“ไอเฟค” ปลื้มเตรียมรับรู้รายได้เพิ่ม “หนองจอก-บางบัวทอง” เริ่มขายไฟได้แล้ว

“หมอวิชัย” ปลื้ม “ไอเฟค” เตรียมรับรู้รายได้เดือนละ 3.7-4.0 ล้านบาทต่อเดือน หลังเดินเครื่องขายกระแสไฟเพิ่มอีก 2 แห่ง โรงไฟฟ้า ”หนองจอก-บางบัวทอง” พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับมาร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อผลประโยชน์ต่อส่วนรวม

สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์จัดเป็นพลังงานธรรมชาติที่มีความสะอาดปราศจากมลพิษ นับเป็นพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้า ศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย

ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงมีแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือพีดีพี 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 (2555-2573) กำหนดให้มีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่างๆ ไว้ถึง 9,481 เมกะวัตต์ เมื่อสิ้นปี 2573 โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีการตั้งเป้าหมายไว้ถึง 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2564

นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC เปิดเผยว่าที่ผ่านมาไอเฟคได้ให้ความสำคัญอุตสาหกรรมธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์มาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นไอเฟคจึงมีบริษัทในเครือที่ทำธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ

นายวิชัยกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ได้ดำเนินการขายกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าบางบัวทองแล้ว ประมาณ 1 เมกะวัตต์ และเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ขายกระแสไฟฟ้าไปแล้ว 5 เมกะวัตต์ ของโรงไฟฟ้าหนองจอก รวมสองแห่ง 6 เมกะวัตต์ ในราคา 5.377 บาทต่อหน่วย

“ทั้งสองโรงไฟฟ้า จะมีรายได้รวมต่อเดือนประมาณ 4 ล้านบาท หรือราว 48 ล้านบาทต่อปี”

ทั้งนี้โครงการผลิตไฟฟ้าหนองจอก และโครงการที่บางบัวทอง เป็นพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับหน่วยราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตรระยะที่ 1 ซึ่งโครงการนี้ บริษัทสแกน อินเตอร์ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด และ บริษัท ซีอาร์ โซลาร์ จำกัด ได้ร่วมลงทุนกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กรุงเทพมหานคร จำกัด และสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย จำกัด โดยมีขนาดกำลังผลิต 5 MWpและ 1MWp ระดับแรงดัน 22 กิโลโวลต์ตามลำดับ

“โครงการที่หนองจอก ตั้งอยู่บนพื้นที่ 51 ไร่ ใช้จุดเชื่อมโยงระบบที่สถานีโรงไฟฟ้าย่อยสุวินทวงศ์ และโครงการที่บางบัวทอง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 15 ไร่ ใช้จุดเชื่อมโยงระบบที่สถานีโรงไฟฟ้าย่อยไทรน้อยซึ่งการก่อสร้างและติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์แล้วเสร็จและขายไฟเรียบร้อยแล้ว”


นอกจากนี้ นายวิชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนมุ่งมั่นเดินหน้าแก้ปัญหามาโดยตลอดและวอนขอให้กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่และอดีตกรรมการบริษัท กลับมาร่วมมือกันและมาช่วยกันผลักดันให้ธุรกิจของไอเฟคเดินหน้าต่อไป