ประกันโควิดเบี้ยแพงขายดี ลูกค้ามั่นใจความคุ้มครอง

ประกันโควิด “เบี้ยยิ่งแพง ยิ่งขายดี” คปภ.เปิดข้อมูลล่าสุดพบคนไทยยังแห่ทำประกันโควิดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แค่ 12 วันกรมธรรม์พุ่งกว่า 12% ปัจจุบันเฉียด 8 ล้านฉบับแล้ว ส่วนยอดเคลมอยู่ที่ 24.7 ล้านบาท “ทิพยฯ” เผยแผนประกัน 4 ขายดีสุด แม้ค่าเบี้ยแพงที่สุด เหตุคนต้องการความมั่นใจมีค่ารักษาพยาบาลเพียงพอ ฟาก “เมืองไทยฯ” จับคุ้มครองกลุ่ม “ราชการ-บุคลากรทางการแพทย์”

นายอาภากร ปานเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยอดขายกรมธรรม์ประกันโควิดทั้งระบบ ล่าสุดอยู่ที่ 7.98 ล้านกรมธรรม์ มูลค่าเบี้ยประกันรวมกว่า 3,490 ล้านบาท (ณ 15 เม.ย. 63) หรือคิดเป็นอัตราเบี้ยเฉลี่ย 437 บาทต่อกรมธรรม์ ขณะที่ยอดเคลมสินไหมอยู่ที่ 24.7 ล้านบาท โดยประมาณ 60% เป็นความคุ้มครองแบบเจอ-จ่าย-จบ และอีก 40% เป็นค่ารักษาพยาบาล

“ปริมาณคนเข้ามาเคลมจะกลับข้างกันคือ 60% เป็นค่ารักษาพยาบาล และที่เหลือ 40% เป็นเคลมแบบเจอ-จ่าย-จบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรมธรรม์ที่มีระยะความคุ้มครอง 1 ปี และบางส่วนจะให้ความคุ้มครองเพียงแค่ 30 วัน” นายอาภากรกล่าว

นายอาภากร กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทประกันภัยลดลงเหลือ 17 บริษัท จากเดิมที่ คปภ.อนุมัติไป 26 บริษัท โดยส่วนใหญ่บริษัทที่ขายในปัจจุบันไม่ได้เน้นขายความคุ้มครองแบบ “เจอ-จ่าย-จบ” แล้ว แต่มาเน้นขายความคุ้มครองแบบ “ชดเชยรายวัน” หากต้องนอนโรงพยาบาล และคุ้มครองกรณีเข้าสู่ “ภาวะโคม่าหรือเสียชีวิต” จากผลการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับข้อมูล ณ วันที่ 3 เม.ย. 2563 พบว่า จนถึงวันที่ 15 เม.ย. 2563 กรมธรรม์ประกันโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 8.5 แสนฉบับ หรือเติบโตกว่า 12% ขณะที่ยอดเคลมประกันพุ่งสูงขึ้น 158% ในเวลาเพียง 12 วันเท่านั้น

นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ผู้เล่นในตลาดที่กวาดเบี้ยประกันโควิดเป็นล่ำเป็นสัน ส่วนใหญ่อยู่ในท็อป 5 ของธุรกิจ อาทิ วิริยะประกันภัย, ทิพยประกันภัย, กรุงเทพประกันภัย, สินมั่นคงประกันภัย เป็นต้น ที่เหลือยอดขายไม่มาก ยิ่งเป็นบริษัทขนาดเล็กก็จะแข่งขันลำบาก โดยบางบริษัทที่รับเบี้ยเข้ามาก็จะส่งประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์) ราว 50% ทั้งในประเทศและต่างประเทศ



นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย กล่าวว่า ปัจจุบันยอดขายประกันโควิดของบริษัทอยู่ที่ 2.7 ล้านกรมธรรม์ เบี้ยรวม 1,180 ล้านบาท แบบประกันที่ขายดีที่สุดเป็นแผน 4 ที่ค่าเบี้ยแพงสุดประมาณ 850 บาท คุ้มครองหากป่วยด้วยภาวะโคม่ารับทุนประกัน 1 ล้านบาท ค่ารักษาพยาบาล 1 แสนบาทต่อปี หรือคิดเป็น 40% ของพอร์ต

“เบี้ยแพงสุด ขายดีที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนต้องการความมั่นใจ ว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลที่เพียงพอ เนื่องจากช่วงแรกที่เริ่มขาย ภาครัฐยังไม่ได้ออกประกาศว่าจะดูแลค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด” นายสมพรกล่าว

ส่วนการเคลมปัจจุบันมีทยอยเข้ามาต่อเนื่อง โดยล่าสุดบริษัทมีผู้ใช้สิทธิ์เคลมประมาณ 100-200 คน ส่วนใหญ่เป็นค่ารักษาพยาบาล วงเงินจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งบริษัทประเมินภายใต้สมมุติฐานว่า หากทุกคนใช้สิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลเต็มเพดาน 100% บริษัทต้องจ่ายเคลมคนละ 1 แสนบาท วงเงินรวม 20 ล้านบาท

“สำหรับผู้เสียชีวิตจ่ายเคลมไปแล้ว 3 ราย มูลค่า 3 ล้านบาท” นายสมพรกล่าวนายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า ยอดขายประกันโควิดของบริษัทรวมทั้งสิ้น 6 แสนกรมธรรม์ แผน “เจอ-จ่าย-จบ” ได้รับความสนใจที่สุด โดยอัตราเคลมยังต่ำหรือแค่ 2% ของยอดขาย ซึ่งส่วนใหญ่ 90% มาจากแผน “เจอ-จ่าย-จบ”

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันภัย กล่าวว่า ประกันโควิดของบริษัทจะแบ่งขายเป็นเฟส ๆ โดยเฟสแรกขายได้มากกว่า 1 แสนกรมธรรม์ ปัจจุบันเข้าสู่เฟส 3 (23 มี.ค.-ปัจจุบัน) โดยแบ่งออกเป็น 2 แผน คือเบี้ยประกัน 900 บาท และ 1,200 บาท คุ้มครองภาวะโคม่าและชดเชยรายได้

“ปัจจุบันมีลูกค้าสนใจซื้อประกันโควิดทั้งแบบรายเดี่ยวและรายกลุ่มจำนวนมากในแต่ละสัปดาห์ โดยเฉพาะช่องทางดิจิทัลเป็นหลักแสนราย นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความคุ้มครองแบบกลุ่มกับลูกค้าหน่วยงานราชการ ลูกค้าองค์กร และบุคลากรโรงพยาบาล” นางนวลพรรณกล่าว

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ช่วงเดือน มี.ค. 63 ลูกค้าประกันชีวิตเคลมประกันโควิด 27 ราย วงเงินรวม 2.24 ล้านบาท แยกเป็นค่ารักษาพยาบาล 1.86 ล้านบาท และค่าชดเชยรายวัน (HB) อีกจำนวน 3.76 แสนบาท จาก 8 บริษัทประกันชีวิต


ขณะที่ล่าสุด นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ.สั่งการทีมเฉพาะกิจเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้กระทำผิดใช้เอกสารใบรับรองแพทย์ปลอมเคลมประกันโควิด หากพิสูจน์ได้ว่าทุจริตเป็นการฉ้อฉลประกันภัย จะมีความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ