FETCO หารือคลังเบรกเก็บภาษีหุ้นชี้ “คลังรับฟัง-เร่งศึกษาเพิ่มเดิม” 

หุ้น

ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เผยความคืบหน้าการเข้าพบกระทรวงการคลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเสนอแนะไม่เห็นด้วยกับมาตรการเก็บภาษีขายหุ้น หวั่นกระทบสภาพคล่องหดตัวชี้ “คลังรับฟัง-เร่งพิจารณาศึกษาเพิ่มเดิม”  

วันที่ 7  กุมภาพันธ์ 2565 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเข้าพบกระทรวงการคลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง FETCO ได้มีการเข้าไปหารือกับทางรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เพื่อชี้แจงข้อเสนอแนะถึงผลกระทบเกี่ยวการเก็บภาษีหุ้นจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (Financial Transaction tax) ที่คาดว่าจะมีผลต่อสภาพคล่องที่จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญรวมถึงผลการศึกษาต่าง ๆ โดยทางภาครัฐก็มีการได้รับฟัง รวมถึงยืนยันว่ายังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและศึกษาเพิ่มเติม ฉะนั้นจึงยังไม่มีข้อสรุปออกมาคงต้องรอความชัดเจนจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง

ซึ่งจากผลการศึกษาของ FETCO มองว่าผลกระทบที่จะเกิดจากการเก็บภาษีหุ้นมีอยู่  2 ประเด็นคือ

1.สภาพคล่องในตลาดทุน 2 ปีข้างหน้า มีโอกาสลดลงอย่างแน่นอนจากการเริ่มทำ Quantitative Tightening (QT) หลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั่วโลก หรือเข้าสู่ภาวะการใช้นโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากปีที่แ 2564 ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 93,000 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่ปัจจุบันลดลงเหลือเฉลี่ย 60,000-80,000 ล้านบาทต่อวัน

2.หากมีการเก็บภาษีจากการขายหุ้น จะทำให้ต้นทุนในการลงทุนของนักลงทุนทุกประเภทสูงขึ้นอย่างนัยสำคัญ โดยประมาณการว่าต้นทุนจะสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 70% ขณะเดียวกันหากคิดเพียงนักลงทุนต่างประเทศ จะมีต้นทุนสูงขึ้นประมาณ  170% หรือ 1.7 เท่า และอาจส่งผลทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศลดลง

อย่างไรก็ตามจากผลการศึกษาทั้งหมดคาดว่าจะส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดทุนหดตัวราว 40% หรือมีวอลุ่มเทรดเหลืออยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งคิดจากค่าเฉลี่ยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีวอลุ่มเทรดเฉลี่ย 80,000 ล้านบาทต่อวัน  จากจุดนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยจะมีความน่าสนใจลดลง

โดยหากมีการเก็บภาษีหุ้นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ภาคการระดมทุน หรือภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงที่จะเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นบ้านเรา เนื่องจากอาจจะได้เม็ดเงินไม่สูงเท่าที่ควรจะได้รับ และราคาหุ้นที่ดี เหมือนในช่วงที่มีสภาพคล่องสูง เพราะสภาพคล่องคือหัวใจของการลงทุน และการระดมทุน รวมถึงการพัฒนาตราสารใหม่ๆ ก็จะทำได้ยากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการแข่งขันในระยะยาว

พร้อมกันนี้มองว่าสิ่งที่ตลาดหุ้นจะช่วยได้มากที่สุด คือ การทำให้รัฐบาลเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากสามารถรักษาสภาพคล่องเอาไว้ และช่วยกันเพิ่มสภาพคล่อง รวมถึงช่วยให้บริษัทเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กันมากขึ้น สุดท้ายแล้วประเทศชาติจะได้ประโยชน์ จากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งมีปริมาณสูงกว่า Transaction tax