กทม.อนุโลมผู้ค้าถนนข้าวสาร ขายของบนทางเท้าได้ 7 วัน 6 โมง-เที่ยงคืนเท่านั้น

จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศดีเดย์วันที่ 1 สิงหาคมเป็นวันแรกของนโยบายจัดระเบียบแผงค้าถนนข้าวสารและถนนรามบุตรี เขตพระนคร โดยห้ามมิให้ผู้ค้าตั้งแผงค้าจำหน่ายบนทางเท้าและให้นำมาตั้งบนผิวจราจร ระหว่างเวลา 18.00-24.00 น. แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กทม.จึงได้ทำข้อตกลงกับผู้ค้า โดยให้ชะลอการค้าออกไปเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมเป็นต้นมาและนัดเจรจาร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 6 สิงหาคม

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่สำนักเทศกิจ นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยนายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกทม. นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. นายธีรพันธ์ อธิรัฐธนภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ นายพงศธร ศิริธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพระนคร กองอำนวยการร่วมรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) และผู้เกี่ยวข้อง นัดเจรจาตัวแทนผู้ค้าถนนข้าวสารเพื่อหาข้อยุติร่วมกันถึงนโยบายนจัดระเบียบแผงค้าถนนข้าวสารเพื่อหาทางออกร่วมกันดังกล่าว โดยมี น.ส.ญาดา พรเพชรรัมภา ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยเสรีถนนข้าวสาร พร้อมผู้ค้ารวม 4 รายเป็นตัวแทนผู้ค้าเข้าร่วมประชุม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมประชุม ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนให้สัมภาษณ์


นายสกลธี กล่าวว่า เบื้องต้นทางกลุ่มผู้ค้าจะเสนอเรื่องไปยัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เพื่อขออนุโลมในการตั้งแผงค้าบริเวณถนนข้าวสาร แต่แจ้งกลับไปว่าการตั้งแผงค้าเป็นการดำเนินการผิดกฎหมาย โดยผู้ค้าไม่มีสิทธิในการค้าแผงค้าบนทางเท้า ก่อนหน้านี้ กทม.ได้เสนอโครงการต่อกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เพื่อขอให้ผู้ค้าลงมาตั้งแผงค้าบนผิวจราจร ระหว่างเวลา 18.00-24.00 น. แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในการออกข้อบังคับจราจร เนื่องจากทาง บก.จร.แจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะหมิ่นเหม่และผิดต่อกฎหมายจราจร ดังนั้น จึงมีข้อสรุปร่วมกันจะอนุโลมผู้ค้าให้สามารถตั้งแผงค้าบนทางเท้าได้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมเป็นต้นไป โดยมีเงื่อนไขกำหนดให้ผู้ค้าจัดตั้งแผงค้าความกว้างขนาด 1.50 เมตรต่อแผงค้า พร้อมให้สำนักงานเขตพระนครร่วมกับผู้ค้าพิสูจน์สิทธิ โดยจะให้ผู้ค้า 1 รายมีสิทธิในการเปิดแผงค้า 1 แผงเท่านั้น พร้อมให้ทำการค้าตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. โดยห้ามทำการค้าขายในช่วงกลางวันเด็ดขาด เบื้องต้นจะให้ผู้ค้าจำนวน 230 กว่าแผง เปิดค้าขายได้ 7 วันบนถนนข้าวสาร ภายหลังกทม.ได้ข้อสรุปจากการประชุมร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแนวทางชัดเจนทุกฝ่ายจะต้องอยู่ร่วมกันได้และเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน หากมีผู้ฝ่าฝืนกทม.จะดำเนินการปรับตามกฎหมายและตัดสิทธิผู้ค้าไม่ให้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้ค้าที่กทม.กำหนด

“ส่วนต่างชาติเริ่มตีพิมพ์ข่าวสารการจัดระเบียบกทม.ทำให้เสน่ห์ของถนนข้าวสารหายไปนั้น ถามว่าเสน่ห์ของถนนข้าวสารคืออะไร หากคนไทยต้องการเห็นเสน่ห์ของถนนข้าวสารคือความเละเทะ ไม่เป็นระเบียบ การตั้งแผงค้าบนทางเท้าอย่างผิดกฎหมายไม่เป็นระเบียบ ผมฐานะคนรับผิดชอบ คงยอมไม่ได้ แต่ถ้าผมจัดระเบียบแล้วทำให้สภาพมันดูดีขึ้น ผมคิดว่าภาพรวมของนักท่องเที่ยวโดยรวมดีขึ้น ซึ่งขณะนี้เสียงตอบรับส่วนใหญ่ประชาชนเห็นด้วยกับการจัดระเบียบ แต่เรียนชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่ากทม.ไม่ได้ยกเลิกการตั้งแผงค้าเพียงจะทำให้เป็นระเบียบ โดยให้ผู้ค้าขายของได้เหมือนเดิม แต่มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น รวมถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น แต่หากนักท่องเที่ยวต่างชาติมองว่าถนนข้าวสารเป็นดินแดนแห่งเสรีที่จะทำอะไรก็ได้ ผมไม่ยอม” นายสกลธี กล่าว

ด้าน น.ส.ญาดา กล่าวว่า ทางกลุ่มผู้ค้ามีความพึงพอใจในการประชุมหาทางออกร่วมกัน โดยทางกทม.เสนอให้ทางกลุ่มผู้ค้ากลับไปคิดต้นแบบแนวทางการจัดระเบียบก่อนนำเสนอต่อกทม.และตัวแทนจากกระทรวงต่างๆ ตามขั้นตอนการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ค้า ภายใน 7 วัน อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มผู้ค้ายังคงมีข้อกังวลที่ทางกลุ่มผู้ค้าได้รับผลกระทบจากการห้ามขายของในเวลากลางวันและความชัดเจนของกรอบเวลาการพิจารณาแผนดังกล่าว

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์