ภูเก็ต ดีพซี พอร์ท แจงความคืบหน้าโครงการท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต คาดเสร็จ พ.ค.63

วันนี้ 8 กรกฎาคม 2562 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมกับ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับฟังการบรรยายสรุปโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต โดยมี อธิบดีกรมธนารักษ์ และ นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ต ดีพซีพอร์ทจำกัด กล่าวบรรยายสรุปโครงการ

บริษัทภูเก็ต ดีพซี พอร์ท จำกัด พัฒนาโครงการท่าเรือภูเก็ต (Phuket Cruise Home Port) รับสัมปทานจากกรมธนารักษ์ ในการบริหารท่าเรือเป็นเวลา 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2561 เป็นต้นไป ในเนื้อที่ 106 ไร่ ทางบริษัทฯดำเนินการตามกรอบทีโออาร์ของกรมธนารักษ์ ทางกรมธนารักษ์ พบปัญหาการก่อสร้างล่าช้า จากปัญหามรสุม และ พื้นที่เกี่ยวข้องใต้น้ำ ทางกรมธนารักษ์ได้เร่งรัดให้ก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการบริหาร บริษัทภูเก็ตดีพซีพอร์ท จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจเรือสำราญเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญมีการเติบโตที่เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้ ภูเก็ต มีข้อจำกัดการรองรับเรือสำราญ

“ปัญหาที่เรากังวลมากที่สุด เรื่อง ความปลอดภัยของผู้โดยสาร ในกานถ่ายคนลงเรือเล็กผ่านโป๊ะและลงเรือเล็กอีกที ถ้หากท่าเทียยเรือน้ำลึกภูเก็ต สามารถพัฒนาได้คือจุดร่องน้ำให้ลึก ขึ้นขยายจุดกลับเรือให้ใหญ่ขึ้น รวมทั้งทำแนวกันคลื่นสำเร็จ ทำให้สามารถเอาเรือเทียบท่าได้เลย ความสะดวก ปลอดภัย รวดเร็วของผู้โดยสารจะมีเพิ่มขึ้นมาก และเป็นโครงสร้างพื้นฐานมนประเทศระยะยาวที่ทำให้เราแข่งขันต่อคู่แข่งหลักๆที่เขาได้มีการลงทุนพัฒนาแล้ว เช่น บาหลี และ ฮาลองเบย์ เวียดนาม เป็นต้น

ถ้าเอาเรือขนาดใหญ่ เรือหรูหรา มาจอดท่าได้ทั้งปี จะทำให้กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างสูง รวมทั้ง บริษัทเรือต่างๆจะพร้อมเริ่มสร้างภูเก็ตให้เป็นโฮมพอร์ท ซึ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดให้เป็นโฮมพอร์ท นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาหลายวันมากกว่าที่จะเป็นพอร์ท ออฟ คอล ในปัจจุบัน ที่เขามาช่วงกลางวันมาถึงเช้าและตอนเย็นก็ออกไปแล้วในเรื่องปริมาณการใช้จ่ายของเขาจะต่างกันหลายเท่าตัว” นานธีรนันท์ กล่าวและว่า

ทั้งนี้ภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง ปัจจุบันมีสายการเดินเรือ กว่า 30 สาย การเติบโตเฉลี่ย 20.6% ต่อปี จากการสำรวจความเห็น กลุ่มลูกค้าต้องการความปลอดภัย รวดเร็ว และสะดวกสบาย ภูเก็ต มีคู่แข่งหลักทางการเดินเรือ คือ บาหลี และเวียดนาม

เรือสำราญขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ จะกินน้ำลึก มากกว่า 9 เมตร ขณะที่ ท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต มีความลึกไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถรองรับกลุ่มเรือสำราญขนาดใหญ่ได้ การแก้ปัญหาในปัจจุบัน จึงต้องให้เรือขนาดใหญ่จอดกลางทะเลลึก ขนถ่ายผู้โดยสารลงเรือเล็ก และผ่านโป๊ะกลางทะเลที่หาดป่าตอง ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัย ในการเดินทางกับความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ในการขนถ่ายผู้โดยสารใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อเที่ยว มีความเสี่ยงสูงเมื่อมีคลื่นลมแรง ปัญหานี้ ทำให้ภูเก็ตไม่สามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มลัคชัวรี่ได้มากเท่าที่ควร ถ้าเราพัฒนาได้เร็ว รายได้เข้าภูเก็ตมากขึ้น เชื่อว่า ภูเก็ตยังมีศักยภาพจากเรือ 200ลำเพิ่มมาเป็น 300-400 ลำได้

ขณะเดียวกัน ท่าเรือบาหลี คู่แข่งของภูเก็ต ได้ขยายท่าเรือ และ พัฒนาอาคารผู้โดยสาร รองรับกลุ่มผู้โดยสารและลูกเรือ ส่วนท่าเรือฮาลองเบย์ เวียดนาม ได้พัฒนารองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี

ตอนนี้มีเรือมาจอด จำนวน 70-80 ลำต่อปี เป็นขนาดค่อนข้างเล็กในช่วงนี้เป็นช่วงมรสุมของฝั่งอันดามัน ในสัญญาสัมปทานกับธนารักษ์ เราพัฒนาเฉพาะบนฝั่ง เรื่องการต่อความยาวของท่าเรือ แต่การพัฒนาที่เสนอในวันนี้เป็นการพัฒนาของรัฐบาลเป็นหลักคือ การขุดร่องน้ำที่จะอยู่กับประเทศไทยตลอดไป และ การทำแนวกันคลื่นเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ

สำหรับการพัฒนาบนฝั่ง มีแนวทางขยายหน้าท่าเรืออีก 60 เมตร ทำให้สามารถจอดเรือพร้อมกันได้ 2 ลำทั้งเรือสินค้าและเรือโดยสาร ขณะเดียสกันด้วยความจำกัดของร่องน้ำยังทำให้เป็นเรือขนาดเล็ก ขนาดกลาง (ยาว 200 เมตร) และมีการสร้างอาคารผู้โดยสารจะรองรับการเข้าออกของผู้โดยสารที่เข้ามา การปรับปรุงการจอดรถ การจราจรภายในเพื่อให้รถสินค้า จอดแยกกับรถที่มารับนักท่องเที่ยว ไม่เกิดความเสี่ยงในความไม่ปลอดภัย ทางบริษัทฯใช้งบลงทุนประมาณ กว่า 100ล้านบาท ในการพัฒนาท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต คาดว่า ประมาณ พฤษภาคม 2563 เสร็จสิ้นทุกอย่าง

ด้าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้พูดกันมานานแล้ว ยังติดขัดซึ่งในพื้นที่นี้เป็นของธนารักษ์

” ขอให้กรมธนารักษ์ และกรมเจ้าท่า ร่วมกันดูแลพัฒนาร่วมกับทางบริษัทฯทำแผนการพัฒนาท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ตให้เร็วขึ้น โดย ขอให้เรือขนาดใหญ่เข้ามาจอดได้กลับลำได้ เราต้องการให้เป็นโฮมพอร์ท ให้คนเข้ามาเที่ยวภูเก็ต และให้เกิดความปลอดภัยที่รัดกุม” พลเอกประยุทธ์ กล่าว

Previous articleสวนยางที่ไม่ได้มีเพียงแค่ยาง…ทางออกของเกษตรกรในยุคราคายางผันผวน
Next articleเมเจอร์ฯ คว้ารางวัลเกียรติยศระดับเอเชีย “BCI Asia TOP 10 Developer Awards 2019” ตอกย้ำผู้นำอสังหาฯระดับลักซ์ชัวรี่