“อัลทรอน” จัดทัพรับทีวีขาลง ชะลอสาขา-ขยายฐาน B2B

ตลาดทีวีวูบ 5% “อัลทรอน” ปรับทัพรับมือเศรษฐกิจซบ เบรกแผนเพิ่มช่องทางขาย หันผนึกคู่ค้าอัดโปรโมชั่น-การสื่อสาร จับมือดีไซเนอร์ดังปั้นจุดขายด้านดีไซน์ ก่อนเปิดตัวทีวีใหม่ช่วงปลายปี พร้อมรุกเจาะลูกค้าองค์กร รับเทรนด์ออฟฟิศยุคดิจิทัล ก่อนส่งกระดานอัจฉริยะรุกสำนักงาน-ร.ร.นานาชาติ ชูจุดขายคุ้มค่า-สะดวก หวังดันยอดขายภาพรวมโตต่อเนื่อง

นายนรินทร์ ทวีแสงพานิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ฮาเบล อินดัสเตรียล จำกัด ผู้ผลิตทีวีแบรนด์ “อัลทรอน” กล่าวว่า ตลาดทีวีปี 2562 หดตัว 5% เช่นเดียวกับยอดขายครึ่งปีแรกของบริษัท ซึ่งลดลงประมาณ 2% เนื่องจากปีที่ผ่านมา ตลาดได้รับอานิสงส์จากบอลโลกจึงเติบโตสูง ตรงข้ามกับปีนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อ รวมถึงการแข่งขันที่ดุเดือด

ในขณะที่ครึ่งปีหลังยังไม่เห็นสัญญาณบวก ทำให้บริษัทต้องปรับแผนธุรกิจ โดยชะลอการทำตลาด อาทิ การขยายช่องทางขาย ที่เดิมจะเพิ่มให้หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีกว่า 600 จุดขาย และหันมาเน้นการกระตุ้นยอดขายและการสร้างแบรนด์แทน ไม่ว่าจะเป็นการจับมือคู่ค้าจัดแคมเปญ-โปรโมชั่น และกิจกรรมส่งเสริมการขายให้ถี่และเข้มข้นกว่าปีที่แล้ว อาทิ ผ่อน 0% กับบัตรเครดิต สินค้าราคาพิเศษ ฯลฯ ก่อนจะเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ในช่วงปลายปี พร้อมกับเพิ่มจุดขายด้านดีไซน์ ด้วยการดึงตัว “กฤษณ์ พุฒพิมพ์” นักออกแบบเจ้าของผลงานจักรยานไม้ ซึ่งชนะรางวัลระดับนานาชาติ Red Dot Design Award ปี 2019 มาช่วยพัฒนาและออกแบบสินค้าหลักและอุปกรณ์เสริม อาทิ ขาตั้งจอทีวี โดยขณะนี้ยังมีสินค้าอีกหลายรายการอยู่ระหว่างการพัฒนา-ออกแบบในไปป์ไลน์

นอกจากนี้ยังเน้นสร้างการรับรู้แบรนด์ โดยตอกย้ำจุดแข็งเรื่องความคุ้มค่า และการมีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะ รวมถึงการรับประกัน 3 ปี ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนตัวสินค้าที่วางขายให้ทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร

นายนรินทร์ระบุต่อไปอีกว่า สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร จากเดิมที่เน้นขายหน้าจอให้กับกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ธนาคาร ผู้จัดนิทรรศการ ปีนี้ได้เพิ่มไลน์อัพกลุ่มสินค้า “กระดานอัจฉริยะ” ทั้งหมด 4 รุ่น ขนาด 55-86 นิ้ว ความละเอียดขนาด 4K ราคาตั้งแต่ 8.9 หมื่น-3.19 แสนบาท ชูจุดขายด้านความสะดวกและความคุ้มค่า จากการที่สามารถทดแทนอุปกรณ์ในห้องประชุมได้ 4 ชิ้น คือ ไวต์บอร์ด โปรเจ็กเตอร์ คอมพิวเตอร์และแท็บเลต

ทั้งนี้ เพื่อรองรับดีมานด์จากเทรนด์การปรับตัวสู่ดิจิทัลของหน่วยงานเอกชน และสถานศึกษาหลายแห่ง ซึ่งจะต่อเนื่องไปอีกหลายปี อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้ด้านนวัตกรรมไปพร้อมกัน

“เราเห็นกระแสการปรับตัวนี้จากออร์เดอร์หน้าจอที่บริษัทต่าง ๆ สั่งซื้อเข้ามา ขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันต่ำกว่าตลาดทีวี และลูกค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพและฟังก์ชั่นมากกว่าราคา จึงถือเป็นโอกาสที่จะทำตลาดและใช้นวัตกรรมได้เต็มที่”

นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชั่นที่บริษัทร่วมกับพันธมิตร พัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยเป็นพิเศษ ซึ่งจะเปิดตัวเพิ่มในไตรมาส 4 เช่น แอปจับเวลาสำหรับการพูดนำเสนองาน แอปแชร์ภาพจากกระดานผ่านคิวอาร์โค้ด เป็นต้น โดยวางขายผ่านเชนร้านอุปกรณ์สำนักงาน ออฟฟิศเมท ออฟฟิศฮีโร่ และร้านตัวแทนจำหน่าย โดยวางเป้ายอดขายไตรมาส 4 ของสินค้าดังกล่าวไว้ที่ 50 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 200 ล้านบาทในปีหน้า

สำหรับการปรับกลยุทธ์ทำตลาดและลอนช์สินค้าใหม่ เพื่อเจาะตลาดลูกค้าองค์กร (B2B) ในครั้งนี้ คาดว่าจะกระตุ้นรายได้และรักษาโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2559-2561 มีรายได้ 758 ล้านบาท 962 ล้านบาท และ 982 ล้านบาท ตามลำดับ

Previous articleกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานเข็มที่ระลึกเชิดชูเกียรติ “คนทำดี”
Next articleม.มหิดล จัดงาน “Mahidol R-I-SE NOW” ครั้งแรกกับงานแสดงผลงานวิจัย