กอช.สานต่อโครงการต้นกล้าการออม จัดกิจกรรมการออม ร.ร.วัดนวลนรดิศ

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) โดยความร่วมมือของโรงเรียนวัดนวลนรดิศ เปิดบูธ นิทรรศการ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการออมในสถานศึกษาแก่นักเรียน ปูพื้นค่านิยมการออมอย่างยั่งยืน สานต่อโครงการต้นกล้าการออม

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ร่วมกับโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ออกบูธจัดนิทรรศการและกิจกรรมส่งเสริมการออม ในงานวันครบรอบการก่อตั้งโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ครบ 127 ปี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ณ โรงเรียนวัดนวลนรดิศ (สพม.1) เพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการออมแก่นักเรียนให้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการออมเงินไว้ใช้ในยามชราภาพ สานต่อโครงการต้นกล้าการออม โดยมี นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ภายในงานมีคณะผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน รวมทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัดนวลนรดิศ สมาคมนักเรียนเก่านวลนรดิศ มูลนิธินวลนรดิศ และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ให้ความสนใจกว่า 1,500 คน

นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย กรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. กล่าวว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงเป็นความท้าทายในการเตรียมความพร้อมรับมือเพื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการออมให้เพียงพอสำหรับการดำรงชีพในยามชราภาพ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของ กอช. อีกด้วย ที่ผ่านมา กอช. เร่งปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักถึงความจำเป็นของการออมอย่างยั่งยืน พร้อมประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อเป็นสมาชิกแก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียนอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางและกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการ “ต้นกล้าการออม” ซึ่งเป็นโครงการที่สื่อสารโดยตรงกับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการออม โดยเฉพาะการออมกับ กอช. ที่เป็นการออมรูปแบบพิเศษ เป็นการออมระยะยาวที่จะให้ประโยชน์เป็นเงินบำนาญแก่ผู้ออมหรือสมาชิกเมื่ออายุครบ 60 ปี และมีรัฐช่วยสนับสนุนด้วยการจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้ พร้อมสิทธิที่จะได้รับบำนาญไปตลอดชีวิต
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้เป็นการสานต่อโครงการ “ต้นกล้าการออม” ซึ่งโรงเรียนวัดนวลนรดิศเป็นหนึ่งในโรงเรียนต้นแบบการออมเงินอย่างยั่งยืนที่ กอช. ให้การดูแลสนับสนุน จึงถือเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างมากที่จะช่วยให้น้องๆ นักเรียนได้เตรียมความพร้อมในการวางแผนชีวิตเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง