“บิ๊กซี” ยึดปอยเปต 3 พันตร.ม. ผุดโมเดลใหม่ดึง “ยูนิโคล่” เสริมความแรง

“บีเจซี” ประกาศส่ง “บิ๊กซี” บุกค้าปลีกกัมพูชา ปักธงยึดปอยเปต เปิดไฮเปอร์มาร์เก็ต เผยกลางปีหน้าตัดริบบิ้น มั่นใจตลาดมีศักยภาพ-กำลังซื้อสูง ไม่หวั่นแข่งยักษ์ค้าปลีก ญี่ปุ่น-เกาหลี ส่วนในประเทศทุ่มอีกหมื่นล้านเดินหน้าผุดเพิ่มสาขา ซุ่มทดลองโมเดลใหม่ “บิ๊กซี พลาซ่า” ปรับพื้นที่ให้เช่า พร้อมอวดโฉมใหม่-แม็กเนตใหม่ สาขาราชดำริปลาย มิ.ย.นี้ รับกำลังซื้อทัวริสต์

ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ที่ค่อนข้างสูงและอย่างต่อเนื่อง บวกกับปัจจัยในเรื่องของจำนวนประชากร กำลังซื้อ ฯลฯ ล่าสุด “กลุ่มบีเจซี” ที่ประกาศชัดเจนว่าต้องการรุกในภูมิภาคนี้อย่างครบวงจร ล่าสุด เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เตรียมจะนำธุรกิจค้าปลีก “บิ๊กซี” เข้าไปเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจปลายน้ำ หรือช่องทางในการนำสินค้ากระจายไปสู่มือผู้บริโภคในกัมพูชา จากก่อนหน้านี้ที่ได้เข้าไปลงทุนในหลาย ๆ ประเทศ ด้วยธุรกิจที่หลากหลาย โดยเฉพาะธุรกิจด้านการผลิต

ส่ง “บิ๊กซี” ปักธงปอยเปต

นายธนพร เตชวิวรรธน์ ผู้จัดการนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารห้างค้าปลีกบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวภายในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity day) ว่า บิ๊กซียังมีการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อขยายสาขาต่อเนื่อง แบ่งเป็นบิ๊กซีรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต 8 สาขา และมินิบิ๊กซี 200 สาขา และจะทำการรีโนเวตสาขาเดิม เพิ่มพื้นที่ ปรับขนาดให้เหมาะสมอีก 13 สาขา รวมเป็นงบฯการลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดสาขาของบิ๊กซีในกัมพูชาภายในกลางปี 2562 โดยความคืบหน้าล่าสุด บริษัทสามารถหาที่ดินที่จะเปิดได้เรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่ที่ตำบลปอยเปตของกัมพูชา ติดกับอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

“บิ๊กซีสาขาแรกในกัมพูชา จะเป็นรูปแบบของไฮเปอร์มาร์เก็ตเช่นเดียวกับสาขาในไทย มีพื้นที่ขายประมาณ 3 พัน ตร.ม. ซึ่งหากเป็นงบฯการลงทุนในไทยสำหรับไซซ์นี้จะอยู่ที่ราว 300 ล้านบาทต่อสาขา” นายธนพรกล่าว

ก่อนหน้านี้นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ระบุถึงการนำบิ๊กซีไปขยายสาขาในต่างประเทศว่า จะโฟกัสไปที่ 3 ประเทศหลัก อาทิ กัมพูชา ลาว และมาเลเซีย สำหรับกัมพูชา เบื้องต้นภายในปีหน้าต้องการจะขยายสาขาอย่างน้อย 2 แห่ง ได้แก่ พนมเปญ และปอยเปตและมองว่าปัจจุบันตลาดในกัมพูชาแม้จะมีคู่แข่งเปิดให้บริการอยู่หลายราย ทั้งผู้ประกอบการค้าปลีกจากเมืองไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี แต่เชื่อว่าตลาดยังมีช่องว่างและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกัมพูชาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่ตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5% ต่อปี และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังซื้อชาวกัมพูชาปรับตัวดีขึ้น บวกกับการขยายตัวของสังคมเมือง ทำให้ กัมพูชาเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจ โดยที่ผ่านมามีทั้ง อิออน มอลล์ จากญี่ปุ่น, แม็คโคร จากไทย เป็นต้น ได้เข้าไปลงทุนเปิดให้บริการแล้ว (ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย)

โมเดลใหม่ บิ๊กซี พลาซ่า

นายธนพรยังระบุต่อไปอีกว่า สำหรับธุรกิจของบิ๊กซีในไทย ล่าสุดได้เปิดตัว บิ๊กซี พลาซ่า ซึ่งเป็นส่วนขยายจากสาขาพระราม 4 โดยจะเปิดเป็นพื้นที่เช่า ปัจจุบันมีคู่ค้า คือ ยูนิโคล่ ที่เข้ามาเปิดสาขาสแตนด์อะโลน และจะมีผู้เช่ารายอื่น ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น แมคโดนัลด์ อย่างไรก็ตาม แผนการขยายสาขาของโมเดลดังกล่าวจะต้องดูผลตอบรับของสาขานี้ก่อนที่จะตัดสินใจวางแผนต่อไป เนื่องจากกรุงเทพฯมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่หายาก และมีราคาสูง

“ตอนที่บิ๊กซีเทกโอเวอร์กิจการของคาร์ฟูร์ในอดีต สาขาดังกล่าวมาพร้อมกับที่ดิน 2 ส่วน คือบิ๊กซีพระราม 4 ในปัจจุบัน และพื้นที่ข้าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์มากนัก จึงทำเป็นพื้นที่ให้เช่าเพื่อสร้างรายได้อีกทาง”

รีโนเวตใหญ่สาขาราชดำริ

นายธนพรระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน บิ๊กซีสาขาราชดำริโฉมใหม่ จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ หลังจากทำการรีโนเวต ปรับปรุงพื้นที่ ดีไซน์ การตกแต่ง ให้ทันสมัย ดึงดูดลูกค้าเข้ามาจับจ่ายภายในศูนย์มากขึ้น ทั้งกลุ่มคนไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 50% ทั้งจีน เวียดนาม มาเลเซีย ฯลฯ นอกจากจะมีแม็กเนตใหม่ ๆเช่น นารายา และแบรนด์อื่น ๆ เข้ามาสร้างความน่าสนใจมากขึ้น ยังมีการทำทางเชื่อมสกายวอล์กจากศูนย์การค้าแพลทินัมเข้ามาในสาขาดังกล่าว คาดว่าจะช่วยเพิ่มทราฟฟิกเข้าศูนย์ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ สำหรับโซนด้านหน้าสาขาราชดำริ ก็ได้เปิดตัว “มินิบิ๊กซี” คอนเซ็ปต์ใหม่ ที่มีความพรีเมี่ยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นสาขาที่อยู่ในย่านใจกลางเมือง และจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เน้นจับกลุ่มคนที่เดินทางผ่านไปมาด้านหน้า ส่วนสินค้าจะเน้นกลุ่มเครื่องดื่ม และสแน็กเป็นหลัก ต่างจากบิ๊กซี ซึ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต รวบรวมสินค้าต่าง ๆ ทั้งอุปโภคบริโภคเอาไว้อย่างครบครัน

ลุ้นกำลังซื้อครึ่งปีหลัง

นายธนพรยังระบุถึงผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ผ่านมาว่า บีเจซีมีรายได้รวม 3.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 3.9% จากไตรมาสเดียวกันปีที่ผ่านมา ส่วนบิ๊กซี มีรายได้ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยการเติบโตในส่วนของร้านเดิม (same store sale growth) เพิ่มขึ้นเพียง 0.3% เนื่องจากผลกระทบช่วงเทศกาลตรุษจีน และวาเลนไทน์ที่ปีนี้อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้กัน ส่วนช่วงไตรมาส 2 คาดว่าก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เป็นเหตุให้กลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศ และพัดลม มียอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ตลอดจนทราฟฟิกของลูกค้าที่จะเข้าศูนย์ก็ลดลงเนื่องจากฝนตก อย่างไรก็ตาม คาดว่าเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก

ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จะช่วยให้โมเมนตัมของภาพรวมการจับจ่ายปรับตัวดีขึ้น คาดว่ารายได้รวมทั้งปีจะเติบโตประมาณ 7-9% ในทุกกลุ่มธุรกิจ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ