ใช้เวทีสัมมนาหอการค้าสร้างมิติใหม่

บทบรรณาธิการ

การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างทางการเมือง การปกครอง หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจปี 2557 ปรับโหมดสู่การเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกขณะ โค้งสุดท้ายปลายปี 2561 ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้าจึงเป็นช่วงเวลาที่จะชี้อนาคตประเทศ ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนของเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลก


24 ก.พ. 2562 วันที่คนไทยทั้งประเทศมีโอกาสได้เดินเข้าคูหาลงคะแนนเลือกตัวแทนเข้าไปนั่งในสภาอีกครั้ง จึงเป็นวันที่มีความหมายยิ่ง เพราะนอกจากการเลือกตั้งจะเป็นกลไกหลักในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทั้งด้านบวกและลบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง

โดยเฉพาะเศรษฐกิจซึ่งเกี่ยวโยงกับปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพของคนทั้งประเทศ ถือเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจว่าจะให้พรรคการเมืองใด หรือคนกลุ่มใดเข้ามาบริหารจัดการ ยกระดับการพัฒนาให้ประเทศเจริญก้าวหน้า เศรษฐกิจในภาพรวมเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม จะอาศัยกลไกราชการกับฝ่ายการเมืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่เพียงลำพังคงเป็นไปได้ยาก ถ้าหากประชาชน ภาคเอกชน ไม่ช่วยผลักดันหรือให้การสนับสนุน ทางเลือกที่เหลืออยู่ในเวลานี้ คือ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือปรับโหมดเศรษฐกิจสู่ทางเลือกใหม่ จึงจะพลิกโฉมประเทศไปอีกขั้น ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จ

เวทีประชุมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ระหว่าง 30 พ.ย.-2 ธ.ค. 2561 ที่โรงแรมดุสิตธานี ไอคอนสยาม และไบเทค บางนา ซึ่งหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดขึ้น และตลอดระยะเวลา 3 วัน จะเป็นแหล่งรวมขององค์กรเครือข่ายทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการรุ่นเก่า สายเลือดใหม่ ฯลฯ จะถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ถ้าหากยึดหลักผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับ

ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญเปิดมิติใหม่ให้การสัมมนาใหญ่ในครั้งนี้เป็นที่ถกระดมสมอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประเทศไทยเติบโตทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยหอการค้ากับองค์กรเครือข่ายเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย เอสเอ็มอี คืนกำไรให้กับสังคมมากกว่าที่ผ่านมา

แทนที่จะมุ่งเน้นระดมความคิดเห็นเพื่อยื่นข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะรัฐบาล รักษาผลประโยชน์ของสมาชิกหรือผู้ประกอบการกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะคาดหวังผลในทางธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบและความเสียหายที่จะตามมา เพราะถึงเวลาต้องยกระดับสัมมนาหอการค้าเป็นเวทีแสดงสปิริต ในฐานะทัพหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

Previous article“เฟซบุ๊ก” ดึงเอสเอ็มอีโกดิจิทัล ย้ำไทยผู้นำโซเชียลคอมเมิร์ซโลก
Next articleหอการค้า 5 ภาคชง “บิ๊กตู่” อุ้มSME เพิ่มขีดแข่งขัน-ฝ่าสงครามการค้า