สมรภูมิค้าปลีกเวียดนามระอุ “อิออน” ปะทะ “ลอตเต้”…เดือด

การเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของชนชั้นกลางในเวียดนามทำให้ประเทศนี้กลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันของธุรกิจจากประเทศต่าง ๆ

วงการค้าปลีกเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่แข่งขันกันรุนแรง โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ที่มีทั้งเชนร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า และเกาหลี ซึ่งนอกจากห้างสรรพสินค้าแล้วยังเด่นด้านร้านค้าปลอดภาษีด้วย โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนของเกาหลีระบุว่า ช่วงปี 2556-2561 ค้าปลีกเวียดนามเติบโตปีละ 10.9%

สำนักข่าว “โคเรียน บิซไวล” ได้รายงานถึงภาพการปะทะกันอย่างดุเดือดของธุรกิจจาก 2 ประเทศ ซึ่งปัจจุบันถือเป็น 2 ผู้นำในตลาดค้าปลีกเวียดนามทั้งในเซ็กเมนต์ห้างสรรพสินค้าและช็อปปิ้งเซ็นเตอร์

แน่นอนว่า ฝั่งเกาหลีใต้ จะมี “ลอตเต้ กรุ๊ป” (Lotte Group) ที่เข้ามาปักธงตั้งแต่ปี 2551 จนปัจจุบันมีช็อปปิ้งมอลล์ 14 แห่ง ห้างสรรพสินค้า 1 แห่ง และร้านค้าปลอดภาษีอีก2 แห่ง รวมเป็นเม็ดเงินลงทุนกว่า390 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนฝั่งญี่ปุ่นนั้น “อิออน” (AEON) เป็นผู้เริ่มรุกตลาดเวียดนามในปี 2554 และเดินหน้าสร้างและบริหารช็อปปิ้งมอลล์ในเมืองโฮจิมินห์, ฮานอย และบินห์เซือง ทางตอนเหนือของโฮจิมินห์ ด้วยเม็ดเงินลงทุน 190 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ขณะนี้จะดูเหมือนว่าเกาหลีจะได้เปรียบจากการที่สามารถยึดพื้นที่ในเซ็กเมนต์ค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ ด้วยจำนวนสาขา ช็อปปิ้งมอลล์และห้างสรรพสินค้า ที่มากกว่าก็ตาม แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหลังจากนี้ ร้านสะดวกซื้อจะเป็นเซ็กเมนต์ต่อไปที่ทั้ง 2 ประเทศจะเข้าชิงความเป็นเจ้าตลาด เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตที่สูง

ทั้งนี้ บริษัทวิจัยไอจีดีระบุว่า เวียดนามจะเป็นประเทศที่มีการเติบโตของร้านสะดวกซื้อรวดเร็วที่สุดในเอเชียภายในปี 2564 ด้วยปัจจัยบวกหลายด้าน อาทิ การขยายตัวของสังคมเมือง รายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนผู้บริโภควัยรุ่นที่คุ้นเคยกับการใช้บริการและความสะดวกของร้านสะดวกซื้อ

โดยในเซ็กเมนต์นี้เดิมมีผู้เล่นสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาปักธงอยู่ก่อนแล้ว เช่น ยักษ์ร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ที่เข้ามาในปี 2560 ปัจจุบันมี 24 สาขา พร้อมเดินหน้าโฟกัสขยายสาขาในเมืองหลักทั้งโฮจิมินห์และฮานอยด้วยเป้าหมาย 1,000 สาขา หรือ “แฟมิลี่มาร์ท”

ที่ปัจจุบันมีสาขา 160 แห่ง เป็นผู้เล่นอันดับ 4 ส่วน “ฟูจิ มาร์ต” (Fuji Mart) เชนร้านสะดวกซื้อของ “ซูมิโตโม” (Sumitomo) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจใหญ่ของญี่ปุ่นที่จับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นเมื่อปี 2561

แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเชนร้านสะดวกซื้อสัญชาติเกาหลีหลายรายเริ่มเข้ามาตั้งธุรกิจในเวียดนาม เช่น “จีเอส25” (GS25) ได้เข้าเปิดสาขาแรกในกรุงโฮจิมินห์ตั้งแต่ ม.ค. 2561 และขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจน

ปัจจุบันมี 40 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงมีแผนขยายให้ครบ 2,000 สาขาภายในเวลา 10 ปี เช่นเดียวกับ “บีจีเอฟ รีเทล” (BGF Retail Co.) ผู้บริหารเชนร้านสะดวกซื้อ “ซียู” (CU) ได้เซ็นสัญญาตั้งมาสเตอร์แฟรนไชส์กับ “ซียูวีเอ็น” (CUVN) เพื่อเตรียมขยายสาขาในเวียดนาม

จากข้อมูลของบริษัทวิจัยบีแอนด์คอมปะนี ณ เดือน พ.ค. 2561 เวียดนามมีร้านสะดวกซื้อ 14 แบรนด์ มีสาขารวมกันประมาณ 2,100 สาขา โดยท็อป 5 ประกอบด้วย อันดับ 1 “วินมาร์ต” (Vinmart) ผู้เล่นท้องถิ่นรายใหญ่มี 1,100 สาขา ตามด้วยมินิซูเปอร์มาร์เก็ต “แบค ฮัว ซันห์” (Bach hoa Xanh) ผู้เล่นท้องถิ่น

อีกรายที่มี 372 สาขา เชนสะดวกซื้อจากสหรัฐ “เซอร์เคิลเค” (Circle K) 274 สาขา และ “แฟมิลี่มาร์ท” จากประเทศญี่ปุ่นมี 160 สาขา ปิดท้ายด้วย “บีส์มาร์ต” (B”s Mart) จากเมืองไทยมี 147 สาขา

จากแนวโน้มความเคลื่อนไหวของค้าปลีกรายใหญ่ทั้งจากญี่ปุ่นและเกาหลีในครั้งนี้น่าจะทำให้การแข่งขันในตลาดร้านสะดวกซื้อของเวียดนามดุเดือดยิ่งขึ้น

ต้องรอดูว่าแต่ละฝ่ายจะงัดกลยุทธ์อะไรออกมาเพื่อชิงความได้เปรียบและตลาดที่นับวันจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

Previous article“สราวุธ ทรงศิวิไล” อธิบดีกรมทางหลวงนั่งประธานบอร์ดรฟม.ตามโผ
Next articleการ์ตูนขุนพล : ASEAN SUMMIT