เอสเอ็มอีภูธรเร่งปรับตัวด่วน แรงงาน-บัญชีเดียว-ภาษีที่ดิน

รองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลางแนะเอสเอ็มอีเร่งปรับตัวรับมือกติกาการค้า กฎหมายภาษีที่ดินฯ ใช้แรงงานต่างด้าวจดทะเบียนถูกต้อง พร้อมต้องทำบัญชีเดียวยื่นสรรพากร-ธนาคาร เริ่ม ม.ค. 2561

นายสมภพ ธีระสานต์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยว่า แม้ว่าประเทศไทยได้รับการจัดลำดับประเทศที่น่าลงทุนโดย World Economic Forum จากอันดับที่ 36 มาเป็นลำดับที่ 34 หรือเป็นที่สามในเอเชีย รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย และตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.7 เป็นร้อยละ 3.2 ก็ตาม แต่ค่าเงินบาทยังคงแข็งตัว และธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 1.5 ซึ่งดูเหมือนเศรษฐกิจจะดีขึ้นแต่เป็นภาพปกติในทางธุรกิจ เพราะปลายไตรมาสที่ 3 ยอดการผลิตและยอดส่งออกจะสูง เนื่องจากต่างประเทศจะสั่งซื้อสินค้าไปเตรียมจำหน่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ต่างประเทศมีการสั่งซื้อสินค้ามากกว่าปีก่อน โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และที่สำคัญคือตลาดจีน โดยเฉพาะกลุ่มคนมีฐานะดีจะนิยมอุปโภคบริโภคสินค้านำเข้า จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

นายสมภพกล่าวอีกว่า การทำธุรกิจในปี 2561 มีเรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมตัวหลายประการ เช่น การใช้แรงงานต่างด้าว ซึ่งแรงงานไทยขาดแคลน ต้องใช้แรงงานที่จดทะเบียนถูกต้องหรือแรงงานนำเข้าแบบ MOU ซึ่งแรงงานสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้อย่างเสรี จึงต้องแข่งขันกันในการดูแลแรงงานให้มีความภักดีต่อองค์กร

ขณะเดียวกันการเพิ่มต้นทุนด้านแรงงานดังกล่าว จะเร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการหันไปปรับปรุงใช้เครื่องจักรมากขึ้น

ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ไม่มีทุนพอ จะต้องเร่งปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพของแรงงานเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ได้ และยังมีเรื่องการทำบัญชีเดียว ที่ธนาคารต่าง ๆ จะใช้บัญชีที่ผู้ประกอบการยื่นต่อสรรพากร โดยจะต้องเริ่มลงทะเบียนให้ถูกต้องตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 เพื่อเริ่มฐานการพิจารณาในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คือ ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. … (มีการยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และ พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508) ซึ่งกำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นผู้ประเมิน ซึ่งมีความแตกต่างกันแต่ละแห่ง จึงจะใช้ราคาประเมินที่ดินและการประเมินอาคารของสถานประกอบการต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลให้สถานประกอบการต่าง ๆ ต้องมีภาระในการชำระภาษีบำรุงท้องที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 5-8 เท่า ดังนั้นผู้ประกอบการต่าง ๆ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี จึงต้องเตรียมปรับตัวอย่างแรงกับกฎหมายฉบับนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. … อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช.ในวาระที่ 2 โดยล่าสุดได้ขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก 60 วัน จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2560


ขณะที่กระทรวงการคลังคาดว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวจะสามารถประกาศใช้ และเริ่มจัดเก็บภาษีได้ในปี 2562