข้อมูลที่สถาบันการเงินได้รับ รวมถึงประเด็นของการคุกคามทางไซเบอร์มีมากขึ้น การใช้ AI จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยตั้ง ‘กำแพง’ ในการป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ เช่น ระบบสแกนหน้าเมื่อต้องโอนเงินจำนวนมาก ก็เป็นการนำ AI ในรูปแบบของการประมวลผลด้วยภาพ (image processing) มาใช้งาน”