เช็กพฤติกรรมเสี่ยง และสัญญาณเตือนโรคไต

โรคไตเป็นโรคหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยไปจำนวนมาก สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดโรคไต คือ การกินเค็ม ทำให้ไตทำงานหนักเกินปกติ จนไตเกิดความเสื่อม จากข้อมูลของเครือข่ายลดบริโภคเค็ม พบว่าปัจจุบันคนไทยกินเค็มกว่ามาตรฐาน 2-3 เท่า หรือประมาณ 4,000 มก. ซึ่งโดยปกติคนเราไม่ควรกินโซเดียมเกินวันละ 2,000 มก. หรือคิดเป็นเกลือป่น 1 ช้อนชา

พญ.ปิยวรรณ กิตติสกุลนาม อาจารย์แพทย์ด้านโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินอยู่นับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยมีความเสี่ยงเป็นโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้น การสำรวจตัวเองว่าเราได้เปิดประตูต้อนรับโรคไตเรื้อรังให้เข้ามาในชีวิตแล้วหรือเปล่า ดูได้จากพฤติกรรมของตัวเอง

พฤติกรรมเสี่ยงอันจะนำไปสู่ความเสี่ยงโรคไต ได้แก่ 1.การกินอาหารรสจัด ซึ่งคำว่า “รสจัด” รวมความถึงเค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด และมันจัด 2.การดื่มน้ำน้อยเกินไปหรือดื่มน้ำมากเกินไป เพราะไตทำหน้าที่กำจัดของเสียในร่างกายและต้องใช้น้ำเป็นตัวพาไปสู่การกรองจนกระทั่งกลายเป็นปัสสาวะ แต่หากดื่มน้ำมากไตก็จะทำงานหนักเกิน 3.การกินไม่ยั้งจนน้ำหนักเกินและไม่ออกกำลังกาย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูงตามมา

ถ้าหากใครมีพฤติกรรมที่ว่ามานี้ โอกาสที่คุณเปิดประตูต้อนรับโรคไตเรื้อรังเข้ามาในชีวิตนับว่ามี “สูง” คุณหมอจึงแนะนำให้ไปตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อตรวจคัดกรองโรคไต ซึ่งเป็นการตรวจพื้นฐาน ได้แก่ การตรวจค่าการทำงานของไตจากการตรวจเลือด (blood urea nitrogen และ creatinine) หรือการตรวจปัสสาวะ (urinalysis) และปริมาณโปรตีนที่รั่วในปัสสาวะ (albuminuria) เป็นต้น

พญ.ปิยวรรณให้ข้อมูลอีกว่า คนทุกเพศทุกวัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรังได้ ในทางการแพทย์มีอาการสำคัญบางอย่างที่เป็นสัญญาณเตือนโรคไต ได้แก่ ปัสสาวะขัดหรือลำบาก ปัสสาวะกลางคืน หรือปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะมีฟองหรือมีสีน้ำล้างเนื้อ อาการบวมที่รอบตา หน้าหรือหลังเท้าบวม ปวดเอว และความดันโลหิตสูง เป็นต้น

หากมีอาการเหล่านี้แล้วควรรีบไปพบอายุรแพทย์โรคไตโดยเร็วเพื่อการวินิจฉัยโรคและรักษาโรคไตตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ซึ่งถือว่าเป็นการป้องกันแบบทุติยภูมิ สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตอยู่แล้วก็ควรทราบถึงวิธีที่จะชะลอความเสื่อมของไตแบบต่าง ๆ เช่น ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ระมัดระวังการใช้ยาบางชนิด ควบคุมระดับน้ำตาลและกรดยูริกในเลือด รับประทานอาหารที่มีโปรตีนต่ำ รวมไปถึงควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสมเพื่อคงหน้าที่การทำงานของไตไว้ให้ได้นานที่สุด

“โรคไตเป็นภัยต่อสุขภาพ ซึ่งเกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจ และขาดทักษะในการดูแลสุขภาพ กระทั่งกลายเป็นภัยเงียบที่คืบคลานเข้ามาจนไตเกิดความเสื่อมไปมาก จึงเกิดอาการผิดปกติ เมื่อถึงเวลานั้น การป้องกันและการชะลอความเสื่อมของไตก็มักถึงจุดที่ทำได้ยากแล้ว ดังนั้น อยากให้ท่านผู้อ่านนำความรู้จากบทความนี้ไปปฏิบัติ และจะเป็นประโยชน์มากขึ้นหากนำไปเผยแพร่ เพื่อช่วยให้คนไทยเริ่มปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพไตที่ดีในอนาคต” พญ.ปิยวรรณกล่าว

หากคุณผู้อ่านอยากทราบข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคไตมากกว่านี้ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยจะจัดงานวันไตโลก (World Kidney Day) ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคมที่จะถึงนี้ ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เวลา 10.00-19.00 น. สามารถไปร่วมงานเพื่อรับข้อมูลจากแพทย์ที่จะมาแชร์ข้อมูลความรู้ความเข้าใจกันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ