“สมยศ” สั่งเด้ง “โค้ชโย่ง” สังเวยล้มเหลวเอเชี่ยนเกมส์ สั่งล้างบางยกเครื่องฝ่ายเทคนิค

หลังจากที่ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ภายใต้การนำทีมของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทำผลงานย่ำแย่ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตาและเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยผลงานในรอบแรก เสมอ 2 แพ้ 1 มีเพียง 2 คะแนน จบอันดับ 3 ของกลุ่มบี ตกรอบแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปีนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม “บิ๊กอ๊อด”​ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายหลังจากจบการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ได้มีการประเมินสถานการณ์และเห็นว่าต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างในการบริหารจัดการทีมชาติไทยทั้งระบบใหม่

“ในส่วนของโค้ชโย่งนั้นได้เข้ามาพบกับผมเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อขอโอกาสปรับปรุงการทำงานและขอทำหน้าที่ต่อ แต่จากการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว มองว่าได้ให้โอกาสและอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่มีการแทรกแซงใดๆ แต่ในเมื่อไม่สามารถทำผลงานที่ดีได้ ก็คงให้ความไว้วางใจไม่ได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องขอให้โค้ชโย่งยุติการทำหน้าที่นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และโค้ชก็เข้าใจคำตัดสินของสมาคม”

พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวต่อว่า เตรียมปรับโครงสร้างของฝ่ายเทคนิคใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยเข้าสู่การแข่งขัน 2 รายการใหญ่อย่างศึกชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2019” และศึกชิงแชมป์เอเชีย “เอเชียนคัพ 2019”

สำหรับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะมีโปรแกรมเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติในศึกชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2019” ช่วงระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน -15 ธันวาคม 2561 ตามด้วยโปรแกรมเข้าร่วมการแข่งขันศึกชิงแชมป์เอเชีย “เอเชียนคัพ 2019” ช่วงระหว่างวันที่ 5 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2562

โดยก่อนจะถึง 2 รายการดังกล่าวยังมีศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย รุ่นไม่เกิน 16 ปี และ 19 ปี รออยู่ในเดือนกันยายน และตุลาคม 2561 ตามลำดับด้วย

พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ฟุตบอลทีมชาติไทยเสร็จสิ้นภารกิจเอเชี่ยนเกมส์ ตัวเองได้มีการประเมินสถานการณ์ และเห็นว่าต้องปรับปรุงโครงสร้างบริหารจัดการทีมชาติไทยทั้งระบบ โดยได้มีการประสานงานกับสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เพื่อขอความร่วมมือในการสรรหาผู้อำนวยการเทคนิคฟุตบอลทีมชาติไทย หรือ Football Director มาทำหน้าที่แบบเต็มเวลา

“ตำแหน่ง Football Director เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีความสำคัญมากสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่ ที่ต้องสู้กันด้วยข้อมูลและสถิติ เพื่อดูแลติดตามวิเคราะห์ฟอร์มนักฟุตบอล และรูปแบบการบริหารทีมชาติไทย เพื่อเตรียมเข้าสู่รายการของทีมชาติไทยอย่างเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ และเอเชียน คัพ” บิ๊กอ๊อดกล่าวปิดท้าย

 

ที่มา : มติชนออนไลน์