เครือมติชน ส่งแรงใจสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯเป็นเสาหลักวงการสื่อในสถานการณ์ที่ท้าทาย

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เข้าเยี่ยมคารวะผู้บริหารเครือมติชน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ โอกาสนี้ “ขรรค์ชัย บุนปาน” ประธานกรรมการบริหารบริษัทมติชนมอบทุนสนับสนุนสมาคม 1 หมื่นบาท เป็นทุนเริ่มต้นสำหรับดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม และให้กำลังใจในการทำงานของคณะกรรมการชุดปัจจุบันในช่วง 2 ปีจากนี้ แนะอย่าติดกับดักตัวเองที่คิดว่าตัวเองใหญ่ ทำตัวให้เเป็นคนส่วนหนึ่งในคนส่วนใหญ่ให้ได้ ให้เอาคนส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ไม่ต้องให้คนนอกมาช่วย ขอให้ช่วยกัน แล้วศักดิ์ศรี ความเจริญ การยอมรับของสมาคมจะกลับมาเอง

วันที่ 23 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (22 เมษายน 2567) คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริหารบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารสื่อเครือมติชน

ประกอบด้วย นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองกรรมการผู้จัดการระบบสื่อออนไลน์ และบรรณาธิการกองบรรณาธิการข่าวสด นายวรศักดิ์ ประยูรศุข กรรมการผู้จัดการบริษัท งานดี จำกัด นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกองบรรณธิการมติชน นายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลมีเดีย และนายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการกองบรรณธิการมติชนสุดสัปดาห์ เนื่องในโอกาสเข้าแลกเปลี่ยน รับฟังความคิดเห็นสถานการณ์สื่อและข้อเสนอแนะต่อสมาคมนักข่าวฯ

นางสาว น.รินี เรืองหนู สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นี้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเข้าสู่ปีที่ 69 ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 2,300 คน มีทั้งนักข่าวที่ยังทำงานอยู่และนักข่าวอาวุโสที่เกษียณแล้ว และในช่วงวาระการทำงาน 2 ปีนี้มีพันธกิจหลักคือ ดูแลปัญหาสิทธิเสรีภาพของสื่อ สวัสดิการ การพัฒนาด้านต่าง ๆ และต้องหาแนวร่วมเพื่อนำไปปรับปรุงอาคารของสมาคม ถนนสามเสน ซึ่งปัจจุบันกำลังก่อสร้างรถไฟใต้ดิน ทำให้ได้รับผลกระทบต้องย้ายที่ทำการออกไปชั่วคราว แต่คาดว่าจะกลับไปในช่วง 1-2 ปีนี้

Advertisment

นางสาว น.รินีกล่าวด้วยว่า สถานการณ์สื่อปัจจุบันค่อนข้างวิกฤต ทุกสำนักสื่อล้วนประสบปัญหา แต่สมาคมจะพยายามคิดหาสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ได้เพิ่มสวัสดิการการรักษาพยาบาลให้กับสมาชิก จากเดิมที่สมาชิกสามารถเบิกค่ารักษาผู้ป่วยนอก (OPD) ได้ครั้งละ 500 บาท ปีละ 6 ครั้ง ปีนี้สมาคมได้เพิ่มในส่วนของการเบิกค่าทำฟันเพิ่มเติมได้จากที่หักประกันสังคมแล้ว ซึ่งสามารถนำใบเสร็จมาเบิกกับสมาคมได้ 500 บาทต่อครั้ง (ให้รวมอยู่ในการเบิกโอพีดี)

รวมทั้งให้ให้สิทธิสมาชิกนักข่าวอาวุโสสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล (แอดมิด) จำนวน 5,000 บาท 2 ครั้งต่อปี ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ครั้งละ 1,000 บาท อีก 12 ครั้งต่อปี

“สมาคมเราดูแลสวัสดิการสมาชิก เช่น ค่ารักษาพยาบาล ทุนการศึกษาบุตร ตลอดจนการพัฒนา ส่งเสริมศักยภาพสมาชิกฝึกอบรมทักษะอาชีพ” นางสาว น.รินีกล่าว

Advertisment

นายวิษณุ นุ่นทอง กรรมการสมาคม ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ กล่าวว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นเก่าแก่ แต่ช่วงหลังมีเสียงสะท้อนว่า หลายคนที่เป็นสมาชิกไม่ให้ความสำคัญกับสมาคม อาจเพราะหลายสาเหตุ จึงรู้สึกดีใจที่เครือมติชนให้การต้อนรับ และเปิดโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อที่จะนำมุมมองไปพัฒนาสมาคม ซึ่งจะส่งผลดีต่อทิศทางสมาคมที่ก่อตั้งมานานให้เดินหน้าอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ต่อไป

นางอุษา มีชารี อุปนายกสมาคมฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ กล่าวว่า ปัญหาสิทธิเสรีภาพสื่อ ปัจจุบันมีหลายมุมมองที่ต้องถกเถียง โดยเฉพาะปัญหาทุนธุรกิจเข้ามากดทับสื่อ ซึ่งสมาคมกำลังประเมินว่าสุดท้ายเราจะเดินอย่างไรเพื่อให้ความสมดุลระหว่างอุดมการณ์กับธุรกิจไปด้วยกันได้ จึงอยากมาฟังมุมมองจากผู้บริหารสื่อสังกัดต่าง ๆ และเครือมติชน

นายชำนาญ ไชยศร อุปนายกฯ ฝ่ายกิจกรรมพิเศษและพัฒนาศักยภาพสื่อ กล่าวว่า การผลักดันจัดกิจกรรมของสมาคมที่ผ่านมา มีการสำรวจความต้องการของสื่อและปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลอด เช่น โครงการอบรมเซฟตี้เทรนนิ่ง ที่จัดมาแล้ว 13 ครั้ง โดยยกเหตุการณ์จำลองสถานการณ์การชุมนุม ภัยพิบัติ เพื่อให้นักข่าวใหม่ได้รับรู้กรณีมีเหตุฉุกเฉินระหว่างลงพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพิราบน้อย อบรมนักศึกษาก่อนมาเป็นสื่อมวลชน ทุกกิจกรรมสมาคม ทำงานกันหนักมาก เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมพี่น้องสื่อมวลชน รวมถึงการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ให้กลับมาเหมือนก่อน

นายอนุชา เจริญโพธิ์ อุปนายกฝ่ายต่างประเทศกล่าวว่า สมาคมมีหน้าที่ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีซึ่งกันและกันระหว่างสมาคมนักข่าวฯ กับองค์กรนักข่าวส่วนใหญ่ในอาเซียน เช่น ลาว กัมพูชา หรือจีนที่ความสัมพันธ์เหนียวแน่น โดยมีโครงการเยี่ยมเยียนระหว่างสองประเทศ ส่วนเมียนมาหายไปนานแต่กำลังกลับมาฟื้นฟูใหม่

นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพฯ กล่าวว่า สถานการณ์สื่อยุคนี้ ถูกดิสรัปหนักจากเทคโนโลยี อุตสาหกรรมสื่อที่เปลี่ยนไป เกิดวิกฤตวงการวิชาชีพ ขาดแคลนบุคลากรข่าวมืออาชีพ สื่อเน้นยอดวิว เกิดปัญหาคุณภาพ สมาคมนักข่าวฯ อยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทายจากวิกฤตสื่อหลายด้านที่ต้องรับฟังมุมมองจากสื่อหลักที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวขอบคุณที่คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ มาเยือนเครือมติชน พร้อมมอบเงิน จำนวน 1 หมื่นบาทให้เป็นทุนเริ่มต้นแก่คณะกรรมการบริหารสมาคม สำหรับดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม อีกทั้งได้ให้กำลังใจในการทำงานในช่วง 2 ปีจากนี้

“ผมเพิ่งอายุ 80 ปี เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ในชีวิตได้ค้นพบว่า กับดักอย่างหนึ่งคือ กับดักตัวเองที่คิดว่าตัวเองใหญ่เท่านั้น เท่านี้ แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ จะทำอย่างไรให้เราเป็นคนส่วนหนึ่งในคนส่วนใหญ่ให้ได้ ท่ามกลางปัญหาความยากจน การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ ในยศถาบรรดามี ให้เอาคนส่วนใหญ่เป็นตัวตัดสิน ไม่ต้องให้คนนอกมาช่วย ขอให้ช่วยกัน แล้วศักดิ์ศรี ความเจริญ การยอมรับของสมาคมจะกลับมาเอง ขอขอบคุณทางสมาคมนักข่าวฯ ที่มาเยี่ยมเยือนในวันนี้ คิดว่าจะได้พบปะกันอีกในโอกาสต่อ ๆ ไป” นายขรรค์ชัยกล่าว

นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย เครือมติชน กล่าวว่า หากสมาคมนักข่าวนักนักหนังสือพิมพ์ฯ ต้องการแลกเปลี่ยนมุมมองในงานวิชาชีพด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์สื่อมวลชน ความอยู่รอดในวิชาชีพ ทางเครือมติชนก็พร้อมให้ความร่วมมือและคิดว่ามีประสบการณ์พอที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน

นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองกรรมการผู้จัดการระบบสื่อออนไลน์ และบรรณาธิการกอง บก.ข่าวสดกล่าวว่า ภาระหน้าที่ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ยุคนี้ คือการทำให้สมาคมกลับมาเป็นองค์กรหลักของวงการ ซึ่งข้อเท็จจริงก็รู้กันอยู่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กร แต่หลักจริง ๆ แล้วต้องเอาคำว่า “สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย” กลับมาเป็นหลักให้ได้ ซึ่งสมัยก่อนชื่อสมาคมนักข่าวขลังมากมีบทบาทสูง วันนี้ก็คือองค์กรเดิมแต่มีชื่อเพิ่ม ซึ่งสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ก็ยังเป็นหลักของวงการ และเครือมติชนยินดีที่จะช่วยให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ กลับมาเป็นหลักให้ได้

“สมาคมทำงานเยอะ แต่หนักไปทางสวัสดิการ เสริมความรู้ แต่บทบาทที่เราจะทำให้สมาคมกลับมาเป็นที่พูดถึงในวงการ คือ ประเด็นสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่แน่นอนโลกและสังคมไทยได้เปลี่ยนไปเยอะมาก แม้แต่คำว่า ประชาธิปไตย หรือเสรีภาพ ก็มีคำอธิบายหลายมิติ แต่ในบางสถานการณ์เราจะเห็นปรากฏการณ์เองว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ควรจะมีบทบาทอย่างไร และก็คงช่วยกันให้บทบาทของสมาคม เด่นชัดขึ้นมา” นายสุริยวงค์กล่าว

นายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการ กอง บก.มติชนสุดสัปดาห์ กล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เพราะต้องยอมรับว่า สถานการณ์สื่อของเราเปลี่ยนไปทั้งในเชิงธุรกิจ วิชาชีพทุกอย่าง ความน่าเชื่อถือของพวกเราลดทอนลงไป เห็นใจน้อง ๆ กรรมการสมาคมนักข่าวฯ ที่ก้าวมารับงานในช่วงที่หนักมาก เพราะขนาดเสรีภาพยังนิยามได้หลายด้าน แต่เดิมแถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวฯ ที่ออกมาเยอะมาก แต่หลัง ๆ ก็เกิดคำถามและคำวิจารณ์ตลอดเวลาซึ่งเป็นงานที่ยากมาก อยากให้กำลังใจน้อง ๆ ทำอย่างไรให้ความน่าเชื่อถือ การแสดงท่าที จุดยืนที่สามารถเป็นหลักให้กับวงการสื่อได้

นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกอง บก.มติชน กล่าวว่า อยากให้สมาคมนักข่าวนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ยึดหลัก 3 อย่าง ตามที่นายกสมาคมได้ประกาศไว้ในวันที่ได้รับเลือกตั้ง คือ การส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ดูแลผู้ประกอบวิชาชีพ ส่งเสริมวงการและการทำงานของคนในวิชาชีพ ถ้าทำสิ่งเหล่านี้ทุกสื่อพร้อมให้ความร่วมมือ

ส่วนอุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามากาลเวลาจะพิสูจน์เองตัวเราเอง การเดินทางมาครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องดี ได้เชื่อมความสัมพันธ์ เครือมติชนยินดีที่จะร่วมมือกันเพื่อให้สมาคมนักข่าวฯ แข็งแกร่งต่อไป

เช่นเดียวกับนายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด ที่กล่าวว่า เห็นใจกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งวิกฤตภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป สังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดียเข้ามาเป็นทางเลือกของประชาชน ซึ่งเราก็เจอปัญหาเหมือนกัน เช่น การหาบุคลากรข่าว เป็นเรื่องที่ยากมาก และซับซ้อนพอสมควร พอสร้างคนเสร็จเขาก็พร้อมที่จะออกตลอด ถ้ามีประเด็นความร่วมมือด้านการส่งเสริม ฝึกอบรมทักษะให้กับคนแวดวงสื่อก็น่าจะเป็นแรงดึงดูดให้คนเข้ามาในแวดวงวิชาชีพมากขึ้น