เชนยักษ์ร้านอาหารแห่ลงทุน ตุนยอด-กำไรชิง 4 แสนล้าน

ตลาดร้านอาหารโตไม่หยุด เชนยักษ์ใหญ่ร้านอาหารเผยผลประกอบการทำยอดขายรวมและกำไรเพิ่มเติบโตสวนทางเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้าลงทุนไม่หยุด เพื่อรองรับการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารในไทยมีมูลค่า 400,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นตลาดใหญ่และแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่นลดราคา และแคมเปญส่งเสริมการขายแย่งชิงลูกค้า โดยแต่ละแบรนด์เร่งลงทุนนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้พัฒนาและสร้างสรรค์เมนูอาหาร และการบริการในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเรียกลูกค้าเข้าร้านอย่างต่อเนื่องและสิ่งสำคัญของธุรกิจร้านอาหารจะต้องควบคุม ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าเช่าพื้นที่ เพื่อให้ครอบคลุมภาระต้นทุนต่าง ๆ และไม่ให้กระทบต่อยอดขายและกำไร

จากการตรวจสอบผลการดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหาร ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯล่าสุดพบว่า ปี 2561 บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือซีอาร์จี ผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย (food chain industry) ทั้ง 11 แบรนด์ เช่น เคเอฟซี มิสเตอร์โดนัท เปปเปอร์ลันช์ เป็นต้น มีรายได้จากธุรกิจอาหารรวม 12,003.9 ล้านบาท หรือเติบโต 9.2% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 745.2 ล้านบาท

โดยมีปัจจัยหลักมาจากการดำเนินธุรกิจของแบรนด์เคเอฟซี โอโตยะ เทนยะ อานตี้แอนส์ และคัตสึยะ ที่ออกโปรโมชั่นยาวต่อเนื่อง และทำโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และเมนูที่หลากหลายมากขึ้น เช่นเดียวกับบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการอาหารแบรนด์เดอะพิซซ่าคอมปะนี สเวนเซ่นส์ เดลี่ควีน เบอร์เกอร์ คิง ฯลฯ มีรายได้จากกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร 17,728 ล้านบาท ถือว่าเติบโตขึ้น จากการขยายสาขาของร้านอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ส่วนยอดขายของร้านเดิม ลดลงร้อยละ 3.8 เนื่องจากการชะลอตัวของการบริโภคและการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมร้านอาหารภายในประเทศ อีกทั้งการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลง ได้ส่งผลกระทบต่อสาขาที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์เบอร์เกอร์ คิง และเดอะคอฟฟี่คลับ ปัจจุบัน ไมเนอร์ ฟู้ด มีสาขาร้านอาหารจำนวน 2,174 แห่ง แบ่งเป็นสาขาที่บริษัทลงทุนเอง 1,108 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 1,066 สาขา

ขณะที่บริษัท โออิชิ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากธุรกิจร้านอาหาร (ไตรมาสที่ 1 ปี 2561-2562) 1,748 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 8% มีกำไรสุทธิ 326 ล้านบาท เนื่องจากการขยายสาขาใหม่ และการเติบโตของร้านอาหารที่ให้บริการทุกสาขา

สำหรับเป้าหมายปี 2562 คือ การรักษาความเป็นผู้นำร้านอาหารญี่ปุ่น ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ มุ่งสร้างคุณค่าของสินค้าและบริการ โดยเน้นการเติบโตให้แก่สาขาเดิมผ่านการจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นใหม่ ๆ ตามด้วยการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสั่งดีลิเวอรี่ผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ พร้อมลดเวลาการส่งสินค้าจาก 45 นาที เหลือ 30 นาที เป็นต้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ปัจจุบันโออิชิ กรุ๊ป มีร้านอาหาร 9 แบรนด์ ได้แก่ Oishi Grand, โออิชิ อีทเทอเรียม, โออิชิ บุฟเฟต์, ชาบูชิ, โออิชิราเมน, โออิชิ ดีลิเวอรี่, นิกุยะ, ฮาตาเกะ, โฮวยุ

ด้านบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป มีรายได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 6.1 ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยการขยายสาขาร้านอาหารเอ็มเค สุกี้ และร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าชูจุดแข็งส่งเสริมการขาย เชิงราคา คุณภาพ ความหลากหลายของเมนูอาหาร ความสามารถในการตกแต่งร้านเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะเรื่องชื่อเสียงและความแข็งแกร่งของแบรนด์ต้องสำคัญที่สุด โดยบริษัทต้องวางแผนขยายธุรกิจเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เอ็มเค กรุ๊ป มีทั้งหมด 8 แบรนด์ ได้แก่ เอ็มเค สุกี้ เอ็มเค ไลฟ์ ร้านอาหารญี่ปุ่น ยาโยอิ มิยาซากิ ร้านอาหารไทย ณ สยาม ร้านอาหารไทย เลอสยาม ร้านกาแฟ เบเกอรี่ เลอ เพอทิท คาเฟ่ รวมทั้งบริษัท เซ็นคอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด

ดำเนินธุรกิจ 14 แบรนด์ เช่น Zen Musha อากะ ตำมั่ว ลาวญวน ฯลฯ มีอัตราการเติบโตทั้งในแง่กำไรสุทธิและรายได้ปี 2561 ประมาณ 2,900 ล้านบาท เติบโต 17.9% จากปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 2,515 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 140.2 ล้านบาท เติบโต 71.4% โดยมีปัจจัยการเติบโตมาจากหลายส่วน ได้แก่ ยอดขายร้านอาหารสาขาเดิมที่มีอัตราเติบโตเฉลี่ย 4.7% จากปีก่อน มีการพัฒนาเมนูอาหารใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับกลยุทธ์การบริหารงานและปรับปรุงการให้บริการที่ดีขึ้น รวมทั้งได้ให้บริการจัดส่งอาหารดีลิเวอรี่ และธุรกิจอาหารค้าปลีกที่มีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงและอาหารพร้อมทาน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม ตลอดจนการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พร้อมกันนี้ โดมิโนส์พิซซ่า บริษัทในเครือฟู้ดแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินธุรกิจในปี 2561 โดยธุรกิจการขายอาหารและเครื่องดื่มมีรายได้รวมประมาณ 700 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มร้านอาหารบริการเร็ว เช่น โดมิโนส์พิซซ่า ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการขายในประเทศ 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรลงจำนวน 7 สาขา ที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรง นอกจากนี้ รายได้จากการขายในประเทศกัมพูชาเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท เนื่องจากการเปิดสาขาของร้านโดมิโนส์จำนวน 3 สาขาจะเห็นได้ว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารเชนใหญ่ที่มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง และพร้อมเดินหน้าปรับตัวธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน เช่น การลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ และทำการตลาดอัดโปรโมชั่น-แคมเปญ ดึงดูดลูกค้าเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง

Previous articleฮอตสุดๆ เดอะนิว “ซีรีส์3” ทดลองขับก่อนใครที่ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา
Next articleฮือฮา! “บิ๊กตู่” ตัวไม่มาแต่ ส่งคลิป เปิดใจเวทีปราศรัยใหญ่ หยอด “อย่าลังเลใจ ขอให้คุณกล้าไปกับผม”