เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
การศึกษา สมาคมนักข่าวฯ อบรม“AI For Journalists” หลักสูตรพื้นฐานยกระดับการใช้งาน AI นักข่าวภูมิภาค
รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
Politics รัฐบาล ไร้งบโครงการใหม่ช่วย ‘กัมพูชา’ แจง 18 ล้านดอกเบี้ยสัญญาเดิม
นายกฯ ทำบุญวันเกิดปีที่ 60 ‘ประยุทธ์ – คุณหญิงพจมาน’  ส่งแจกันอวยพร
Politics นายกฯ ทำบุญวันเกิดปีที่ 60 ‘ประยุทธ์ – คุณหญิงพจมาน’ ส่งแจกันอวยพร
ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
Automotive ยามาฮ่า คว้า ‘แจ็ก มิลเลอร์’  WorldSBK 2027-2028
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ดูทั้งหมด

ราชบุรีดึงอีสานสกัด ASF ห่างไทย 8 กม. ลงขันซื้อหมูชายแดนมุกดาหาร-ขอรัฐ 500 ล.ไร้ผล

25 ก.ค. 2562 | 13:27น.

ราชบุรีผนึก 16 จังหวัดอีสานสกัดโรค AFS พร้อมนำเงินกองทุนชดเชยฯจากราชบุรีหนุนทัพหน้า ให้ยืมซื้อหมูจากผู้เลี้ยงรายย่อยติดชายแดนในมุกดาหาร หลังโรคระบาดหนักแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว อยู่ห่างไทยแค่ 8 กม. หวังสร้าง buffer zone ก่อนโรคแพร่ระบาดเสียหายยับทั้งระบบ 2 แสนล้าน เผยวิ่งพบ รมช.ประภัตร ลุ้นของบฯรัฐ 500 ล้านบาท ซื้อหมูจากผู้เลี้ยงรายย่อยริมโขง 1 ล้านตัว แต่คงอีกยาวไกล เหตุวาระแห่งชาติ 1 ปียังไร้ผลทางปฏิบัติที่ควรจะเป็น

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงในวงการผู้เลี้ยงสุกร 6 ภาค เนื่องจาก “โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร” (African Swine Fever หรือ ASF) ได้แพร่ระบาดมาประชิดติดชายแดนไทยเพียงไม่กี่กิโลเมตร โดยเฉพาะ 3 จังหวัด สปป.ลาว ที่ติดกับชายแดนภาคอีสานของไทย คือ สะหวันะเขต สาละวัน เวียงจันทร์ และ 5 จังหวัดในกัมพูชาที่ติดกับชายแดนภาคตะวันออกของไทย ได้แก่ รัตนคีรี ตโบงฆมุม สวายเรียง ตาแก้ว กันดาล ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่โรคจะระบาดเข้าสู่ประเทศไทย

ส่งผลให้ผู้เลี้ยงในจังหวัดราชบุรี ที่เปรียบเสมือน “เมืองหลวง” ของคนเลี้ยงสุกร ลงขันเพื่อจัดตั้ง “กองทุนชดเชยและป้องกัน ASF” ขึ้นมา ขณะที่ “วาระแห่งชาติ” ที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2561 ไม่ได้รับการตอบสนองในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง

นายสัตวแพทย์วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และประธานสหกรณ์การเกษตรปศุสัตว์ราชบุรี จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไปพบนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้นำเงินงบประมาณ 300-500 ล้านบาทไปใช้ซื้อลูกหมูจากผู้เลี้ยงรายย่อยใน 16 จังหวัด บริเวณริมแม่น้ำโขงที่มีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา และ สปป.ลาว ประมาณ 1 ล้านตัว เพื่อสร้างเขตกันชน (buffer zone) ที่ชายแดน เนื่องจากกำลังเกิดการระบาดหนักใน 2 ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้โรค ASF เกิดการระเบิด เนื่องจากผู้เลี้ยงรายย่อยส่วนใหญ่ไม่มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) ซึ่งนายประภัตรตระหนักถึงปัญหา และให้กรมปศุสัตว์รวบรวมข้อมูลอยู่ ระหว่างนี้ผู้เลี้ยงต้องร่วมมือร่วมใจลงขันช่วยเหลือกันเองไปก่อน

วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย

“บทเรียนการระบาดของโรค ASF ไล่ตั้งแต่ยุโรป รัสเซีย จีน มาถึง สปป.ลาว และกัมพูชา จุดอ่อนของการแพร่ระบาด คือ ความไม่ร่วมมือกัน เกิดความเห็นแก่ตัว มีการลักลอบเชือดหมูไปขายทำให้เกิดการกระจายของโรคอย่างรวดเร็ว การแพร่ระบาดในจีน ‘ล้มเหลว’ เพราะคิดว่ารัฐบาลปกครองโดยระบบคอมมิวนิสต์จะควบคุมป้องกันโรคได้ แต่ใช้เวลาเพียง 4 เดือนระบาดไปทั่วประเทศ หรือในเวียดนามแพร่ระบาดจากฮานอยไปโฮจิมินห์เพียงคืนเดียว”

นายแพทย์วิวัฒน์กล่าวว่า นี่เป็นเหตุให้ผู้เลี้ยงสุกรในราชบุรีระดมทุนกันอย่างรุนแรง เพราะราชบุรีจะเกิดการระบาดของโรคไม่ได้ ถ้าราชบุรีเกิดโรคระบาดเท่ากับเสียเมืองหลวง เท่ากับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรทั้งห่วงโซ่มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทจะได้รับผลกระทบ ดังนั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี และสหกรณ์การเกษตรปศุสัตว์ราชบุรี จำกัด จึงมีมติเอกฉันท์ร่วมมือร่วมใจกันหาแนวทางป้องกันเป็น “ราชบุรีโมเดล” และพร้อมใจจัดตั้งกองทุน โดยเก็บเงินจากผู้เลี้ยงที่มีแม่พันธุ์ 30 บาท/แม่ และหมูขุน 5 บาท/ตัว คาดว่าจะได้เงินประมาณ 15 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติได้ทำหนังสือถึงผู้เลี้ยงทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในการส่งเงินสมทบเข้ากองทุน โดยข้อมูลจากกรมปศุสัตว์รายงานว่า ปัจจุบันมีแม่หมูทั่วประเทศ 1.4 ล้านตัว หมูขุน 24 ล้านตัว มีเกษตรกร 196,000 ราย คาดว่าน่าจะเก็บเงินได้ประมาณ 100 ล้านบาท แต่คงไม่เพียงพอไปซื้อหมูชายแดนทั้งหมด แต่ซื้อได้เพียงบางส่วน ปัจจุบันราคาหมูขุนตัวละ 5,000 บาท ก็จ่ายให้ผู้เลี้ยงรายย่อยตัวละ 5,500 บาท เพื่อจูงใจก่อน และหากโรคเข้ามาเกิดการระบาดต้องฝังทำลาย สามารถนำเงินจากกองทุนนี้ไปจ่ายชดเชยให้ผู้เลี้ยงรายย่อยก่อน เพราะเงินชดเชยจากภาครัฐยังไม่มีการหารือกัน

“อย่างตอนนี้การระบาดของโรคใกล้สุดอยู่ที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว อยู่ห่างจากจังหวัดมุกดาหารเพียง 8 กม. มีแม่น้ำโขงกั้น ดังนั้น จึงได้หารือกับนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดินแผน 2 ถึงความเป็นไปได้ในการซื้อหมูจากผู้เลี้ยงรายย่อยในรัศมี 1 กม. บริเวณด่านประเพณี (ช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน) 3 แห่งในมุกดาหารที่เป็นจุดเสี่ยงมาบริหารจัดการ โดยทางราชบุรีอาจจะให้ยืมเงินไปก่อน เพราะสมาคมภาคอีสานจะนัดคุยเรื่องการจัดตั้งกองทุนในวันที่ 25 ก.ค.นี้ และหากรอเงินงบประมาณจากภาครัฐคงไม่ทัน”

สำหรับข้อมูลด่านชายแดนทั้งหมด มีด่านหลักที่อยู่ติดกับกัมพูชา 8 ด่าน ขณะที่มีด่านย่อยอีก 168 ด่าน ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ย้ายเจ้าหน้าที่จากกองสารวัตรและด่านกักกันจากทั่วประเทศไปเฝ้าตามด่านทั้งหมดแล้ว

 

“ผู้เลี้ยงอีสาน” รุกประชุมใหญ่รับมือ

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ เจ้าของบริษัท สิทธิภัณฑ์ฟาร์ม จำกัด และบริษัท สุขพรหมมาศ จำกัด จ.ชัยภูมิ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ตอนนี้บริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในภาคอีสานถือว่าเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความเสี่ยงที่สุด ดังนั้น ในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ได้นัดประชุมสมาชิก 20 จังหวัด เพื่อเตรียมหารือถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อนำเงินไปชดเชยรายย่อย ซึ่งตั้งเป้าว่าอาจจะเก็บแม่พันธุ์ 20 บาท/ตัว หมูขุน 5 บาท/ตัว โดยปัจจุบันแม่หมูในภาคอีสานรวมทั้งหมดประมาณ 186,000 ตัว ในสัดส่วนนี้แบ่งเป็นของเครือ ซี.พี. และเครือเบทาโกร รวมกันประมาณ 50% หมูขุน 1.2 ล้านตัว จึงคาดว่าจะเก็บเงินได้ประมาณ 10 ล้านบาท

“เวลาเกิดโรคระบาดรัฐบาลจะมีเงินช่วยเหลือ 75% ของมูลค่า ทางสมาคมจะนำเงินของภาคเอกชนไปสมทบให้ผู้เลี้ยงรายย่อยได้ครบ 100% เพื่อมีแรงจูงใจรีบแจ้งเวลาเกิดโรคระบาดเข้าไปในฟาร์ม จะได้ไม่เกิดการลักลอบเคลื่อนย้าย ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงที่สุดเลย เพราะหากมีการลักลอบจะเป็นตัวกระจายโรคให้ลุกลามไปมากที่สุดเลย”

โดยจังหวัดที่มีแม่พันธุ์มากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ขอนแก่น โดยจังหวัดที่มีผู้เลี้ยงรายย่อยมากสุด เช่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์

นายสิทธิพันธ์กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ข่าวการแพร่ระบาดออกไป เริ่มเห็นภาพการลดลงของการเลี้ยงในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม 2562 มีการเทขายออกมากขึ้น เนื่องจากไม่อยากจะเสี่ยง พอขายได้ก็รีบขาย ส่งผลกระทบให้ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มลดลงอย่างรวดเร็วมากถึง 10 บาท จาก 75 บาทต่อกิโลกรัม ตอนนี้เหลือ 64-65 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุน 62-64 บาทต่อกิโลกรัม

แหล่งข่าวจากวงการสุกรเปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้เลี้ยงสุกร 3 รายใหญ่ของประเทศ ได้แก่ เครือ ซี.พี. น่าจะมีแม่หมูรวมกันประมาณ 3 แสนแม่ หรือคิดเป็นสัดส่วน 30% ของปริมาณการเลี้ยงทั้งประเทศ ส่วนเครือเบทาโกร และไทยฟู้ดส์ฯ น่าจะใกล้เคียงกันรายละประมาณ 1 แสนแม่