เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.1 แมกนิจูด เจ็บอย่างน้อย 50 คน ห่วงติดในห้างดังหลายคน
World แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.1 แมกนิจูด เจ็บอย่างน้อย 50 คน ห่วงติดในห้างดังหลายคน
เปิดภารกิจแม่ทัพ ‘Google Cloud’ คนใหม่ หนุนองค์กรบริหารต้นทุน AI ปิดจบปัญหา ‘ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายแพง’
Tech เปิดภารกิจแม่ทัพ ‘Google Cloud’ คนใหม่ หนุนองค์กรบริหารต้นทุน AI ปิดจบปัญหา ‘ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายแพง’
รัฐบาล ชี้ ใกล้ปิดดีล 2 ใน 3 เจรจา FTA ไทย–อียู เร่งเปิดตลาดส่งออก-ดูดการลงทุน
Economic รัฐบาล ชี้ ใกล้ปิดดีล 2 ใน 3 เจรจา FTA ไทย–อียู เร่งเปิดตลาดส่งออก-ดูดการลงทุน
ศุลกากร ยึดขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้าน เตรียมส่งออกจีน สำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วง
Finance ศุลกากร ยึดขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้าน เตรียมส่งออกจีน สำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วง
X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
Tech X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
Finance คลังจัดเก็บรายได้ 9 เดือนแรก เกินเป้า 5 หมื่นล้าน “VAT-ปันผลวายุภักษ์-ส่วนเกินขายบอนด์” หนุน
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
Finance ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกโรง “ขอโทษ” ผู้ลงทุน 2 แสนราย ปมข้อมูลรั่วไหล-ลั่นจะทำให้ดีที่สุด
“ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
เศรษฐกิจภูมิภาค “ป๊ะกาด Vol.2” ฟื้นตลาดสดเชียงราย 100 ปี สู่ตลาดท่องเที่ยวสร้างสรรค์
ดูทั้งหมด

มหาดไทยประกาศความสำเร็จซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตครั้งแรกของไทย

23 มิ.ย. 2566 | 13:00น.

ครั้งแรกในประเทศไทย กระทรวงมหาดไทยและสมาคมแม่บ้านมหาดไทยผนึกกำลังพันธมิตร “ประกาศความสำเร็จซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตครั้งแรกของไทย” นำร่อง 4 จังหวัด

“ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตการทำงานเราต้อง Change for Good ตลอดเวลา” “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนก็ใช้เวลาในการเดินทางมาเกือบ 10 ปี โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อขณะที่ผมดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ เป็นประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและได้พบว่าที่จังหวัดลำพูนมีการคัดแยกขยะในทุกกิจกรรมของชีวิต แม้แต่งานทำบุญ จะไม่มีอาหารตั้งโต๊ะ แต่เป็นบุฟเฟต์เป็นหม้อ ๆ ใครจะทานเท่าไหร่ก็ไปเติมตักเอา แล้วเศษอาหารที่เป็นขยะเปียก หรือเศษใบไม้ ก็มีการคัดแยก เพื่อที่จะทำให้ลูกหลานไม่เจ็บไข้ได้ป่วยจากไข้ซิก้าอันเกิดจากยุงที่มีแหล่งเพาะพันธุ์จากขยะเน่าเหม็น”

โดย ดร.วันดี เห็นว่าการจัดการขยะในตอนนั้นใช้ “เสวียน” เป็นหลัก เป็นถังขยะเปียกระบบเปิด จึงได้มาช่วยกันคิดออกแบบจนกลายเป็น “ถังขยะเปียกลดโลกร้อน” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเปิดใจ ระหว่างการเป็นประธานประกาศความสำเร็จของ “กระทรวงมหาดไทยประกาศความสำเร็จการจัดการขยะอาหารจากครัวเรือน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบรรลุเป้าหมายประเทศไทยที่ยั่งยืน (MOI’s Success on Food Waste Management for Climate Action and a Commitment to Sustainable Thailand)”

สำหรับ “การประกาศความสำเร็จซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตครั้งแรกของไทย” ในครั้งนี้มี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) คุณกีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย พร้อมคณะผู้แทนหน่วยงานใน UN Thailand ผู้บริหารระดับสูงในกระทรวง รวมทั้ง ผู้แทนภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีของกระทรวงมหาดไทย และพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมงานคับคั่ง

นายสุทธิพงษ์เล่าว่า จากจุดเริ่มต้นของโครงการ ได้ขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่องส่งต่อมาถึงเมื่อตนดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโชคดีที่มีภาคีเครือข่ายที่น่ารัก ในการช่วยบริหารจัดการขยะของถังขยะเปียกลดโลกร้อน และส่งให้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก อบก. รับรองคิดเป็นค่าคาร์บอนเครดิตร่วมกับหน่วยงานภายนอก จากจุดเริ่มต้นในครั้งนั้น เกิดเป็นความต่อเนื่องเชื่อมส่งต่อมาถึงการขับเคลื่อนที่มีอุดมการณ์เดียวกับองค์การสหประชาชาติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) คือ การรักษาโลกใบเดียวนี้ให้มีอายุยืนยาว ด้วยการทำให้พี่น้องประชาชนได้ตื่นตัวลุกขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้การใช้ชีวิตของตัวเองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้ระบบนิเวศ สภาวะแวดล้อมเหมาะกับลูกหลานของเราเพื่อที่จะสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ซึ่งการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ทำให้พี่น้องประชาชนเริ่มเกิดการรวมกลุ่มรวมตัวกันเพิ่มมากขึ้น มีการตั้งเป็นกองทุน ที่สามารถทำได้ด้วยกัน ทุกครัวเรือนช่วยกัน ผู้นำท้องถิ่นนัดหมายให้คนรับซื้อขยะมาอาจจะเดือนละ 1-2 ครั้ง นำไปสู่กองทุนสวัสดิการของคนในตำบล-ชุมชน-หมู่บ้าน เกิดสิ่งที่เรียกว่า การช่วยเหลือเกื้อกูล และก่อให้เกิดความรักความสามัคคีเพิ่มขึ้นในพื้นที่ อันแสดงให้เห็นว่าน้ำพักน้ำแรงของคนที่ช่วยกันแสดงให้เห็นถึงความรักโลกของเรามันแปรสภาพเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้

ปลัดมหาดไทย ระบุว่า ปัจจัยความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ส่วนกลางแต่ “ส่วนกลางเป็นจุดเริ่มต้นในฐานะผู้นำ” ที่ต้องแสดงให้ “ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ข้าราชการทุกส่วนของกระทรวงมหาดไทยและผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น” ในการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เป็นนโยบายหรือสิ่งที่พวกเราอยากให้ทำนั้นมันสำคัญและจำเป็นต้องทำ แล้วจะทำแบบปี 2 ปีแล้วหยุดไม่ได้ ต้องทำตลอดไป ทำตลอดเวลา โดยเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา เป็นที่ยืนยันอย่างชัดแจ้งว่า สิ่งที่คนมหาดไทยทุกคนได้ทำอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำคนสำคัญนั้น ทำให้องค์การระหว่างประเทศที่มีสมาชิกทั่วโลก คือ องค์การสหประชาชาติ ได้เห็นและร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์กับพวกเราที่หอประชุม UN Thailand

ซึ่งเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และความสำเร็จของนโยบายที่ดีจะส่งผ่านไปหาพี่น้องประชาชนได้ ทุกส่วนราชการ ทุกหน่วยงานต้องมาร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด นายอำเภอทั้ง 878 อำเภอ ท่านกำนันทั้ง 7,255 ตำบล ได้ช่วยกันขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคีเครือข่าย เพราะคนมหาดไทยทุกคนเชื่อมั่นว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตการทำงานเราต้อง Change for Good ตลอดเวลา” และในวันนี้จังหวัดนำร่องทั้ง 4 จังหวัด คือ จังหวัดลำพูน สมุทรสงคราม เลย และจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ประกาศความสำเร็จ และในระยะเวลาไม่ไกลจากนี้ เราจะมีอีก 22 จังหวัด รวมเป็น 26 จังหวัด จะร่วมประกาศความสำเร็จปริมาณคาร์บอนเครดิตที่เราจัดเก็บได้มากกว่า 2 ล้านตัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีว่าเราทุกคนได้ทำสิ่งที่ดีให้กับโลกของเรา และเมื่อทุกเส้นทางมารวมกันมันก็จะทำให้สิ่งที่ดีขยายวงกว้างทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญในครั้งนี้ต้องขอบคุณทางธนาคารกสิกรไทย ที่ได้ประกาศจุดยืนเป็นสถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินรายแรกของประเทศไทยหยิบยื่นความสำเร็จของการที่จะจูงใจให้พี่น้องประชาชน ได้ภาคภูมิใจว่าการเป็นคนดีของโลกด้วยการคัดแยกขยะและจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน สามารถแปลงให้กลายเป็นทุนกลับคืนสู่หมู่บ้าน/ชุมชนได้ ในราคา 260 บาท/ตันในเฟสแรก

ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กล่าวว่า นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานแนวทางอันเนื่องมาจากพระดำริที่สอดคล้องเชื่อมโยงกับ SDGs ทั้ง 17 ข้อของ UN เริ่มตั้งแต่พระดำริ Sustainable Fashion ด้วยการใช้ผ้าไทยที่เกิดจากการที่พี่น้องประชาชนปลูกฝ้าย ปลูกหม่อน เลี้ยงไหมและใช้สีธรรมชาติ ในการย้อมผ้า เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ผ่าน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” ทำให้เกิดรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในทุกถิ่นที่เป็นจำนวนมาก

รวมทั้งพระราชทานโครงการพระดำริที่เป็นองค์รวมและพระราชทานพระอนุญาตให้กระทรวงมหาดไทยและสมาคมแม่บ้านมหาดไทยน้อมนำมาขับเคลื่อน คือ “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” ทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระราชดำริเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน การน้อมนำเอาทุกเรื่องที่เป็นวิถีชีวิตเชิงบวกมาเสริมสร้างพลังความรัก ความสามัคคีความเกื้อกูลกันให้พี่น้องประชาชนในชุมชนได้รวมตัวกันดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลและรักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และช่วยเหลือสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน โดยล่าสุด UN Thailand ได้ไปเยี่ยมหลายจังหวัด เช่น ที่จังหวัดพัทลุง ปัตตานี สกลนคร จังหวัดลพบุรี ซึ่งการลงพื้นที่จะเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนต่อไปในอนาคตเพื่อที่จะทำให้พวกเราทุกคนได้มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินการต่อไป

ด้านคุณกีต้า ซับบระวาล (Gita Sabharwal) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวชื่นชมความคิดริเริ่มต่าง ๆ เช่น โครงการคัดแยกขยะที่เป็น “ตัวเร่งSDGs” ช่วยให้ประเทศพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนตามวาระของชาติเรื่อง Bio-Circular-Green Economy : BCG (การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว) โดยการซื้อขายคาร์บอนเครดิตครั้งแรกนี้คือหมุดหมายสำคัญจากการนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ไปปฏิบัติในระดับท้องถิ่นแบบทั้งองคาพยพ ทั้งภาครัฐ-สังคม 14 ล้านครัวเรือน “สิ่งสำคัญ คือ การส่งเสริมประเทศให้มีต้นแบบตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตที่โปร่งใสเป็นรูปธรรมด้วยการสนับสนุนอย่างจริงจังขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ตลอดมา”

“ขอขอบคุณพี่น้องคนไทยทั้งประเทศภายใต้การดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานแม่บ้านมหาดไทยทั้ง 76 จังหวัด ท่านนายอำเภอทั้ง 878 อำเภอ ท่านนายกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 7,849 แห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอขอบคุณ KBANK และ UN Thailand รวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและประชาชนทุกคนที่ได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ และพวกเราขอยืนยันว่าสิ่งที่ทุกคนได้เสียสละเพื่อโลกใบนี้ มีผลตอบแทนให้กับลูกหลานของเราชั่วกัปชั่วกัลป์ ที่ลูกหลานของเราได้มั่นใจได้ว่าคลอดออกมาแล้วจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี อยู่ในโลกที่สวยงาม เหมาะสม ในการดำรงชีวิตตลอดไป” นายสุทธิพงษ์กล่าวในช่วงท้าย