ยุคนี้แค่สร้างแบรนด์ไม่พอ ต้องปิดการขายได้เลย

คอลัมน์ Pawoot.com

โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

สำหรับผมการทำการตลาด มีได้หลายวิธี ซึ่งเมื่อถามว่าทำไมธุรกิจจำเป็นต้องทำการตลาด ก็เป็นเพราะคนจะตัดสินใจซื้อสินค้าสักชิ้นต้องรู้จักสินค้านั้นก่อนว่าคุณสมบัติอย่างไร หรือรู้สึกคุ้นเคยกับยี่ห้อนี้จึงจะหยิบขึ้นมาดูและซื้อ แต่ถ้าคนไม่รู้จักเลยโอกาสที่คนจะหยิบขึ้นมาซื้อนั้นน่าจะโอกาสน้อยกว่ามากเพราะขาดความเชื่อมั่น

สมมุติมีสินค้าวางอยู่ 5 ชิ้น วิธีการตัดสินใจเลือกมักมี 2 มุมคือ เราจะหยิบสินค้าที่คุ้นเคยยี่ห้อหรือที่ราคาถูกที่สุด แต่ถ้าเป็นสินค้าที่อยู่กลาง ๆ และลูกค้าคุ้นเคยยี่ห้อด้วย ผมว่าก็เป็นจุดหนึ่งที่จะทำให้ขายของได้มากขึ้นนั่นคือสาเหตุว่าทำไมต้องทำให้คนรู้จักโลโก้ รู้จักแบรนด์ รู้จักสินค้า

สมัยก่อนจะพยายามทำการตลาดโดยทำให้คนเห็น อย่างติดบิลบอร์ด ติดป้ายข้างทาง ติดโลโก้ เมื่อก่อนผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบริษัทนี้ต้องมาซื้อป้ายโลโก้หรือบิลบอร์ดใหญ่มากแล้วแปะแค่โลโก้ของตัวเองตัวใหญ่มาก ตอนหลังเมื่อเริ่มได้มาเรียนการตลาดจึงเริ่มเข้าใจ เพราะเป็นการทำให้คนคุ้นเคยกับโลโก้หรือแบรนด์มาร์ก การที่ทำให้เห็นบ่อย ๆ จะทำให้เกิดความคุ้นเคย โอกาสที่จะซื้อสินค้าตัวนั้นก็มีมากขึ้น

การที่ทำให้เกิดความคุ้นเคย การจดจำได้ เกิด awareness คือหลักการตลาดสมัยก่อนแต่ในสมัยนี้เริ่มต้องทำให้เพิ่มอีกระดับ นั่นคือ เกิด engagement คือ การมีปฏิสัมพันธ์ การทำให้เกิดความรู้สึกดี การมีกิจกรรมต่าง ๆ ก็จะทำให้คุ้นเคยกับแบรนด์มากขึ้น ต่อมานักการตลาดจึงเริ่มมองว่าการทำให้เกิดความคุ้นเคย หรือ engage อย่างเดียวนั้นไม่พอแล้วแต่ต้องขายของได้เลย

นี่แหละครับ จึงกลายเป็นว่าบรรดาเอเยนซี่หรือคนทำมาร์เก็ตติ้งหรือแบรนด์ยุคนี้ แต่ต้องขยับไปถึงขั้นที่ทำให้คนซื้อได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะการขายของผ่านทางออนไลน์ ยกตัวอย่างสมัยก่อนจะมีการแบ่งเป็นทีม ๆ มาร์เก็ตติ้งไม่ได้รับผิดชอบเรื่องยอดขายแต่เป็นหน้าที่ของทีมเซลส์

แต่ยุคนี้ไม่ใช่แล้ว เมื่อทำการตลาด สร้างแบรนด์แล้ว ต้องทำให้คนกดปุ๊บแล้วซื้อปั๊บเลย เพราะเดี๋ยวนี้การสร้างแบรนด์หรือการเข้าไปเจอคนและทำความรู้จัก แต่ละแบรนด์ทำได้เท่า ๆ กันแล้วในทางออนไลน์และออนไลน์ไม่ได้ทำได้แค่รู้จักอย่างเดียวด้วย เพราะแค่กดไม่กี่ทีก็ขายได้แล้ว

ฉะนั้น นักการตลาดในยุคนี้ต้องคิดต่อยอด และที่สำคัญต้องต่อยอดไปถึงการทำให้เกิดการซื้อซ้ำได้ด้วยเรียกว่า “ซื้อปุ๊บ ชอบ รัก หลง เกิดการซื้อซ้ำ”

ในยุคนี้ในแง่ของการทำการตลาดมันมีทั้งหมดทุกอย่างที่ผมพูดถึงและยังสัมพันธ์กันทั้งหมด ทีมมาร์เก็ตติ้งบางทีต้องรับเป้ายอดขายด้วย ทีมเซลส์และมาร์เก็ตติ้งต้องทำงานใกล้ชิดกันมากเลยทีเดียว ตอนนี้วงการเอเยนซี่หรือบริษัทที่ทำเรื่องการตลาดตอนนี้เริ่มหันมาทำเรื่องอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ๆ สุดท้ายสื่อโฆษณาดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซทั้งสองอย่างนี้ต้องมาบรรจบเข้าด้วยกัน

ถ้าหากว่าคุณจะทำด้านการตลาดออนไลน์จงอย่าคิดแค่การทำให้คนรู้จัก ต้องเริ่มกลับเข้ามาดูว่าเมื่อทำการตลาดออนไลน์แล้วเราปิดการขายเลยได้ไหม ลูกค้ามาที่เว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของเราแล้วปิดการขายได้เลยหรือไม่ เพราะเดี๋ยวนี้การจ่ายเงิน การส่งสินค้าสามารถทำบนออนไลน์ได้ไม่ยากแล้ว

เมื่อลูกค้ารู้จัก คุ้นเคย จดจำได้ เราทำต่ออีกนิดเดียวก็สามารถเก็บเงินเขาได้เลย อยากจะฝากทุกท่านที่เป็นเจ้าของกิจการเมื่อทำการตลาดหรือทำสื่ออะไรก็ตาม ควรเพิ่มช่องทางการขายเข้าไปด้วย ซึ่งก็คือช่องทางออนไลน์นั่นเองครับ

Previous articleการจราจรโคราชวิกฤต ปากช่อง-สีคิ้วติดยาว 30 กม. คาด ปริมาณรถหนาแน่นจนถึงพรุ่งนี้
Next articleเปิดรายชื่อ 5 บริษัทประกัน รับไฟไหม้ “ห้างเซ็นทรัลเวิลด์”