ฮามาสปล่อยคนไทยเพิ่ม ถึงไทย 30 พ.ย. กระทรวงแรงงานเตรียมค่าชดเชย

แรงงานไทยถูกปล่อยตัว

กระทรวงแรงงานส่งทูตแรงงานเยี่ยมให้กำลังใจแรงงานไทยในอิสราเอล ที่ได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่มฮามาส พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันแรงงานไทยในอิสราเอลรวมทั้งหมด 17 ราย โดยช่วง 24-25 พฤศจิกายน 2566 มีการปล่อยตัว 14 คน และวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 ปล่อยตัวเพิ่มอีก 3 คน นับเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนที่ตัวประกันชาวไทยถูกควบคุมตัวไว้ภายใต้สงคราม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยว่า ได้สั่งการให้นายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้ประสานการทำงานกับสถานเอกอัครราชทูต อย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทยที่ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้แล้วเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

แรงงานไทยถูกปล่อยตัวต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์กล่าวว่า แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ จะได้รับเงินเยียวยาจากการเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ และแรงงานไทยที่เคยเป็นผู้ประกันตนกับประกันสังคมก่อนที่จะเดินทางไปทำงานในอิสราเอลก็จะได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้ให้แรงงานจังหวัดนำทีมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดภูมิลำเนาของแรงงานไทยลงพื้นที่ไปพูดคุยกับญาติพี่น้องแรงงานไทยทุกรายเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น  ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจกระทรวงแรงงานให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายโดยเร็ว

“กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยพี่น้องแรงงานไทยทุกคนที่ไปทำงานต่างประเทศ ผมขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับครอบครัวของพี่น้องแรงงานไทยทุกคนที่ได้รับการปล่อยตัวจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอลในครั้งนี้

รวมถึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาทำให้ได้มีการปล่อยตัวประกันแรงงานไทยอย่างปลอดภัย ขอให้ญาติของแรงงานมั่นใจได้ว่ารัฐบาลไทย กระทรวงแรงงาน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการประสานทุกฝ่าย เพื่อเร่งช่วยเหลือให้พี่น้องแรงงานไทยที่เหลือทั้งหมดให้ได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อพบครอบครัวในเวลาที่รวดเร็วที่สุด” นายพิพัฒน์กล่าวท้ายสุด

ส่งทูตแรงงานเยี่ยมให้กำลังใจ

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2566 อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายแรงงาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายแรงงาน ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาล Shamir Medical Center เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจตัวประกันชาวไทยจำนวน 14 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวจากฉนวนกาซ่า ระหว่างวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2566

พร้อมประสานงานและอำนวยความสะดวกกับเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมอิสราเอลในการจัดทำเอกสารเพื่อขอรับเงินชดเชยกรณีเป็นตัวประกันจากอิสราเอลให้กับแรงงานไทย รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการเป็นล่ามให้กับทีมแพทย์พยาบาลที่ให้การดูแลรักษาพยาบาลสุขภาพกายและสภาพจิตใจ อีกทั้งได้ประสานนายจ้างและเพื่อนร่วมงาน เพื่อติดตามทรัพย์สินและเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานอิสราเอลให้กับแรงงานไทยกลุ่มดังกล่าว

กลับถึงไทยในวันที่ 30 พ.ย.

นายไพโรจน์ได้มอบหมายให้ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ร่วมเดินทางไปกับคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เพื่อไปรับแรงงานไทยที่ได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยด้วย โดยจะเดินทางกลับมาพร้อมกับแรงงานไทยชุดแรกที่ได้รับการปล่อยตัวถึงประเทศไทยในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ด้วยสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY 081 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 12.05 น.

ในส่วนการของการดำเนินการของกระทรวงแรงงานนั้น ทันทีที่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กระทรวงแรงงานจะจัดเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะให้บริการคำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ

โดยแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ จะได้รับเงินเยียวยาจากการเป็นสมาชิกกองทุน รายละ 15,000 บาท และแรงงานไทยที่เคยเป็นผู้ประกันตนกับประกันสังคมก่อนที่จะเดินทางไปทำงานในอิสราเอลจะได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้ให้แรงงานจังหวัดนำทีมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดภูมิลำเนาของแรงงานไทยลงพื้นที่ไปพูดคุยกับญาติพี่น้องแรงงานไทยทุกรายเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น ต้องการหางานใหม่ทำ หรือฝึกอาชีพ ก็จะอำนวยความสะดวกตามความประสงค์ด้วยเช่นเดียวกัน

“ขอให้ญาติของแรงงานมั่นใจได้ว่ารัฐบาลไทย กระทรวงแรงงาน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพยายามอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการประสานทุกฝ่าย เพื่อเร่งช่วยเหลือให้พี่น้องแรงงานไทยที่เหลือทั้งหมดให้ได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อพบครอบครัวในเวลาที่รวดเร็วที่สุด” นายไพโรจน์กล่าวท้ายสุด”

รายชื่อแรงงานไทยที่ถูกปล่อยตัว

1) นางสาวณัฐฐาวรี มูลกัน ภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น

2) นายสันติ บุญพร้อม ภูมิลำเนา จ.บุรีรัมย์

3) นายบุญถม พันธ์ฆ้อง ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี

4) นายมงคล ผจวบบุญ ภูมิลำเนา จ.ศรีษะเกษ

5) นายวิทูรย์ ภูมี ภูมิลำเนา จ.หนองบัวลำภู

6) นายวิชัย กาละปัตย์ ภูมิลำเนา จ.อุบลราชธานี

7) นายบัญชา กองมณี ภูมิลำเนา จ.มหาสารคาม

8) นายบุดดี แสงบุญ ภูมิลำเนา จ.นครพนม

9) นายอุทัย ทุ่นศรี ภูมิลำเนา จ.เชียงราย

10) นายอุทัย แสงนวล ภูมิลำเนา จ.นครพนม

11) นายนัฐพร อ่อนแก้ว ภูมิลำเนา จ.นครพนม

12) นายคมกฤษ ชมบัว ภูมิลำเนา จ.สุรินทร์

13) นายอนุชา อ่างแก้ว ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี

14) นายมณี จิระชาติ ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี

15) นายวิเชียร เต็มทอง ภูมิลำเนา จ.บุรีรัมย์

16) นายสุรินทร์ เกสูงเนิน ภูมิลำเนา จ.อุบลราชธานี


17) นายพรสวรรค์ ปินะกาโล ภูมิลำเนา จ.นครราชสรอบ