“บิ๊กตู่” สั่งผุดโมโนเรลเชื่อมรถไฟฟ้า “รฟม.” ลดค่าโดยสารสายสีน้ำเงิน-สีม่วง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ก.ย.2562 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – หลักสอง ระยะทาง 14 กม. ทั้ง 11 สถานี

พร้อมกล่าวเปิดงานว่า การมีรถไฟฟ้าทำให้เกิดความเชื่อมโยงการเดินทาง และทำให้เติมเต็มให้ครบทุกพื้นที่ เมื่อสายทางหลักได้สร้างเสร็จแล้ว ในระยะถัดไปก็จะเป็นการทำฟีดเดอร์ เช่น รถเมล์ หรือ โมโนเรล เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางในระดับย่อยลงมาอีก และต้องมองออกไปถึงต่างจังหวัดด้วย แต่ทุกอย่างต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารถไฟฟ้าสายนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ด้าน นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้บริการในช่วงหัวลำโพง – หลักสอง ตั้งแต่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา และเปิดเต็มลูปทั้งเส้นทางเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ซึ่งยังเก็บค่าโดยสารในอัตราเดิมคือ 16-42 บาท และหากเดินทางต่อกับสายสีม่วง (คลองบางไผ่ – เตาปูน) ก็จะมีค่าโดยสารสูงสุด 70 บาท โดย รฟม.จะยกเว้นการเก็บค่าแรกเข้า

@ คนแห่นั่งรถไฟฟ้าไปเยาวราชกินเจ

สำหรับจำนวนผู้โดยสารตั้งแต่ 27 ก.ค.-29 ก.ย.มีผู้โดยสารสะสมรวม 2.5 ล้านคน เฉพาะช่วงหัวลำโพง – หลักสอง มีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 50,000 เที่ยวคน โดยช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ มีประชาชนทดลองใช้บริการเพิ่มอีกจนเป็น 100,000-120,000 เที่ยวคน/วัน และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“เมื่อส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ – ท่าพระ เปิดให้บริการเต็มลูปในเดือน มี.ค.2563 โดยประมาณการไว้ที่ 400,000 เที่ยวคน/วัน เมื่อรวมกับระบบเดิมอีก 400,000 เที่ยวคน/วัน จะทำให้สายสีน้ำเงินมีผู้โดยสารในระบบที่ 800,000 เที่ยวคน/วันในช่วงปลายปีหน้า“

@ ปีหน้าสายสีม่วงผู้โดยสารแตะแสนคน

นอกจากนี้การเปิดใช้สายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง – หลักสอง ก็ทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วง (คลองบางไผ่ – เตาปูน) เพิ่มเป็น 70,000 เที่ยวคน/วัน และเมื่อเปิดช่วงบางซื่อ – ท่าพระเต็มลูปปีหน้า ก็จะทำให้ผู้โดยสารสายสีม่วงเพิ่มขึ้นตั้งเป้าไว้ที่ 100,000 เที่ยวคน/วัน

ขณะที่ขบวนรถปัจจุบันเดิมมี 19 ขบวน และรับมอบขบวนรถใหม่แล้ว 15 ขบวน รวมเป็น 34 ขบวน ยังเหลืออีก 20 ขบวนที่ต้องรับมอบอีก 20 ขบวน จะทยอยมาเรื่อยๆ จนครบในเดือน มี.ค. 2563

@ ออกโปรตั๋วเที่ยวควบม่วง-น้ำเงิน

นอกจากนี้ นายภคพงศ์ยังกล่าวถึงมาตรการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าด้วยว่า รฟม.เสนอให้มีตั๋วเที่ยวควบ 2 ระบบ (สายสีน้ำเงิน-สายสีม่วง) 4 แบบ ประกอบด้วย

แบบที่ 1 จำนวน 15 เที่ยว มูลค่า 780 บาท (เฉลี่ยค่าโดยสาร 52 บาท/เที่ยว)

แบบที่ 2 จำนวน 25 เที่ยว มูลค่า 1,250 บาท (เฉลี่ยค่าโดยสาร 50 บาท/เที่ยว)

แบบที่ 3 จำนวน40 เที่ยว มูลค่า 1,920 บาท (เฉลี่ยค่าโดยสาร 48 บาท/เที่ยว)

และแบบที่ 4 จำนวน 50 เที่ยว มูลค่า 2,350 บาท (เฉลี่ย 47 บาท/เที่ยว) ซึ่งได้หารือกับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ในฐานะเอกชนผู้รับสัมปทานแล้ว

ส่วนสายสีม่วงจะปรับลดค่าโดยสารช่วง Off Peak (9.30 – 15.30 น.) จากเดิม 14-42 บาท เป็น 14-20 บาท แต่ถ้าเดินทาง 1 สถานีจะเสีย 17 บาท คาดว่าจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 10,000 คน/วัน ซึ่งทั้ง 2 มาตรการจะนำเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. เห็นชอบ และเมื่อบอร์ด รฟม. เห็นชอบจะสามารถประกาศใช้ได้ทันที ส่วนจะใช้มาตรการยาวนานแค่ไหน อย่างน้อยน่าจะต้อง 6 เดือน ส่วนโปรโมชั่นเฉพาะสายสีน้ำเงิน ยังไม่มี

Previous article“บีอาร์จี” จัด “Oktoberfest” คืนกำไรลูกค้า-อัดโปรแรง 0% ส่วนลดเพียบ
Next articleศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ PM2.5 กระทบประเทศเสียโอกาสด้านสุขภาพ 800 ล้านบาทในระยะสั้น หวั่นลามกระทบการท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้าย