เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต.-ตลท. ผนึกเรียกความเชื่อมั่น เล็งทบทวนเกณฑ์กำกับชอร์ตเซล

09 พ.ย. 2566 | 21:49น.
money

สำนักงาน ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกเรียกความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย หลังภาวะหุ้นไทยผันผวนหนัก “เลขาธิการ ก.ล.ต.” เผยแนวโน้มชอร์ตเซลเพิ่มแต่ยังไม่มีนัย ไตรมาส 3/66 แตะ 3.5 แสนล้าน แจงหากพบชอร์ตเซลเอามาทุบหุ้น กลไกบังคับใช้กฎหมายจัดการทันที

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้ค่อนข้างมีความผันผวนแรง โดยแกว่งแดนลบตลอดทาง ปิดตลาดอยู่ที่บริเวณ 1,404.97 จุด ลดลง 6.80 จุด หรือติดลบ 0.48% เมื่อเทียบจากดัชนีวันก่อนหน้า

แต่ปรับตัวลงไปทดสอบจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,389.46 จุด ลดลง 22.31 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 49,743.19 ล้านบาท โดยนับจากต้นปีถึงปัจจุบันผลตอบแทนหุ้นไทยปรับตัวลดลงไป 16.3% หรือปรับตัวลดลงกว่า 274 จุด

โดยวันนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้จัดแถลงด่วนเมื่อเวลา 17.00 น. เพื่อชี้แจงเรื่อง “การติดตามสภาวะตลาดทุน”

เรียกความเชื่อมั่น

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการกลับมาสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และช่วยทำให้ความเชื่อที่ไม่มีข้อมูลประกอบไม่กดดันหรือสร้างเซนติเมนต์เชิงลบให้กับตลาดทุนไทย

เพราะตอนนี้สภาวะตลาดทุนค่อนข้างมีความผันผวนมาก โดยมีหลากหลายปัจจัยทั้งเชิงมหภาคที่มาจากภายนอกประเทศ เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์, การคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจประเทศในภูมิภาคเอเชีย และเศรษฐกิจไทย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ย่อมมีผลกระทบต่อตลาดทุนทั่วโลก

และช่วงที่ผ่านมาอาจจะมีการตั้งคำถามถึงปัจจัยกระทบที่ซ้ำเติมตลาดทุนไทยเข้ามานั่นคือ กรณีการชอร์ตเซล (Short Selling) การใช้โปรแกรมเทรดดิ้ง (Program Trading) หรือการใช้โรบอตมาทำคำสั่งซื้อขายหุ้น จนทำให้เกิดการกระทำที่ไม่เป็นธรรมกับนักลงทุน

แนวโน้มชอร์ตเซลเพิ่ม Q3 แตะ 3.5 แสนล้าน

จึงขอชี้แจงว่า ก.ล.ต. และ ตลท. ในฐานะผู้กำกับดูแลตลาดทุน จะใช้ข้อมูลดาต้าในการคิดนโยบายเพื่อตัดสินใจ ไม่ได้ตามสภาพของอารมย์ ซึ่งที่ผ่านมาทรานแซกชั่นของการชอร์ตเซลในตลาดหุ้นไทยเทียบกับมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) มีสัดส่วนแค่ 5.6% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด

และแม้มูลค่าชอร์ตเซลจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาท แต่ไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบจากปีที่แล้วที่สภาวะตลาดดูดีกว่าปีนี้ และยิ่งถ้าแยกตามประเภทหลักทรัพยที่เกิดการทำชอร์ตเซล ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่ม SET50 และหุ้นเล็ก จะเห็นสัดส่วนอยู่ในระดับเดิม อาจจะมีความแตกต่างเพิ่มขึ้นสำหรับการทำชอร์ตเซลผ่าน ETF ทั้งนี้ขอย้ำว่า ก.ล.ต. ได้มีการติดตามภาวะการทำชอร์ตเซลอยู่ตลอดเป็นรายไตรมาส

แจงแนวทางกำกับชอร์ตเซล

เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ก.ล.ต. ให้ทำชอร์ตเซลได้แบบมีเงื่อนไขคือต้องไม่ต่ำกว่าราคาซื้อขายล่าสุด จะไม่ได้ให้ทำในทุกระดับราคา และช่วงที่มีสถานการณ์ความผันผวนหรือเกิดวิกฤต เช่น วิกฤตโควิด ก.ล.ต. ได้มีการกำกับดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น ในลักษณะให้ทำชอร์ตเซลได้ในราคาที่สูงกว่าหรือไม่ต่ำกว่าราคาซื้อขายล่าสุด (Uptick)

นอกจากนี้การทำชอร์ตเซลจะมีข้อห้ามตามกฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ห้ามทำ Naked Short Sell ไม่ว่าจะมาจากโปรแกรมเทรดดิ้งหรือการซื้อขายปกติ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการผิดนัดในการหาหุ้นมาส่งมอบ ซึ่งด้วยกลไกดังกล่าว ก.ล.ต.และ ตลท.ค่อนข้างมั่นใจในการตรวจสอบที่จะเอาผิดและฟ้องร้องได้หากพบการทำ Naked Short Sell

และยืนยันว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องแบนชอร์ตเซลเพราะมีประโยชน์อยู่ และที่ผ่านมาได้มีการสอบทานเป็นปกติอยู่แล้ว โดย ตลท.จะเป็นหน้าด่านในการสอบทานจึงมั่นใจกลไกดังกล่าวได้

“การที่เราไม่แบนชอร์ตเซล เพราะเรายังไม่เห็นการทำชอร์ตเซลเป็นผลลบมากกว่าผลบวก ต้องยอมรับว่าข่าวที่เข้ามาไม่จำเป็นต้องมีแต่ข่าวดีเสมอไป เช่น ผลกระทบสงครามที่ส่งผลต่อการคาดการณ์ราคาพลังงานสูงขึ้น มีผลในเชิงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ดังนั้นเมื่อตลาดไม่มีชอร์ตเซล แปลว่าตลาดจะมีกลไกไปอั้นในเรื่องการปรับราคา นั่นหมายถึงราคาตลาดไม่เป็นไปตามกลไกที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตามหากการทำชอร์ตเซลเป็นไปในเชิงการชี้นำให้เกิดการซื้อขายผิดปกติหรือเอามาทุบหุ้น ซึ่งกลไกการบังคับใช้กฎหมาย (Enforcement) ต้องตามมา ซึ่งปกติดำเนินการอยู่แล้ว ขอให้ความมั่นใจ เพราะเป็นหน้าที่ต้องจัดการอยู่แล้ว” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว

ทั้งนี้ถ้าจะขันนอตการกำกับชอร์ตเซล เบื้องต้น ก.ล.ต.มีแนวทางคือชะลอในภาวะที่ตลาดผันผวน แบบที่มีข้อมูลยังไม่สามารถสอบทานกลั่นกรองได้ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งไม่อยากให้เกิดการเก็งกำไร รวมทั้งจะใช้หลายมาตรการ อาทิ การปรับ ceiling-floor เป็นต้น และติดตามกำกับชอร์ตเซลสภาพปัจจุบันว่ามีแนวทางอื่นหรือไม่ด้วย

“ไม่ปฏิเสธว่าจะทบทวนกฎเกณฑ์ทางเลือก (Alternative Rules) คือมาตกลงร่วมกัน ไม่ต้องเห็นชอบเป็นรายกรณีไป แต่ต่อให้นำมาใช้ก็ต้องมีการบอกล่วงหน้า ถึงจะเป็นการจัดการสภาพตลาดทุนได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมกับผู้ร่วมตลาด” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว

หวั่น ‘อัลกอริทึมเทรด’ เพิ่มผันผวนตลาด

แต่ทั้งนี้อัลกอริทึมเทรดดิ้ง (Algorithmic Trading) ถือว่ามีความท้าทายในอนาคตที่ต้องจับตามอง 3 เรื่องคือ 1.ความซับซ้อนของอัลกอริทึม ที่ใช้ในการส่งคำสั่งซื้อขายในอนาคตจะมีความซับซ้อนขึ้น จากคำสั่งที่ในปัจจุบันเป็นแบบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (Rule-based) อาจะมีการพัฒนาให้ใช้อัลกอริทึมประเภท Machine Learning ในการส่งคำสั่งซื้อขาย ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบรูปแบบใหม่ ๆ ตามมา

2.ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายที่สูงขึ้น จากเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้น จะทำให้เกิดการใช้อัลกอริทึม สั่งคำสั่งแบบ High Frequency Trading : HFT มากขึ้นในอนาคต ทำให้ต้องเพิ่มการใช้เทคโนโลยีในการกำกับดูแล

และ 3.การมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เกิดขึ้น ซึ่ง ก.ล.ต.ต้องติดตามให้เท่าทัน เพื่อทราบถึงความเสี่ยงและวางแนวทางคุ้มครองผู้ลงทุนได้อย่างเหมาะสม

“เพราะจะมีความเสี่ยง 3 เรื่องคือ 1.จำนวนคำสั่งที่อาจมีจำนวนมากเกินกว่าที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะรับได้ 2.ตลาดถูกรบกวนโดยคำสั่งที่ซ้ำซ้อนหรือผิดพลาด และ 3.เพิ่มความผันผวนให้ตลาดและพฤติกรรมที่อาจเอาเปรียบผู้เล่นในตลาด”

HFT สัดส่วนแค่ 10% ไม่ได้กดดันตลาด

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ขอย้ำว่าวันนี้ตลาดหุ้นไม่ได้ถูกปั่นให้เกิดราคาเคลื่อนไหวจากการชอร์ตเซล และขอให้มั่นใจว่า ก.ล.ต.และ ตลท.ใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ติดตามดูตลอด โดยข้อมูลนักลงทุนต่างชาติมีการทำชอร์ตเซลในหุ้น SET100 เฉลี่ยที่ 10% สูงกว่านักลงทุนรายย่อยที่ 2% แต่ไม่มีนัยต่อการกดดันราคาหุ้นให้ลดลง ในทางกลับกันพบว่าการทำชอร์ตเซลโดยนักลงทุนรายย่อยมีนัยต่อราคาหุ้น SET50 โดยหุ้นที่มีเปอร์เซ็นต์ชอร์ตเซลจากนักลงทุนรายย่อยสูงพบว่าราคาหุ้นลดลงสูงตามไปด้วย

ขณะที่โปรแกรมเทรดดิ้ง ไม่ใช่ HFT ทั้งหมด โดยมูลค่าการซื้อขาย HFT คิดเป็นเพียง 10% เท่านั้น ไม่ได้กดดันตลาด ซึ่ง HFT และ non-HFT Program ซื้อขาย 70% ใน SET 50 ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อขายมากกว่า 57% ใน nonSET50

“สัดส่วนมูลค่าซื้อขายหุ้น แบ่งตามประเภทนักลงทุนในช่วงไตรมาส 2/2566 พบว่า 34% เป็นนักลงทุนรายย่อย รองลงมา 24% เป็น non-HFT Program และตามมาด้วย 16% นักลงทุนต่างชาติ non program และ 16% จากนักลงทุนสถาบันและบัญชีหลักทรัพย์ ที่เหลือ 10% เป็นนักลงทุนต่างชาติ HFT โดย HFT มักปิด Position รายวัน ส่งผลให้ขายสุทธิส่วนใหญ่มาจาก non-HFT program ดังนั้นที่มีข่าวว่า HFT ขายไล่ตลาดไปนั้นไม่ถูกต้อง” นายภากร กล่าว

เชื่อโฟลว์ต่างชาติไหลกลับหุ้นไทย

ผู้จัดการตลาดหุ้นไทย กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นปีท้าทาย เซนติเมนต์ไม่ดีจากปัจจัยเชิงลบรอบโลก ฟันด์โฟลว์ไหลออก โดยดัชนี SET Index เป็นดัชนีตัวแปรชี้ภาวะเศรษฐกิจล่วงหน้า (Leading Indicators) ถ้าเกิดนักลงทุนต่างชาติมองว่าเศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวดีขึ้น จะสะท้อนกับความต้องการอยากเข้ามาลงทุน เพราะฉะนั้นต้องติดตามต่อไปว่าทำไมนักลงทุนไม่ได้มองว่าดัชนี SET ควรปรับตัวขึ้นทั้งที่มีบริษัทจดทะเบียนที่มีความสามารถในการทำกำไรได้ดี

เชื่อว่าถ้าสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและบริษัทจดทะเบียนไทย เซนติเมนต์จะเปลี่ยนแปลงไป และคาดว่าจะเห็นโฟลว์ต่างชาติไหลกลับเข้ามา

“ปีนี้ตลาดหุ้นไทยลงแรงกว่าตลาดหุ้นอื่นจริง แต่ถ้ามองปีที่แล้วตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดหุ้นอื่นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ต้องพิจารณาประกอบกับปัจจัยที่ทำให้ตลาดลงแรงกว่าตลาดหุ้นอื่น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต.