เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ฟื้นกองทุน LTF หวังเม็ดเงินใหม่ 6-7 หมื่นล้านต่อปี พยุงตลาดหุ้นไทย

08 พ.ค. 2567 | 12:01น.
กองทุน

“บล.เอเซีย พลัส” ชี้ฟื้นกองทุน LTF หวังเม็ดเงินใหม่ 6-7 หมื่นล้านบาทต่อปีช่วยพยุงตลาดหุ้นไทย-หนุนสภาพคล่องในระบบเพิ่ม พร้อมกาง 6 ปัจจัยแรง LTF กลับมา เผยปิดสิ้นเดือน เม.ย. 67 มูลค่าคงค้าง LTF อยู่ที่ 2.47 แสนล้านบาท หากไม่มีเม็ดเงิน LTF ใหม่ SET จะถูกกดดันจากแรงขายในยอดเงินคงค้างต่อ

วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (7 พ.ค.) นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการจะนำกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กลับมาใช้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี เพราะถือเป็นหนึ่งในแผนที่ต้องการทำเพื่อกระตุ้นตลาดหุ้นไทยให้กลับมาคึกคัก

ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด วิเคราะห์ถึงเรื่องนี้ว่า ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมทางพื้นฐานในปัจจุบัน มองเห็นภาพของการตกต่ำขีดสุด (BOTTOM OUT) ทั้งในส่วนของภาพเศรษฐกิจไทยและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จากจุดต่ำสุด (BOTTOM) ในช่วงไตรมาส 4/2566 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP GROWTH) ติดลบเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนต่ำเพียงแค่ 1.76 แสนล้านบาท

การตกต่ำขีดสุดของทั้ง 2 เรื่อง ในภาวะปกติก็น่าจะทำให้ SET INDEX ปรับตัวขึ้นไปได้ไม่ยาก แต่ด้วยภาวะปัจจุบันยังขาดองค์ประกอบที่สำคัญคือ มูลค่าการซื้อขายที่ไม่มากพอ (MARKET TURNOVER ควรอยู่ที่ 70% ต่อปี หรือ 5 หมื่นล้านบาท/วัน) ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อน SET INDEX ได้อย่างมีเสถียรภาพ

โดยแนวคิดเรื่องการนำกองทุน LTF กลับมา เห็นว่าน่าจะช่วยเพิ่ม TURNOVER ให้กับตลาดได้ และน่าจะทำให้ SET INDEX ตอบสนองเชิงบวก ประเมินว่า SET INDEX น่าจะแกว่งตัวในทิศทางปรับขึ้น แต่จะเป็นการปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป วันนี้ประเมินกรอบดัชนี SET ที่ 1,373-1,388 จุด หุ้น TOP PICK เลือก CPN, PTTEP และ TASCO

ทั้งนี้เม็ดเงิน LTF ที่ไหลเข้าในแต่ละปีนับตั้งแต่ปี 2556-2562 ประกอบด้วย

• ปี 2556 จำนวน 4.52 หมื่นล้านบาท
• ปี 2557 จำนวน 5.63 หมื่นล้านบาท
• ปี 2558 จำนวน 6.37 หมื่นล้านบาท
• ปี 2559 จำนวน 5.87 หมื่นล้านบาท
• ปี 2560 จำนวน 6.45 หมื่นล้านบาท
• ปี 2561 จำนวน 7.66 หมื่นล้านบาท
• ปี 2562 จำนวน 7.40 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น ถ้ามีกองทุน LTF กลับมาใหม่อีกครั้ง ประเมินจะมีผลดีต่อตลาดหุ้นไทยใน หลากหลายมิติดังนี้ 1.แรงขายจากนักลงทุนสถาบัน มีโอกาสลดลง สังเกตได้จากหลังหมดกองทุน LTF และกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSFX) มาสักระยะนักลงทุนสถาบัน ก็เริ่มขายสุทธิออกมาต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564-เม.ย. 2567 นักลงทุนสถาบัน เป็นผู้ขายหุ้นไทยมากที่สุด 1.5 แสนล้านบาท สูงกว่าต่างชาติ 1.03 แสนล้านบาท

2.หักล้างเม็ดเงินที่ทยอยถอนออก (REDEEM) ในกองทุน LTF เก่า โดยก่อนกองทุน LTF หมดสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี (ปลายปี 2562) ตอนนั้นมีเม็ดเงิน LTF คงค้างในระบบสูงถึง 4.06 แสนล้านบาท ค่อย ๆ ถอนออกจากตลาดหุ้นไทยกว่า 1.59 แสนล้านบาท กดดันตลาดและล่าสุดเดือน เม.ย. 2567 เหลือมูลค่าคงค้าง LTF อยู่ 2.47 แสนล้านบาท หากไม่มีเม็ดเงิน LTF ใหม่เข้ามาช่วยพยุง ตลาดหุ้นไทยก็จะถูกกดดันจากแรงขายในยอดเงินคงค้างต่อ

3.ลดผลกระทบจากการชอร์ตเซล หรือแรงกระทบจากปัจจัยภายนอก ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนในช่วงระยะสั้น แต่หากมีเม็ดเงิน LTF น่าจะเข้ามาช่วยพยุงในยามผันผวนระยะสั้นได้ เพราะผู้ลงทุน LTF จะหาจังหวะสะสมในช่วงที่ตลาดย่อตัวลงมา

4.คาดหวังเม็ดเงินจาก LTF ใหม่เข้ามาหนุนราว 6-7 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยปกติในอดีตจะมีเม็ดเงิน LTF ใหม่ไหลเข้าหุ้นไทยราว 6-7 หมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมกับช่วยหนุนสภาพคล่องในระบบเพิ่มขึ้น

5.หนุนสภาพคล่อง หรือ TURNOVER ในระบบให้สูงขึ้น โดยในอดีตช่วงมี LTF ตลาดหุ้นไทยมีสภาพคล่องหรือ TURNOVER เฉลี่ยสูงถึง 80% ต่อปี แต่ปัจจุบัน TURNOVER เฉลี่ยเหลือเพียง 62.7% หากสภาพคล่องกลับมา บริเวณปกติที่ TURNOVER เฉลี่ยสูงถึง 80% ต่อปีจะมีมูลค่าซื้อขายกลับไป 5.5 หมื่นล้านบาทต่อวัน น่าจะเพียงพอในการขับเคลื่อนดัชนีหุ้นไทยให้ขยับขึ้นได้

6.อาจจะแบ่งเม็ดเงินจากกองทุนหุ้นเมืองนอกกลับมาบ้าง โดยล่าสุดได้รวบรวมข้อมูลเม็ดเงินกองทุนหุ้นในระบบ พบว่าเป็นเม็ดเงินในกองทุนหุ้นเมืองนอก (FIFEQ + RMFFIFEQ) สูงสุดถึง 6.4 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของกองทุนหุ้นทั้งหมด ขณะที่เป็นเม็ดเงินจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หุ้นไทย เพียง 1.1 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 7% และกองทุน LTF เพียง 2.5 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 15% เท่านั้น

“ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา หากมีการฟื้น LTF กลับมา จะช่วยแก้ปัญหาตลาดหุ้นไทย ที่เผชิญในปัจจุบันได้หลายมิติ ทั้งลดแรงขายจากทางสถาบัน หักล้างการ REDEEM ใน LTF เก่า ลดผลกระทบจากการชอร์ตเซล เพิ่มสภาพคล่องในระบบ และที่สำคัญหวังเม็ดเงินไหลกลับเข้ามาในประเทศ” นายเทิดศักดิ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน LTF