ลุยสนามบินเชียงใหม่-ภูเก็ต-นครปฐม รัฐเวนคืนที่ 1.7 หมื่นไร่ “บ้านธิ-โคกกลอย-บางเลน”

รออนุมัติ - การท่องเที่ยวและอตุ สาหกรรมการบินที่เติบโตทกุ ปี ทำให้ ทอท.เตรียมลงทุน 1.26 แสนล้าน ก่อสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ที่เชียงใหม่และภูเก็ต ปัจจุบันบอร์ดอนุมัติแล้ว รอรัฐบาลเคาะเดินหน้าโครงการ
เปิดแม่บทพัฒนาอากาศยาน กพท. เผยอีก 10 ปีสร้างใหม่ที่ภาคใต้และภาคเหนือ ทอท.เคาะเวนคืนบ้านธิ 7 พันไร่ กว้านซื้อที่ดิน ต.โคกกลอย 7 พันไร่ สร้าง “เชียงใหม่-ภูเก็ต” แห่งที่ 2 ค่าก่อสร้าง 1.26 แสนล้าน รอรัฐบาลใหม่เคาะเดินหน้า คาดภูเก็ตสร้างได้เร็วกว่า กรมท่าอากาศยานปักหมุดบางเลน-นครชัยศรี 3,500 ไร่ รับเที่ยวบินอาเซียน

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แผนแม่บทท่าอากาศยานที่ กพท.ศึกษาระยะเวลา 20 ปี (2561-2580) เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาสนามบินใน 38 แห่ง ให้สนามบินที่มีอยู่ในปัจจุบันมีการพัฒนา airside (พื้นที่เขตการบิน) และ landside (พื้นที่นอกการบิน) รองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

คาดมีสนามบินใหม่ 2 แห่ง

ส่วนสนามบินที่จะสร้างแห่งใหม่ในแผนแม่บทระบุว่ามี 2 แห่ง ภาคใต้ที่ จ.ภูเก็ต จะสร้างแห่งที่ 2 มีพื้นที่เหมาะสมที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และภาคเหนือที่ จ.เชียงใหม่ สร้างบนพื้นที่รอยต่อเชื่อมกับลำพูน พื้นที่เหมาะสมอยู่ อ.สันกำแพง และ อ.บ้านธิ โดย บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จะเป็นผู้ศึกษารายละเอียดและลงทุน

“เราทำแผนแม่บท จะดูพื้นที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน ใน 10 ปีนี้จะมีการสร้างใหม่ที่เชียงใหม่กับภูเก็ตเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นยังรับได้อยู่ไม่ต้องสร้างเพิ่ม เช่น ภาคอีสานไม่พบว่าจะต้องมีสนามบินแห่งใหม่ แต่เจ้าของหน่วยงานทั้งกรมท่าอากาศยาน และ ทอท.ก็สามารถขยายในพื้นที่เดิมได้หากดีมานด์เกินขีดความสามารถแล้ว เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ส่วนสนามบินนครปฐมทางกรมท่าอากาศยานกำลังศึกษา”

ขณะที่สนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือในแผนแม่บทระบุว่า สามารถขยายได้ แต่อาจจะมีนโยบายที่เปลี่ยนไป เพราะรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาเป็นเมืองการบิน เป็นกิจกรรมพิเศษ รองรับสนามบินสุวรรณภูมิ รัฐจึงสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะทำให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วขึ้น

รอ ครม.ใหม่เคาะเชียงใหม่-ภูเก็ต

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า โครงการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ที่ภูเก็ตและเชียงใหม่ ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.แล้วเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2561 อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ คาดว่าจะเป็นรัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา หลังได้รับอนุมัติแล้ว ทอท.ถึงจะเดินหน้าโครงการได้

โดยกำหนดกรอบเงินลงทุนทั้ง 2 สนามบินไว้แล้ว เฉพาะค่าก่อสร้างอยู่ที่ 126,000 ล้านบาท แยกเป็นสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ประมาณ 75,000 ล้านบาท และสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ประมาณ 54,000-60,000 ล้านบาท

เวนคืนกว้านซื้อที่ 1.4 หมื่นไร่

พื้นที่เหมาะสมของ จ.เชียงใหม่อยู่ ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน เพราะสภาพพื้นที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างรันเวย์ จะใช้พื้นที่ 7,000 ไร่ เวนคืนที่ดินกว่า 5,000 โฉนด เนื่องจากพื้นที่มีจุดอ่อนไหว เช่น มีวัด ชุมชน โรงพยาบาล

ส่วนสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ ต.โคกกลอย ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พื้นที่ 7,000 ไร่ โฉนดกว่า 200-300 แปลง มีเจ้าของที่ดินหลัก 10 ราย จะซื้อขายง่ายกว่าการเวนคืนที่ดิน

“หลัง ครม.อนุมัติ ทอท.จะไปเร่งจัดหาที่ดินเพื่อประเมินราคา มีทั้งซื้อและเวนคืน ดูแล้วการหาที่ดินสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 จะเร็วกว่าสนามบินเชียงใหม่แห่ง 2 หลังได้ที่ดินจะต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หากผ่านทุกขั้นตอนถึงจะเปิดประมูลใช้เวลาสร้าง 4 ปี”

จากการประมาณการณ์สนามบินเชียงใหม่และภูเก็ตแห่งที่ 2 คาดว่าจะมีปริมาณจราจรทางอากาศสูงขึ้นต่อเนื่องในปี 2581 สนามบินเชียงใหม่คาดการณ์จะมีผู้โดยสาร 23.33 ล้านคน และเที่ยวบิน 137,790 เที่ยวบิน ซึ่งจากแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินแห่งใหม่จะสามารถพัฒนาจนเต็มศักยภาพในปี 2568 มีความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคนต่อปี

ส่วนสนามบินภูเก็ตแห่งใหม่ในปี 2581 คาดมีผู้โดยสาร 42.42 ล้านคน เที่ยวบิน 211,150 เที่ยวบิน จากแผนแม่บทพัฒนาจะพัฒนาจนเต็มศักยภาพในปี 2565 รองรับผู้โดยสารที่ 18 ล้านคนต่อปี

นครปฐมรับบินอาเซียน

นายจรุณ มีสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมจัดตั้งสนามบินนครปฐม เพื่อบรรเทาความคับคั่งท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้เกิดความแออัดของการจราจรทางอากาศในบริเวณท่าอากาศยาน

โดยจะเปรียบเทียบพื้นที่ทางเลือกที่มีศักยภาพในการก่อสร้างสนามบิน พิจารณาในหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม รวมทั้งสำรวจ ออกแบบ และจัดทำแบบก่อสร้าง ซึ่งผลศึกษาจะแล้วเสร็จวันที่ 20 ธ.ค.นี้

นายจรุณกล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทที่ปรึกษาได้กำหนดพื้นที่เหมาะสมแล้ว อยู่ที่ ต.บางระกำ, ต.ลำพญา อ.บางเลน และ ต.บางแก้วฟ้า, ต.บางพระ และ ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี คาดว่าจะใช้พื้นที่ 3,500 ไร่ สร้างทางวิ่ง 1 แห่ง ความยาว 2,500 เมตร และอาคารผู้โดยสารจะมีขนาดใกล้เคียงกับสนามบินภูมิภาคที่กรมดูแลอยู่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ในปี 2563 จะเสนอผลศึกษาให้กระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ เนื่องจากโครงการมีการลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท หากได้รับอนุมัติจะเริ่มเวนคืนที่ดินในปี 2564 จะใช้เวลา 2 ปี ก่อสร้าง 3 ปี ตั้งเป้าเปิดบริการปี 2568 มีผู้โดยสารช่วงแรก 2 ล้านคน/ปี แต่จะรองรับได้ถึง 20 ล้านคน/ปี

เป้าหมายเพื่อรองรับการบินทั่วไปที่ไม่ใช่สายการบินพาณิชย์ เช่น เครื่องบินส่วนตัว เป็นต้น โดยเป็นเส้นทางทั้งในประเทศและต่างประเทศในแถบอาเซียน สำหรับรูปแบบการลงทุนมีหลายทางเลือก เช่น รัฐเป็นผู้ลงทุน หรือรัฐและเอกชนร่วมกันลงทุน ซึ่งหากเป็นการร่วมทุนจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

ทั้งนี้ เลือกนครปฐมเป็นพื้นที่สร้างสนามบินแห่งใหม่ เนื่องจากมีความเหมาะสมและสะดวกในการเดินทาง มีการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม สำคัญ เช่น มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี วงแหวนถนนรอบที่ 3 มอเตอร์เวย์ชลบุรี-สระบุรี-นครปฐม

Previous articleเจาะลึกงานศิลป์ ดูแนวคิดมิวสิคอลระดับโลก THE LION KING
Next articleซิตี้แบงก์ มองเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.3 % คาดส่งออกขยายตัวได้น้อยกว่า 3%