‘เซ็นทรัล‘ เดินเครื่องพร้อมพัฒนาพื้นที่รีเทลสนามบิน ‘อู่ตะเภา’ หลังร่วมทุนสิงคโปร์คว้าสัมปทาน

‘เซ็นทรัล‘ เดินเครื่องพร้อมพัฒนาพื้นที่รีเทลสนามบิน ‘อู่ตะเภา’ หลังร่วมทุนสิงคโปร์คว้าสัมปทาน

ผู้สื่อข่าว ‘ประชาชาติธุรกิจ’ รายงานว่า หลังจากเปิดให้เอกชนเข้ามายื่นซองราคาเพื่อให้เข้ามาบริหารจัดการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) และกิจกรรมพื้นที่เชิงพาณิชย์ประเภทร้านค้าและบริการ และประเภทอาหารและเครื่องดื่มในสนามบินอู่ตะเภาเป็นที่แน่ชัดว่าในสัญญาดิวตี้ฟรี บริษัท คิงเพาเวอร์ เป็นผู้เสนอราคาสูงสุด ส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็นของกลุ่มเซ็นทรัล

ซึ่งคาดว่าทางผู้ชนะการประมูลเข้าพื้นที่เพื่อตกแต่งร้านค้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนม.ค. 2562 และต้องสามารถเปิดให้บริการกับผู้โดยสารได้อย่างเป็นทางการในเดือนก.พ. 2562

ล่าสุด นางยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธาน บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 จากการที่กลุ่มเซ็นทรัลได้ทราบผลการประมูลการบริหารพื้นที่ในอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินอู่ตะเภาพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร จำนวนสัญญา 2 สัญญา คือ สัญญาโครงการร้านค้าปลอดอากร (Duty Free Shop) และสัญญาโครงการร้านค้าและบริการ (Retail and Services)

ผลอย่างไม่เป็นทางการปรากฎว่า เซ็นทรัล ดีเอฟเอส คอนซอร์เตี้ยม (กิจการร่วมทำงานระหว่างบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และ ดีเอฟเอส เวนเจอร์ สิงคโปร์) เป็นผู้ได้รับเลือกสำหรับสัมปทานในส่วนของ โครงการร้านค้าและบริการ (Retail and Services) บนพื้นที่ประมาณ 1,400 ตารางเมตร

คณะกรรมการท่าอากาศยานอู่ตะเภากองทัพเรือ ได้เปิดการประมูลอย่างเป็นขั้นตอน โดยมี 3 หลักเกณฑ์ในการพิจารณา ได้แก่ ด้านคุณสมบัติ, ด้านเทคนิค และ ด้านผลประโยชน์ตอบแทน โดยพิจารณาเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่การให้คะแนนด้านคุณสมบัติและเทคนิคก่อน หากผู้ประมูลผ่านเกณฑ์คะแนนที่กำหนด ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 ในการเปิดซองผลประโยชน์ตอบแทน ผู้ชนะคือผู้ที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ภาครัฐสูงที่สุด

นอกจากนี้ ตามสัญญา ผู้ชนะการประมูลสำหรับโครงการร้านค้าและบริการ (Retail and Services) จะเป็นผู้รับผิดชอบสร้าง Pick-Up Counter ด้วย ซึ่งทางคอนซอร์เตี้ยมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยออกแบบและก่อสร้างให้ได้มาตรฐาน โดยทาง กองทัพเรือจะรับผิดชอบบริหารให้ทุกบริษัทมีสิทธิ์ใช้อย่างเท่าเทียมกัน

โดย กลุ่มเซ็นทรัล เชื่อมั่นว่า ในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการผลักดันและส่งเสริมพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางของระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก พร้อมทั้งเป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์ และเป็นนิคมอุตสาหกรรมการบิน รวมถึงขยายและรองรับการเติบโตของการขนส่งทุกรูปแบบ เพื่อก้าวสู่การเป็นท่าอากาศยานที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ