ชวน : ยุครัฐธรรมนูญครึ่งใบ พรรคเราเป็นหนี้บุญคุณประชาธิปไตย 

สัมภาษณ์พิเศษ

โดย ปิยะ สารสุวรรณ

“ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร-ประธานรัฐสภา ก้าวขึ้นบัลลังก์ “ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ” ด้วยข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้-กับภารกิจบูรณะประชาธิปไตย-ฟื้นศรัทธาของนักการเมือง

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “ชวน” ถึงภาระอันใหญ่หลวงของการหวนกลับมาเป็นประธานสภาเป็นสมัยที่ 2

เคารพกติกาล้างภาพสภาป่วน

“ชวน” ยอมรับว่า การหวนกลับมาเป็นประธานสภาอีกคำรบ ควบ “ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ” ต้องเผชิญกับปัญหาเป็นสองเท่า

“ไม่มีเลือกตั้งมา 5 ปี ไม่มีตัวแทนประชาชนที่แท้จริงในการนำปัญหามาสู่สภา เวลามีสภาขึ้นมา ทุกคนเหมือนกับน้ำทะลักออกจากเขื่อนโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ”

เมื่อมีสถานะประธานสภา-ประธานรัฐสภา เขาเน้นย้ำกับสมาชิกรัฐสภาทั้ง 750 คน คือ ตัวสถาบันฝ่ายนิติบัญญัติต้องเป็น “แบบอย่างของการเคารพกฎหมาย”

“ประเทศไทยมีจุดอ่อนเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การไม่เคารพกฎหมาย สภาต้องเป็นแบบอย่าง ภาพที่ประชาชนรู้สึกว่า ในสภาเป็นสถานที่วุ่นวาย ยุ่งยาก คุมกันไม่ได้ แย่งกันพูด ต้องพยายามลบภาพออกไป”

นอกจากสถานที่ไม่พร้อม-พรรคการเมืองผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ทำให้ “ประมุขนิติบัญญัติ” ต้องรับบทหนัก ในวาระประเทศไทยครบวงรอบ 10 ปี เป็น “เจ้าภาพอาเซียน” ในฐานะประธานผู้นำอาเซียนฝ่ายนิติบัญญัติ

“เมื่อเข้ามา ปัญหาก็กองรอเราอยู่ ปกติงานสภาต้องทำ งานนอกสภาก็ต้องทำ ไม่มีวันหยุดกันเลย แต่ถือว่าเป็นปีที่ดีสำหรับประเทศไทย เหตุการณ์ไม่ปกติ 10 ปีมาครั้งหนึ่ง (ประชุมผู้นำอาเซียน) ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้”

ไม่ประหยัด ประเทศล่มจม

ภาพจำของ “ชวน” ด้วยบุคลิก “สมถะ” ฉากแรกในฐานะประธานสภา จึงเป็นการเข้มงวดในเรื่องการใช้อำนาจ-สิทธิประโยชน์และค่าใช้จ่าย

“ผมทำของผมเองครับ ไม่ได้ทำกับสมาชิก อะไรที่ประหยัดได้ควรประหยัด มันคือเงินภาษีประชาชน ประเทศไทยไม่ใช่เศรษฐี รายจ่ายอะไรที่จำเป็นน้อยก็ไม่ควรจ่าย”

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่ง “ไม่ว่าคนหรือรัฐ-ประเทศ ถ้าไม่รู้จักประหยัดก็ล่มจม” เพราะฉะนั้น อะไรที่ประหยัดได้โดยไม่เสียหายต่องานก็ต้องทำ แต่ไม่ใช่ว่าไม่จ่ายเลยแล้วงานเสียหาย

แม้กระทั่งเรื่องที่ “ส.ส.หน้าเก่า-หน้าใหม่” มองข้ามเพราะ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” เห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น การจองตั๋วรถไฟ รถประจำทาง เครื่องบินแล้ว ไม่เลื่อน-ยกเลิก เพราะเหตุสุดวิสัย จนมีรายชื่อถูกทวงถามจากสายการบินเอกชน

“ผมยังเตือนหลายคนว่า เผื่อไปเป็นรัฐมนตรีแล้ว เขาเอาประวัตินี้มาแฉ ขนาดค่าเครื่องบินยังไม่จ่ายเลย (หัวเราะ) จะไปทำงานส่วนรวมได้อย่างไร”

แจงสมญานาม “ประธานสั่งตัด” 

ในแวดวงสื่อมวลชน-นักวิเคราะห์การเมืองที่เฝ้าหน้าจอ-เกาะเวทีสภา ในวันเลือก “ประมุขนิติบัญญัติ” ฟันธงว่า “ชวน” คือ ประธานรัฐสภาแบบ “สั่งตัด” หรือมีที่มาก่อนที่สมาชิกจะโหวตเลือกในสภา เพื่อมาปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่

“ไม่นะ จริง ๆ ก็ไม่อยากจะกลับมา ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมา แต่เหมือนนาทีสุดท้ายที่ไม่เกี่ยวกับโควตาพรรค เป็นความประสงค์ดีของหลายฝ่ายว่า ถ้า (เป็น) ผมทุกฝ่ายจะไม่เกี่ยง ไม่มีปัญหา”

“แต่เมื่อมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบในช่วงที่ทำอยู่ จะใช้เวลาทุกวันให้เป็นประโยชน์ ต่อระบอบประชาธิปไตย ทำอย่างไรที่จะให้ระบอบประชาธิปไตยของเราจะพัฒนาไปข้างหน้าด้วยดี”

“ผมเรียนว่า ผมไม่ได้รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะ (หัวเราะ) เป็นหนึ่งในพรรคที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมาทำหน้าที่นี้ก็หวังว่า จะทำให้การเมืองไทยเราได้รับการยอมรับจากประชาชนมากขึ้น โดยเริ่มจากสภาผู้แทนราษฎร”

ชี้ช่องแก้ รธน.เผด็จการครึ่งใบ 

แม้ที่มาของประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมาจากรัฐสภากึ่งหนึ่งจากการเลือกตั้ง อีกส่วนมาจากการแต่งตั้ง จนถูกวิจารณ์ว่าเป็น “ประชาธิปไตยครึ่งใบ-เผด็จการครึ่งใบ” ทว่า “ชวน” ยืนยันว่า เป็นนักการเมืองที่มาจากระบบเลือกตั้งเต็มตัว

“ผมถือว่า ผมเป็นตัวแทนของประชาชน เป็นนักการเมืองที่มาจากระบบการเลือกตั้ง ระบอบประชาธิปไตย โดยเงื่อนไขที่เป็นอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ และผมก็เป็นหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้”

“แต่เมื่อรัฐธรรมนูญผ่านประชาพิจารณ์และประกาศใช้ บัดนี้มีการเลือกตั้ง สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำให้ดีที่สุด คือ ยึด ความถูกต้อง ความชอบธรรม”

“ชวน” จึงไม่ลืมพันธสัญญาต่อประชาชนที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 3.9 ล้านคน-เงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรค คือ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

“ควรพยายามหาทางทำความเข้าใจ แต่ต้องไม่คิดเอาตัวเองเป็นหลัก คือ หารือทุกฝ่าย รวมทั้งกลุ่มที่มีประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้กระทั่ง ส.ว. ”

“เราจะปล่อยไว้อย่างนี้ หรือจะปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ให้ประเทศได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยก้าวหน้า ปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ได้หรือไม่ให้สามารถแก้ได้ ไม่ใช่แก้ไม่ได้เลย”

รณรงค์ประชาธิปไตยที่แท้

“สิ่งที่จะเป็นไปได้ เราไม่ได้ยื่นคำขาด ยอมรับความคิดทุกฝ่าย หลังจากนั้นค่อยคุยกันว่า จะปรับอะไร ผมไปทำเองไม่ได้ พรรคการเมืองทั้งหลายต้องร่วมกันทำ ไม่ต้องชนกับใคร แต่ให้ความรู้”

“ผมต้องพยายามให้ความรู้กับประชาชน ไม่ใช่ประชาชนไม่มีความรู้ ว่าประชาธิปไตยที่แท้จริง คือ ประชาธิปไตยที่ชอบธรรม การเมืองที่สุจริต ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่โกง ซื้อเสียง ทุจริต”

“ยอมรับเหรอ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้ว่า ผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง ประชาธิปไตยจริง ๆ ไม่ควรเป็นอย่างนี้”

นอกจาก “งานรูทีน” ในการควบคุมการประชุมสภาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย “ชวน” เตรียมเผยแพร่-รณรงค์ “ประชาธิปไตยที่แท้จริง” ทั่วประเทศ

“ส่วนตัวมีเวลาจำกัด ผมนับเวลาถอยหลังแล้ว อายุผมมากแล้ว เป็นผู้แทนฯมา 16 สมัย ไม่ได้ยั่งยืนตลอด เวลาและโอกาสขณะนี้ยังมีสุขภาพที่สามารถทำได้อยู่”

“ต้องพยายามทำให้ได้ รู้ว่ามีอุปสรรคมาก ถ้าไม่คิดจะทำอะไรให้ดี เวลาจะผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ มาเป็นประธานทั้งทีต้องคิดทำอะไรที่ทำให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยดีขึ้น”

รัฐธรรมนูญในอุดมคติ-ประชาธิปไตยที่แท้จริงของผู้ที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญ-วิกฤตการเมืองมากกว่า 50 ปี คือ การเมืองสุจริต-ยุติธรรม และเที่ยงธรรม

“เราต้องการคนดี การสร้างคนดีเป็นสิ่งสำคัญที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งกับ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในช่วงปลายของพระองค์ท่าน ไม่ใช่สร้างคนเก่งอย่างเดียว คนเก่งแล้วโกงบ้านเมืองเสียหายมากนะ”

“การเลือกตั้งเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมต่างหากถือเป็นการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง”

ฟื้นศรัทธานักการเมือง 

ในยุครัฐบาล-คสช. ที่นักการเมืองถูก”สร้างภาพ” ให้เป็น “ผู้ร้าย” จนครั้งหนึ่งเกิดวิวาทะระหว่าง “ชวน” กับ “พล.อ.ประยุทธ์” ในเรื่องนักการเมืองดี-เลว “ชวน” จึงตั้งมั่นที่จะใช้โอกาสได้ทำหน้าที่ประธานสภา-ตัวแทนนักการเมือง ฟื้นฟูศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองให้ได้มากที่สุด

“ทำให้สภาของเราเป็นที่ยอมรับมากที่สุด มากเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยถือว่าเราเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ”

ภาพที่เห็นคือ การแสดงออกของ “ชวน” ถึง “ความเป็นกลาง” บนเวทีสภา จนหลุดออกไปจากพรรคต้นสังกัด ต่างไปจากประธานสภาในอดีตที่ไม่ขาดจากการเป็นพรรคการเมือง

“เป็นเรื่องธรรมดาครับ คนมาอยู่ในฐานะประธาน ไม่ใช่พรรคผม (ประชาธิปัตย์) อย่างเดียวหรอก ส่วนใหญ่นะ ยกเว้นบางคน มาเพื่อเขามอบหมายให้มาดูแลผลประโยชน์ก็มี”

“โดยทั่วไปประธานเมื่อมานั่งแล้วก็จะต้องรู้ตัวว่าจะวางตัวอย่างไร อยู่ที่จิตสำนึก ซึ่งธรรมชาติจะกำหนดโดยปริยาย เมื่อคุณเป็นประธาน คุณก็ต้องปฏิบัติอย่างเป็นกลาง”

“แต่ไม่ได้หลุด (ออกจากพรรค) หรอกครับ ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ แต่การปฏิบัติหน้าที่นั้นจะไม่เกี่ยวกับมติพรรค เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ประธาน”

“ชวน” คนเดิม

ถึงแม้ “ชวน” จะระมัดระวังในการทำหน้าที่ประมุขนิติบัญญัติ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ “ฝ่ายค้าน” ก็จ้องจองกฐินฟ้องทั้งอาญา-การเมือง

“เราก็ต้องปฏิบัติไปตามกติกาโดยเคร่งครัด เข้าใจ (ฝ่ายค้าน) แต่ผมก็ต้องยึดกติกาของบ้านเมือง มิฉะนั้น ไม่ว่าทางไหนก็ตาม ถ้าละเมิดกติกา เกรงใจกัน คนอื่นก็จะเล่นงานเรา จึงต้องยึดหลักไว้”

“ผมคนเดิม ใครเห็นผมทำหน้าที่ประธานสภาสมัยแรกจะรู้ว่า ผมเหมือนเดิม พูดน้อย ตัดสินเด็ดขาด เป็นกลาง แน่วแน่ ชัดเจน ไม่เปลี่ยน ไม่มีเรื่องส่วนตัวกับใคร ไม่มีอคติกับผู้ใด มีแต่ความเข้าใจ เห็นใจ แต่ว่าต้องยึดระเบียบเอาไว้ ไม่เช่นนั้นเราจะถูกย้อนกลับ เพราะเขาไม่ได้จับถูกเรา เขาจับผิด ต้องระมัดระวัง”

อนาคตอภิสิทธิ์-บั้นปลายชวน

บารมีของ “ชวน” จากการเป็นผู้แทนฯ 16 สมัย บนเส้นทางนักการเมืองกว่า “ครึ่งศตวรรษ” จนเป็น “ไอดอล” ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ตั้งแต่วันแรกที่ลงเล่นการเมืองถึงวันสุดท้าย ที่เขามอง “อภิสิทธิ์” ว่า ยังมีอนาคตบนเส้นทางการเมืองอยู่

“คุณอภิสิทธิ์ยังอยู่ครับ ท่านเป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจเล่นการเมือง ไม่ใช่เพราะไม่มีทางไป ไม่ใช่เป็นเพราะว่าอาชีพอื่นไปไม่ได้ เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจเป็นนักการเมือง”

“คุณอภิสิทธิ์เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจเข้ามาเป็นนักการเมืองโดยเฉพาะ พูดง่าย ๆ ว่าเรียนมาเพื่อมาเป็นนักการเมือง เขาไม่ทิ้งหรอกครับ คุณอภิสิทธิ์ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ลาออกจาก ส.ส. เพื่อรักษาคำมั่นสัญญาไว้”

“ผมเป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจเป็นนักการเมือง ไม่ใช่มาเพราะไม่มีงานทำ ไม่ได้มาเพราะเกษียณอายุ ไม่ใช่มาเพราะไม่มีงานอื่น ไม่ได้เข้ามาหาผลประโยชน์ หรือรักษาผลประโยชน์”

“ผมเป็นอะไรได้ก็เพราะระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบอบอื่น ผมเป็นหนี้บุญคุณระบอบประชาธิปไตย ผมเป็นหนี้บุญคุณประชาชนที่ลงคะแนน แต่มีโอกาสเพราะระบอบประชาธิปไตยให้โอกาส ผมจึงเป็นหนี้บุญคุณ พรรคก็เป็นหนี้บุญคุณ”

Previous articleดีแทค ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้แด่ “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ”
Next articleเปิดตัว ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อม 2 ขนาด และ S pen ที่ฉลาดขึ้น ราคาเริ่มต้น 32,900 บาท