“Boxed” ซื้อยกกล่องถูกกว่า สตาร์ตอัพขวัญใจพนักงาน

คอลัมน์ สตาร์ตอัพ “ปัญหา” ทำ “เงิน” โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

เวลาซื้อของเข้าบ้าน หลายคนเลือกเหมาเป็นแพ็ก หรือซื้อยกลังจากห้างค้าส่งไปเลย เพราะมักได้ราคาถูกกว่าและไม่ต้องเสียเวลาไปบ่อย ๆ แต่ปัญหาคือ ไม่ใช่ทุกคนจะมีเวลาหรือมีรถขับฝ่าจราจรไปซื้อของ และการต้องขนของอีนุงตุงนังขึ้นรถสาธารณะก็ไม่ใช่สิ่งน่าอภิรมย์นัก

Boxed คือ สตาร์ตอัพที่เกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ เพราะเป็นห้างค้าส่งออนไลน์ที่ขายของราคาประหยัด ไม่ว่าจะสั่งมากแค่ไหนก็มีบริการส่งถึงบ้าน ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายปีเหมือนห้างค้าส่งทั่วไป แถมมีตัวอย่างสินค้าให้เลือกสั่งไปทดลองใช้มากมาย

สินค้าของ Boxed มีทั้งของกิน ของใช้ เครื่องดื่ม สินค้าแม่และเด็ก ไปจนถึงอาหารสด บางตัวขายแยกชิ้น บางตัวขายเป็นแพ็ก หากซื้อเกิน 49 เหรียญ มีบริการส่งฟรีถึงบ้าน สินค้าทั่วไปจะถึงมือลูกค้าภายใน 2 วัน หากเป็นสินค้าสด เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ หรืออาหารแช่แช็ง มีบริการส่งด่วนภายในวันเดียว

“Boxed” ก่อตั้งโดย “เช ฮวง” หนุ่มอเมริกันเชื้อสายจีนไต้หวันในปี 2013 พร้อมเพื่อน 3 คน ใช้ห้องครัวที่บ้านของฮวงในนิวเจอร์ซีย์เป็นออฟฟิศ มีโรงรถหลังบ้านเป็นที่เก็บและแพ็กสินค้า ตอนเริ่มต้นฮวงและเพื่อนดีใจแทบตาย หากวันไหนมีออร์เดอร์เข้ามา 30-40 ลัง ทำไปสักพัก “ฮวง” บอกทีมว่า เป้าหมายต่อไปคือต้องทำให้ได้เดือนละ 3,000 ลัง ตอนนั้นเพื่อน ๆ ที่นั่งเบียดกันในห้องครัวแอบกรอกตาเบ้ปากกันเป็นแถว

“ฮวง” คิดว่าหน้าที่เขาในฐานะผู้นำ คือ การกำหนดเป้าหมายและทำให้ทีมเชื่อว่าไม่ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรคอะไร พวกเขาจะฝ่าไปได้ด้วยกันเสมอ และด้วยความเชื่อและทัศนคติแบบนี้ ทำให้ Boxed สร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่ของตนเองได้ในอีก 4 เดือนต่อมา และภายใน 4 ปี ระดมทุนได้กว่า 132 ล้านเหรียญ และมีคลังเก็บสินค้า 4 แห่ง มีพนักงานประจำกว่า 200 คน มีรายได้เพิ่มจากปีละ 8 ล้านปี 2014 เป็น 100 ล้านเหรียญในปี 2016

บริการของ Boxed นอกจากจะถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในเมืองแล้ว ยังเป็นที่นิยมของคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลด้วย เพราะไม่ต้องนั่งรถข้ามเมืองไปช็อปปิ้งอีกต่อไป Boxed ยังมีแคมเปญ Same Product, Same Price รณรงค์ให้หยุดการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรมต่อสินค้าของสตรี (pink tax) เพราะสินค้าของผู้หญิงมักมีราคาสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันของผู้ชาย เช่น มีดโกน 108% โรลออน 8% และครีมอาบน้ำ 10% ทั้งรณรงค์ให้แก้กฎหมายในบางรัฐที่กำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้า “ฟุ่มเฟือย” ทำให้ลูกค้าต้องเสียภาษีเพิ่ม 5-7% (tampon tax) โดย Boxed จะลดราคาสินค้าประเภทนี้ 9% อัตโนมัติ เพื่อชดเชยให้ลูกค้า ทำให้ได้ใจลูกค้ากลุ่มผู้หญิงไปได้เยอะ

อีกเหตุผลที่ Boxed เป็นสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ คือ สไตล์และทัศนคติในการบริหารของ “ฮวง” ซีอีโอหนุ่มวัย 33 ปี Boxed ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในปี 2016 ไม่ใช่เพราะมีออฟฟิศเก๋หรือทันสมัยที่สุด แต่เพราะวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการสร้างทีมเวิร์กที่ดี และน่าจะเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัพดาวรุ่งไม่กี่แห่งที่มีทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้ลูก ๆ พนักงานประจำทุกคน แถมมีเงินช่วยค่าแต่งงานอีกคนละ 20,000 เหรียญ

เพราะโตมาในครอบครัวชนชั้นแรงงาน “ฮวง” รู้ดีว่า การศึกษาคือเครื่องมือที่จะช่วยให้คนที่อยู่ฐานรากพีระมิดอย่างเขาขยับสถานะทางสังคมได้ เขาจึงตัดสินใจควักกระเป๋าตนเองจ่ายเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้ลูกพนักงานประจำทุกคนมาตั้งแต่ปี 2015 ส่วนเงินช่วยงานแต่ง มาจากตอนที่เขาบังเอิญรู้มาว่า มีพนักงานในโกดังคนหนึ่งต้องเอาเงินเก็บค่าแต่งงานไปจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ ทำให้ไม่มีเงินเหลือไว้แต่งงาน “ฮวง” เลยเชิญพนักงานกับคู่หมั้นสาวให้มาที่ออฟฟิศแล้วมอบเงินค่างานแต่งงานให้ ทำเอาทั้งคู่น้ำตาซึมท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนร่วมงาน

นับจากนั้น “ฮวง” ก็กำหนดให้เป็นนโยบายของบริษัทที่จะช่วยออกค่างานแต่งให้พนักงานประจำทุกคน “ฮวง” เน้นเสมอเรื่องการสร้าง one team culture ไม่ว่าจะเป็นซีอีโอหรือพนักงานก็ชงกาแฟกินเองในแพนทรีเดียวกัน ใช้ห้องน้ำรวมเหมือนกัน และตัวเขายังหมั่นไปเยี่ยมศูนย์เก็บสินค้าบ่อย ๆ เพราะพนักงานกว่า 80% ของบริษัททำงานที่นั่น ซึ่งช่วยทำให้พนักงานรู้สึกว่าเป็นส่วนสำคัญของทีม

ถามว่า “ฮวง” ได้อะไรจากการทำเช่นนี้ คำตอบคือได้ใจพนักงานไปเต็ม ๆ ตั้งแต่เปิดบริษัทมามีพนักงานลาออกไม่ถึง 10 คน การมีพนักงานที่จงรักภักดี เป็นเรื่องหายากมากในธุรกิจสมัยใหม่ แต่การรักษาพนักงานดี ๆ ให้อยู่กับบริษัทไปนาน ๆ เป็นการลงทุนระยะยาว บริษัทใดทำได้จะมีต้นทุนการบริหารที่ต่ำกว่าบริษัทที่มีพนักงานลาออกบ่อย ๆ

ท่ามกลางกระแสข่าวลบของสตาร์ตอัพดังหลายแห่งในไม่กี่ปีมานี้ ทั้งในเรื่องสวัสดิการพนักงานไปจนถึงความเหลื่อมล้ำทางเพศ แนวทางการทำธุรกิจสไตล์ Boxed ที่ใส่ใจลูกค้า รับผิดชอบสังคม และดูแลพนักงานไปพร้อมกัน น่าจะเป็นทางออกและตัวอย่างที่ดีให้วงการสตาร์ตอัพ


อย่างที่ “ฮวง” ชอบพูดเสมอว่า “ซีอีโอต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ทำงานคนเดียวไม่ได้ ถ้าวันไหนถูกโดดเดี่ยวก็เป็นแค่ ?โนบอดี้? ดังนั้นถ้ารักจะโต ต้องโตไปพร้