พบ “ซุปเปอร์โกโนเรีย” รายแรกของโลกที่อังกฤษ

สํานักงานสาธารณสุขอังกฤษ (พีเอชเอ) รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า พบชายชาวอังกฤษรายหนึ่งป่วยเป็นโรคหนองในแท้ หรือโกโนเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เคยระบาดหนักก่อนหน้านี้
แล้วเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคพัฒนาศักยภาพอย่างรวดเร็ว สามารถต่อต้านการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทั่วไป รวมทั้งยาอซิธโรมายซิน และเซฟทริอาโซน ก็ไม่สามารถขจัดได้ จนชายผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ป่วย “ซุปเปอร์โกโนเรีย” รายแรกของโลก

ตามรายงานของพีอีเอ ชายผู้นี้ได้รับเชื้ออันตรายนี้มาหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายหนึ่ง (ไม่มีการระบุชื่อประเทศ) ในขณะที่มี “คู่นอนประจำผู้หญิง” ที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในอังกฤษอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากนำคู่นอนของชายผู้นี้มาตรวจสอบ ไม่พบว่าติดเชื้อซุปเปอร์โกโนเรียนี้แต่อย่างใด

เมื่อปีที่แล้ว องค์การอนามัยโลกเคยประกาศเตือนว่าพบมีผู้ติดเชื้อโกโนเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะเพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัยและไม่ยอมใช้ถุงยางอนามัยมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ โกโนเรียสามารถติดต่อได้ทั้งการมีเพศสัมพันธ์ปกติหรือการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก และออรัลเซ็กซ์ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อโกโนเรียสูงถึง 78 ล้านคนต่อปี และในระยะหลังพบว่ามีหลายกรณีที่รักษาได้ยากมากขึ้นหรือบางครั้งก็รักษาโรคนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำไป


พญ.เกวนดา ฮิวจ์ส หัวหน้าแผนกติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ของพีเอชอี ระบุว่า ทางสำนักงานกำลังสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพื่อจัดทำคำแนะนำ รวมถึงการรักษาเบื้องต้น กรณีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เชื้อแสดงอาการดื้อยาในระดับสูงเช่นนี้ รวมถึงยาปฏิชีวนะอื่นๆ ที่เคยใช้อีกด้วย

นอกจากนั้น ยังพยายามตามหาคู่นอนชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของผู้ป่วยรายนี้ให้เจอ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อตัวเดียวกันนี้แพร่ระบาดต่อไป

โกโนเรียสามารถระบาดได้ง่ายหากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม สามารถก่อให้เกิดอาการติดเชื้อได้ทั้งบริเวณอวัยวะเพศ, ทวารหนัก, ช่องคอ และหากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เป็นหมัน
ในกรณีของซุปเปอร์โกโนเรียเช่นในกรณีนี้ยังไม่มียาปฏิชีวนะใดรักษา มีเพียงแค่ยาใหม่ 3 ตัวที่อยู่ระหว่างการพัฒนาขึ้นมาเท่านั้นมิอาจกำจัดได้

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์