นายกฯ เปิดโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน แนะปลูกต้นไม้ในใจคน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต.มหาพรหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรษาครบรอบ 65 พรรษา และร่วมกันสืบสานพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายปลูกให้ครบ 10 ล้านต้น ทั้ง 77 จังหวัด คาดจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ 5 หมื่นไร่ โดยกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมต้นกล้าแจกจ่าย โดยมีข้าราชการ ประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

ทั้งนี้ เมื่อนายกฯ เดินทางมาถึงได้เดินตรวจเยี่ยมที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า จากนั้นนายกฯได้เป็นประธานกล้าไม้ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ ผู้ว่าฯ จ.สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง นนทบุรี ปทุมธานี และจ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงผู้แทนท้องถิ่น

จากนั้นนายกฯกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นการทำงานเพื่อสืบสานแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ประเทศไทยโชคดีที่มีรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ที่ได้รับสั่งให้นำแนวทางของรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในทุกๆ ด้าน โดยรับสั่งเสมอมาว่า ทุกอย่างรัชกาลที่ 9 ได้ทำไว้หมดแล้ว ขอให้พวกเราช่วยกันต่อเติมและปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ดังนั้น รัฐบาลจึงนำสิ่งที่ได้พระราชดำริมาดำเนินการ โดยต้องไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เราต้องการปลูกป่าเพิ่มขึ้นจาก 36% เป็น 40% โดยต้องนำพื้นที่บุกรุกมาดำเนินการพร้อมกับดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนราชการต้องหาวิธีการในการจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ได้ ไม่ใช่จะบอกแค่ว่ารัฐบาลหรือ คสช.สั่งเพียงอย่างเดียว



“เราได้ยินคำว่าปลูกป่าในใจคนเสมอมา และไม่รู้ว่าพวกตัดไม้ทำลายป่ามีคำนี้ในใจหรือไม่ เพราะคนที่ติดคุกคือคนรับจ้างตัดไม้ หรือทุกคนที่เกี่ยวข้อง มีแต่คำว่าตัดไม้ในใจคน ซึ่งคนเหล่านี้ต้องกำจัดด้วยกฎหมาย เพื่อฟื้นฟูป่าให้ได้ 40% และต้องจัดให้คนอยู่ร่วมกับป่าให้ได้ ทั้งนี้ การปลูกป่าในใจคนจะต้องรักและหวงแหน ไม่ใช่ปลูกทิ้ง ขอให้กระทรวงทรัพย์ฯไปตรวจสอบการปลูกป่าว่าที่ผ่านมานั้น มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ได้มีการติดตามหรือไม่ ไม่ใช่ปลูกแล้วตาย แล้วมาของบประมาณกันใหม่ ทั้งนี้การทำงานจะต้องมีความรับผิดชอบ มีผลสัมฤทธิ์ เพราะถ้าอ้างแผนการปลูกป่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา วันนี้ประเทศไทยคงมีป่าเต็มไปหมด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกฯกล่าวว่า อยากจะแนะนำเรื่องการปลูกป่าว่า 1.ต้องปลูกป่าในใจ 2.ควรปลูกป่าในบ้าน 3.ควรปลูกป่าในชุมชน 4.ปลูกป่าเพื่อให้เชื่อมโยงกับป่าไม้ใหญ่ เป็นแหล่งอาหารแก่มนุษย์และสัตว์ เมื่อคนได้ประโยชน์จากป่าก็จะช่วยกันปกปักรักษา และอยากให้มีศูนย์เพาะพันธุ์ไม้ในชุมชน โดยอาจจะเก็บเมล็ดพันธุ์ในท้องถิ่น เพื่อนำเอาต้นไม้เหล่านี้ไปปลูกในชุมชนหมู่บ้าน ให้เป็นร่มเงาและสามารถใช้ประโยชน์ได้ และอยากแนะนำให้ปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารสัตว์ การดำเนินการของ คสช. นับว่าคืบหน้าไปพอสมควรเช่นการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติของนายทุนและผู้มีอิทธิพลที่ผิดกฎหมาย จะต้องยึดคืนเพื่อนำมาให้คนจนและใช้ปลูกป่า ถ้าเรามีทรัพยากรป่าไม้ น้ำก็จะไม่ท่วม สามารถชะลอน้ำได้และสามารถใช้ประโยชน์ได้ในหน้าแล้งซึ่งที่ผ่านมาคนไม่ค่อยให้ความสนใจ วันนี้เมื่อมีการตัดต้นไม้เมื่อน้ำมาจึงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมโดยเราไม่ได้เรียนรู้ว่าจะอยู่กับธรรมชาติอย่างไร ทั้งนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไข ว่าจะป้องกันปัญหาอุทกภัยอย่างไรโดยจะต้องดูภาพรวมทั้งหมดทั้งป่าและทางระบายน้ำ

 


ที่มา : มติชนออนไลน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ