เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางความเสี่ยงด้านขนส่งในทะเลแดง-ช่องแคบฮอร์มุซ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางความเสี่ยงด้านขนส่งในทะเลแดง-ช่องแคบฮอร์มุซ
ความลับในงาน HR รั่วที่ใคร ?
SD Talk ความลับในงาน HR รั่วที่ใคร ?
บำรุงราษฎร์ขยายศูนย์จักษุ ลุยปักธงฮับเคสยากอาเซียน
Business บำรุงราษฎร์ขยายศูนย์จักษุ ลุยปักธงฮับเคสยากอาเซียน
ค่าเงินบาทวันนี้ (11 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (11 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 ก.ย. 69) ภาคใต้ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 ก.ย. 69) ภาคใต้ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 70% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ย. 69) ปรับลง 2.18% อยู่ที่ 76,672 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ย. 69) ปรับลง 2.18% อยู่ที่ 76,672 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นับถอยหลัง Gastech 2026 โลกถกพลังงานผันผวน-ไทยมุ่งคุมก๊าซ
Economic นับถอยหลัง Gastech 2026 โลกถกพลังงานผันผวน-ไทยมุ่งคุมก๊าซ
Wellness Economy เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
Economic Wellness Economy เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาด

07 พ.ค. 2567 | 17:44น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาด

วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/5) ที่ระดับ 36.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/5) ที่ระดับ 36.80/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดยในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (3/5) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 175,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 238,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.9% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.8% และกระทรวงแรงงานสหรัฐได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนมีนาคม โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 315,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 303,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกันตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 4.0% เมื่อเทียบรายเดือน ค่าจ้างรายชั่วโมง โดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.2% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.3% ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

ส่วนตัวเลขอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐ ซึ่งแสดงสัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมด อยู่ที่ระดับ 62.7% ทางด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 49.4 ในเดือนเมษายน จากระดับ 51.4 ในเดือนมีนาคม และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.0 โดยดัชนีได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน

นอกจากนี้ทาง เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.3 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 51.7 ในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ ดัชนี PMI ได้รับผลกระทบจากการจ้างงานที่ปรับตัวลงครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี และคำสั่งซื้อใหม่ชะลอตัวลง ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

สำหรับปัจจัยในประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงวิสัยทัศน์ในงาน 10 เดือนเพื่อไทยไม่รอ ทำต่อให้เต็ม 10 โดยระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องนั้นเป็นเพียงการสะท้อนความเห็นของประชาชนจากการลงพื้นที่

และเชื่อว่าทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องภาระดอกเบี้ยสูงเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นรายจ่ายตัวหนึ่งที่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน ขณะเดียวกันก็เข้าใจถึงความเป็นอิสระของ ธปท. ซึ่งทางรัฐบาลพยายามทำงานร่วมกัน และมั่นใจว่าให้เกียรติ ธปท. แต่เมื่อมีข้อเรียกร้องเข้ามาก็ได้เรียกร้องไป ตลอดจนได้พูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ยที่คิดว่าควรต้องลดลงมา แต่ผู้ว่าการ ธปท.ก็มีเหตุผลและยืนยันไม่ลดดอกเบี้ย

ส่วนที่ฝ่ายค้านชี้การพูดของ น.ส.แพทองธารเป็นการบีบผู้ว่าการ ธปท.ให้เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ตนไม่เคยบีบทาง ธปท. แต่เป็นเพียงการสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนเท่านั้น และในส่วนของโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเลตจะถึงมือประชาชนภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.71-36.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.83/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/5) ที่ระดับ 1.0769/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/5) ที่ระดับ 1.0741/43 นักเศรษฐศาสตร์รายหนึ่งกล่าวว่า การที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนเฟด ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อกลุ่มประเทศยูโรโซน สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ECB มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. เว้นแต่จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

อีกทั้งตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดยิ่งหนุนให้มีการเร่งปรับลดต้นทุนการกู้ยืม ขณะที่เฟดระบุในแถลงการณ์ว่า คาดว่าจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะมีข้อมูลที่ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่า อัตราเงินเฟ้อกำลังลดลงสู่ระดับเป้าหมายอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงหลังการประชุมเดือนมีนาคมและมกราคม ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0752-1.0776 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0761/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/5) ที่ระดับ 154.19/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/5) ที่ระดับ 153.07/08 โดยเยนมีแนวโน้มทำสถิติพุ่งขึ้นในสัปดาห์ก่อนมากสุดในรอบกว่า 1 ปี โดยได้แรงหนุนจากการแทรกแซงตลาดของทางการญี่ปุ่นเพื่อพยุงค่าเงินเยนจากระดับต่ำสุดในรอบ 34 ปี

ข้อมูลจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำการแทรกแซงตลาดในสัปดาห์ก่อนเพื่อพยุงค่าเงินเยน ด้วยการเข้าซื้อเยนและเทขายดอลลาร์ คิดเป็นวงเงิน 9.16 ล้านล้านเยน หรือ 5,979 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากเยนดิ่งลงแตะระดับ 160.24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 34 ปี

โดยการแทรกแซงตลาดดังกล่าว ส่งผลให้เยนแข็งค่าขึ้นเกือบ 8 เยน เทียบดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 153.85-154.65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 154.50/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมีนาคม (8/5), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (8/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (9/5), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน พ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (10/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.45/-9.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.50/-7.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ