ประยุทธ์ สั่งเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อต่อ นัดฉีดกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป 1 ส.ค.

ประยุทธ์ ถก อนุทิน-ผู้ว่า กทม. เคลียร์สถานีกลางบางซื่อจุดฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 1-31 ส.ค.นี้ 

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามการทำงานศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ณ สถานีกลางบางซื่อ และโรงพยาบาลบุษราคัม ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เข้าร่วมประชุม

ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ เปิดลงทะเบียนผ่านมือถือ อายุ 18 ขึ้นไป เริ่ม 29 ก.ค.
ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ เปิดลงทะเบียน อายุ 18 ปีขึ้นไป เริ่มฉีด 1 ส.ค.

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยให้เสริมการจัดระเบียบการให้บริการ เพิ่มมาตรการเว้นระยะห่าง ลดความแออัด ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การลดจำนวนผู้เสียชีวิตและควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด และตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม เป็นต้นไป จะเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้สูงอายุ 60+ และ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง ผ่านแอปพลิเคชันวัคซีนบางซื่อ 

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการเร่งควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งทุกการประชุม คือการที่นายกรัฐมนตรีรับฟังปัญหา อุปสรรคร่วมกับผู้ทำงานเพื่อหาแนวปฏิบัติใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกหน่วยงาน ขณะนี้ ทราบว่ามีความพยายามแก้ปัญหาความแออัด ความหนาแน่น โดยมาตรการต่าง ๆ อาทิ จัดเก้าอี้เพื่อกำหนดให้มีระยะห่าง จัดให้มีการเหลื่อมเวลาในการเข้ารับบริการ โดยผู้สูงอายุจะเข้ารับบริการช่วงเช้า และในช่วงบ่ายเป็นการให้บริการกลุ่มอื่น ๆ ลดขั้นตอนรับบริการ เช่น ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีและมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ต้องวัดความดันหรือผู้ที่ลงทะเบียน จองคิวผ่านระบบสามารถตรงเข้าไปฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เลย 

นายกรัฐมนตรียังชื่นชมศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ สามารถให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กับประชาชนไปแล้ว 1 ล้านโดส และมีศักยภาพสามารถให้บริการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ถึงวันละ 25,000 – 30,000 โดส/วัน  และตั้งแต่เดือนหน้าจะมีการขยายกลุ่มเป้าหมายให้บริการ คือ กลุ่มผู้มีอายุ 18 ขึ้นไป กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม สตรีมีครรภ์อายุเกิน 12 สัปดาห์ ผ่านการลงทะเบียน นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า รัฐบาลเน้นนโยบายการบริหารวัคซีนโดยให้ความสำคัญกับการควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดและลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด ซึ่งในเดือนหน้าจะมีการกระจายวัคซีนโควิด-19 ลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้นด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ประชุมร่วมกับ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัด สธ. และผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม โดยกล่าวถึงความตั้งใจว่า อยากจะลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจการทำงานของทุกหน่วย แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข จึงให้เป็นการประชุมผ่านระบบทางไกล ซึ่งทราบว่าทุกฝ่ายได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อผู้ดูแลผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษา 


ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุษราคัม รายงานการดำเนินการว่า โรงพยาบาลบุษราคัมเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ขณะนี้ผู้ป่วยสะสม 12,268 ราย สถานการณ์โรงพยาบาลบุษราคัมประมาณช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดผู้ป่วยสะสมถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 64 จำนวน 9,435 ราย จนถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 64 ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 12,268 ราย 

ขณะนี้มียอดผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล 3,592 ราย กลับบ้านไปแล้ว 8,000 กว่าราย วันนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนจำนวน 770 ราย จากสถานการณ์การระบาดต่อเนื่องและรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  สัดส่วนของผู้ป่วยที่มีอาการหนักในโรงพยาบาลบุษราคัมมีจำนวนมากขึ้น  โรงพยาบาลบุษราคัมได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุม EOC กระทรวงสาธารณสุขให้พัฒนาพื้นที่รองรับผู้ป่วยวิกฤติสีแดงเข้มจำนวน 17 เตียงเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว 

นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบกำลังใจและขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทุกหน่วยงานที่ได้ให้ความร่วมมือ ร่วมใจทำงานเพื่อประชาชน ทราบว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ การแพร่ระบาดมีความรุนแรง จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น เป็นผลให้โรงพยาบาลมีปริมาณงานที่สูงขึ้น 

รวมทั้งมีความซับซ้อนของผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องการให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาให้มากที่สุดจึงได้ให้แนวทางพิจารณาว่า หากโรงพยาบาลใดมีพื้นที่ว่างก็อาจให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในบริเวณโรงพยาบาลด้วย ทั้งนี้ ขอยืนยันรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพียงพอ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และให้ความมั่นใจรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานทุกหน่วยงาน ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือ ร่วมใจทำงานเพื่อประชาชน รัฐบาลจะดูแลบุคลากรทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่เช่นกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ