9 เดือนแรก ซีพีเอฟกอดกำไรสุทธิ 6.3 พันล้าน ฝ่าโควิดทุบกำลังซื้อ ราคาหมูร่วง

CPF-LOGO

9 เดือนแรก ซีพีเอฟกอดกำไรสุทธิ 6.3 พันล้าน ฝ่าโควิดทุบกำลังซื้อ – ต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง ราคาหมูร่วง 10% ยังมั่นใจ สถานการณ์ดีขึ้นหลังเปิดประเทศ แง้มรายงานตลาด การเข้าซื้อ CTI บริษัทเจียไต๋ในจีน มีผลต่อผลประกอบการ พร้อมเปรียบเทียบข้อมูลทางการเงินที่ไม่รวม CTI กวาดรายได้ 3.81 แสนล้าน

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทยังคงมีกำไรสุทธิใน 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 6,308 ล้านบาท แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายประเทศมีมาตรการล็อคดาวน์ รวมถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่เข้มงวด ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และการจับจ่ายใช้สอย ทำให้ไตรมาส 3 ขาดทุนสุทธิในส่วนของบริษัท 5,375 ล้านบาท ลดลง 172% เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 นี้มีปัจจัยหลักมาจากระดับราคาสุกรเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงประมาณ 20% ขณะที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงขึ้น โดยราคาสุกรที่ปรับลดลงทำให้มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพลดลง 3,583 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 3,294 ล้านบาทจากระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งโดยหลักมาจากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมในประเทศจีน และผลการดำเนินงานของ CPALL

“ปีนี้นับได้ว่าเป็นปีที่มีความท้าทายในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างมากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลหลายประเทศมีมาตรการปิดประเทศที่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อและทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปนั้น มาตรการที่ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเคร่งครัดขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการธุรกิจเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน และด้วยมาตรการที่รัดกุมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตในบางโรงงาน ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่คาด อย่างไรก็ตาม จากการที่ไทยและหลายๆ ประเทศเริ่มผ่อนคลายการจำกัดการเดินทางของประชาชน ส่งผลให้การบริโภคดีขึ้น ราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 3 ที่ผ่านมา และทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทดีขึ้นเป็นลำดับ”

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้แจ้งต่อข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ว่าในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 Chia Tai Investment Co., Ltd. (“CTI”) ได้เปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วมของกลุ่มบริษัทตามที่เปิดเผยในงบการเงินประจำปี

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของงบกำไรขาดทุนรวมของกลุ่มบริษัทอย่างมีสาระสำคัญ

กลุ่มบริษัทจึงเปิดเผยการเปรียบเทียบข้อมูลทางการเงินที่ไม่รวม CTI สำหรับงวดสามเดือนและเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน เพิ่มเติม ระบุว่า ผลการดำเนินการในช่วง9 เดือนแรกมีรายได้ 381,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 348,552 ล้านบาท ขณะที่รวมค่าใช้จ่ายเท่ากับ 371,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ 323,726 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไร ก่อนส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และการร่วมค้าและค่าใช้จ่าย 9,334 ล้านบาทลดลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ 24,826 ล้านบาท


โดยล่าสุด ในไตรมาส3 ปี 2564 มีรายได้ 129,541 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 122,266 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายรวม 135,383 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุน ก่อนส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และการร่วมค้าและค่าใช้จ่าย 5,842 ล้านบาท