เผยกลยุทธ์เเบรนด์ “MIKIWUU” บูมเทคเเฟชั่น “เคสโทรศัพท์” ไอเท็มฮิตติดตัวคนยุคใหม่

เส้นทางจากเเบรนด์เเฟชั่นที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยมีสินค้าหลากหลายทั้ง สร้อยคอ กระเป๋าคลัช รองเท้าเเละ “เคสโทรศัพท์” ซึ่งต้องมาได้กลายเป็น “signature product” ที่ทำให้เเบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

“ตอนแรกทำต่างหูออกมา แล้วเริ่มมีดีมานด์จากคนรอบข้าง จากนั้นขยายสินค้าออกมาเรื่อยๆ ทำมาได้ 4 ปี  จับตลาดได้ว่าตอนนี้ “เคสโทรศัพท์” ได้กลายมาเป็นเครื่องประดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมและมีติดตัวแทบทุกคน เราเลยหันมาจับกลุ่มเป้าหมายนี้ เเละก็ได้รับกระเเสตอบรับดีเกินคาด”

“มิกิ พัชรี ติวะวงศ์” ผู้ก่อตั้งเเบรนด์ MIKIWUU บอกกับเรา พร้อมเผยเคล็ดลับการใช้ “อะครีลิก” เป็นส่วนประกอบให้เกิดงานดีไซน์ใหม่ๆ โดยเน้นเป็นงานแฮนด์เมดที่ตั้งใจทำ เเละไม่สามารถหาได้ในสินค้าจากโรงงาน

“จุดเด่นคือ การดีไซน์ที่ดัดแปลงมาจากวัสดุให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น อะครีลิคเป็นพลาสติกที่ไม่ซีด อดทนต่อแรงกระแทก น้ำหนักเบา เป็นแฟชั่นที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี โดยเราได้เพิ่มความเชื่อมโยงเข้าไป เช่น ออกแบบเคสโทรศัพท์ที่มีคู่เครื่องประดับอย่าง ต่างหู กระเป๋า ตอบโจทย์คนชอบแต่งตัวเเบบมิกซ์แอนด์แมทช์กันได้ เเละไฮไลต์คือความเป็น “เทคแฟชั่น”

เธอบอกอีกว่า กลุ่มลูกค้าของเเบรนด์ค่อยข้างมีความเฉพาะ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ด้วยความที่ใช้วัสดุคุณภาพและดีไซน์เฉพาะจึงทำให้ราคาแพงกว่าของโรงงาน โดยจะอยู่ที่ 1,000 บาทขึ้นไป

“ลูกค้าบางคนซื้อหลายปีก็ใช้อยู่อันเดียว บางคนเปลี่ยนทุกเดือน เปลี่ยนทุกคอลแลคชั่น อยู่ที่รสนิยมส่วนบุคคล โดยผู้หญิงจะเป็นกลุ่มที่ชอบใช้เงินกับสินค้าแฟชั่นประเภทนี้ แต่ผู้ชายไม่ค่อยสนใจดีเทลตกแต่งมากนัก คนที่จะแต่งตัวให้โทรศัพท์ได้ต้องมี “ความเยอะ” ประมาณหนึ่ง ซึ่งง่ายแก่การออกสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ต่างหู กระเป๋า รองเท้าตามมา”

สำหรับเทรนด์เคสโทรศัพท์ที่ฮิตสุดๆ ตอนนี้ คืองานที่มีรูปแบบโดดเด่น มีวัสดุพิเศษ เช่นมีการฝังมุก ฝังเพชร มีการดีไซน์ทำให้เขย่าได้ เป็นต้น

พัชรีกล่าวว่า ด้วยความที่เริ่มจากการเป็นออนไลน์เพียวๆ จากนั้นจึงเป็นที่รู้จัก เเละมีคนอยากเห็นของจริมากขึ้น จึงทำให้ต้องปรับกลยุทธ์กระจายไปส่วนออฟไลน์ โดยเลือกโลเคชั่นที่ตอบรับกับกลุ่มลูกค้า เเต่ไม่ได้ไปทุกที่ เช่นเลือกไปสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นศูนย์เลือกซื้อสินค้าแฟชั่น

“การขายออนไลน์ สิ่งสำคัญคือต้องดูแลการขายตลอดอายุการใช้งาน เพราะถ้าลูกค้าวางใจเราแล้ว เราก็ต้องดูแลเขาไปตลอด ลูกค้าก็จะชอบ เราท่องเสมอว่าถ้าลุกค้ามาซื้อสินค้าเราชิ้นหนึ่งแล้ว ต้องทำให้เขามาซื้อชิ้นที่สองให้ได้”

เมื่อถามถึงการขยายตลาดในอนาคต เจ้าของเเบรนด์ MIKIWUU  ตอบว่าได้เริ่มตีตลาดต่างประเทศมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเริ่มไปวางขายที่เกาหลีใต้ เพราะที่นั่นมีตลาดสินค้าเคสโทรศัพท์ที่ค่อนข้างเเมส พอนำสินค้าที่มีการดีไซน์เฉพาะเเละตั้งใจออกเเบบเป็นงานคราฟ์ทำมือ ก็มีคนสนใจอย่างมาก โดยลูกค้าหลายคนให้ฟีคเเบ็กกลับมาว่า ใช้แล้วรู้สึกไม่เหมือนใครในประเทศของเขา ซึ่งทางเเบรนด์ตั้งใจจะเจาะตลาดเอเชียก่อน เพราะลูกค้าเอเชียจะชื่นชอบสินค้าประเภทนี้มากกว่าแต่ลูกค้ายุโรป

Previous articleผลของมาตรการ “ช็อปช่วยชาติ”
Next articleราชกิจจาฯ เผยแพร่ พ.ร.บ.การถวายความปลอดภัย พ.ศ.2560