คุมฝุ่นพิษ PM2.5 เฉพาะพื้นที่ แอตต้ายันไม่กระทบท่องเที่ยว-ตรุษจีน

“ประยุทธ์” สั่งเข้มงวดแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ออกมาตรการเฉพาะพื้นที่ รอประชุมชุดใหญ่ กก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ททท.-แอตต้าประสานเสียง ฝุ่นพิษ-ไข้หวัดใหญ่ 2019 ไม่กระทบนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทย เนื่องจากองค์การอนามัยโลก-รัฐบาลที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ห้ามเดินทางระหว่างกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.นราธิวาส ว่า มีแผนแม่บทร่วมกันในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 แล้วเป็นแผนเฉพาะหน้า ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว วันนี้ต้องมาเข้มงวดว่า ความเข้มของฝุ่น PM 2.5 มีในระดับใด พื้นที่ใดบ้าง ต้องกำหนดมาตรการเฉพาะออกมาในพื้นที่เหล่านั้น โดยรายละเอียดในการแก้ปัญหาทั้งหมดจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในวันที่ 23 มกราคมนี้

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ททท.เฝ้าติดตามสถานการณ์ฝุ่นปกคลุมทั่วกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการท่องเที่ยวและการปฏิบัติตัวในช่วงที่ต้องเผชิญกับภาวะฝุ่น อาทิ แจ้งไปยังเอเย่นต์เพื่อให้หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวนอกอาคารในเวลาที่ฝุ่นปกคลุมหนาแน่น รวมถึงแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวภายในอาคารให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวไม่ให้ได้รับอันตรายจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

นอกจากนี้ ททท.ยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์รายวันว่า จะสามารถจัดงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน 2020” ที่กำลังจะจัดขึ้นในกรุงเทพฯเร็ว ๆ นี้ได้หรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถจัดงานวิ่งได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ร่วมงาน “ขณะนี้ยังไม่มีสำนักงานใดจาก 29 สำนักงานทั่วโลกของ ททท.ที่มีการสอบถามหรือแสดงความวิตกเข้ามาที่สำนักงานใหญ่เกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นพิษ และ ททท.ไม่ได้มีการแจ้งเตือนพื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการเดินทางแต่อย่างใด ตอนนี้เราอาจจะต้องเริ่มมองถึงการแก้ไขปัญหาฝุ่นจากต้นเหตุหรือการออกมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดฝุ่น เพื่อไม่ให้ในทุก ๆ ปีภาคท่องเที่ยวจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงและความกังวลในเรื่องฝุ่นซ้ำไปซ้ำมา” นายยุทธศักดิ์กล่าว

ด้านนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า มลพิษฝุ่นยังไม่กระทบต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงนี้ เนื่องจากข่าวสถานการณ์ยังไม่กระจายออกไปมากนัก ประกอบกับระยะเวลานับตั้งแต่ฝุ่นเริ่มปกคลุมกรุงเทพฯ “ยังสั้นอยู่” อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ฝุ่นยังคงไม่ดีขึ้นและลากยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ ก็อาจจะเริ่มส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่อาจจะตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพแทน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาฝุ่นโดยเร็วก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น

เช่นเดียวกับสถานการณ์ของไข้หวัดโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 ที่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยของนักท่องเที่ยวจีนแต่อย่างใด เนื่องจากทั้งองค์การอนามัยโลก รัฐบาลจีน และประเทศไทย ยังอนุญาตให้มีการเดินทางระหว่างกันตามปกติ “เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนขาเข้าประเทศไทยในช่วงตรุษจีน 2563 ระหว่างวันที่ 25-31 มกราคมนี้จะยังคงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และเชื่อว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย กล่าวคือ อยู่ระหว่าง 280,000-300,000 คน” นายวิชิตกล่าว

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในช่วงวิกฤตวันที่ 22 มกราคมนี้ (ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานระหว่าง 38-90 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดย กทม.ได้ออกมาตรการเพิ่มเติมอีก 4 มาตรการ ได้แก่

1) ให้หน่วยงานในสังกัด กทม.ขยับเวลาการทำงาน เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน (เวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 16.00-19.00 น.) โดยให้ข้าราชการของหน่วยงานที่อยู่ภายในศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) และอาคารธานีนพรัตน์ (กทม.2) เลื่อนเวลาทำงานจากเดิมเวลา 08.30-16.30 น. เป็นเวลา 10.00 -18.00 น. ยกเว้นหน่วยงานที่ต้องให้บริการประชาชน อาทิ สำนักงานเขต ยังคงให้ทำงานเวลาเดิม

2) ในวันที่ 22 ม.ค. กทม.ออกประกาศให้หยุดการเรียนการสอนในโรงเรียนสังกัด กทม.ทั้ง 437 โรงเรียน เป็นเวลา 1 วัน

3) ดำเนินการแจกหน้ากากอนามัยกว่า 450,000 ชิ้นให้แก่ประชาชน และ 4) ขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากาก

นอกจากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพพมหานครที่ประกาศหยุดการเรียนการสอนแล้ว ยังมีโรงเรียนอีกหลายแห่งทยอยแจ้งประกาศหยุดเรียน 1-3 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจาปัญหาฝุ่นพิษได้แก่

โรงเรียนเซนต์ดอมินิกฯ หยุดวันที่ 22-24 มกราคม
โรงเรียนหอวัง หยุดวันที่ 22-23 มกราคม
โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย หยุดวันที่ 22-23 มกราคม
โรงเรียนบดินทรเดชาฯ 1 หยุดวันที่ 22-23 มกราคม
โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ หยุดวันที่ 22-23 มกราคม
โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ประถม หยุดวันที่ 22-23 มกราคม
โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ มัธยม หยุดวันที่ 22 มกราคม
โรงเรียนอัสสัมชัญ ประถม หยุดวันที่ 22 มกราคม
โรงเรียนไผทอุดมศึกษา หยุดวันที่ 22-23 มกราคม

วันที่ 22 มกราคม 2563 ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานครรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองประจำวัน(22ม.ค.)สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 เวลา 05.00-07.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) – ตรวจวัดได้ 31-74 มคก./ลบ.ม. – ค่าเฉลี่ย 49 มคก./ลบ.ม.  – ค่า PM2.5 มีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีค่าเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 15 เขต คือ

  • เขตวังทองหลาง 
  • เขตบางคอแหลม
  • เขตยานนาวา
  • เขตจตุจักร
  • เขตบางกะปิ
  • เขตลาดกระบัง
  • เขตคลองสาน
  • เขตบางเขน
  • เขตคลองเตย
  • เขตบางซื่อ
  • เขตหลักสี่
  • เขตบึงกุ่ม
  • เขตคลองสามวา
  • เขตสายไหม
  • เขตดอนเมือง

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เพิ่มความถี่ในการประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งเตือนและเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ที่พบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ www.bangkokairquality.com www.airqangkok.com Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม www.prbangkok.com Facebook : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. หรือแอปพลิเคชั่น “กทม. Connect”

ทั้งนี้ได้เพิ่มความถี่การแจ้งเตือนเป็นวันละ 3 รอบ เวลา 07.00 น. 12.00 น. และ 15.00 น. นอกจากนี้ได้เพิ่มช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลคุณภาพอากาศอีกหนึ่งช่องทาง คือ แอปพลิเคชั่น (AirBKK) โดยอยู่ระหว่างให้ทดลองใช้ สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ส่วนระบบปฏิบัติการ ios อยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อให้ข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศครอบคลุมในพื้นที่ที่ไม่มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @Prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ