“ซัวเรซ” ซบแอตฯ มาดริด กำเนิดทีมรวมตัวแสบของจริง?

Photo by GABRIEL BOUYS / AFP
 อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

โควิด-19 ทำให้โลกกีฬาปั่นป่วน สโมสรฟุตบอลใหญ่น้อยได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า แม้แต่บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา ก็ระส่ำระสายมาตั้งแต่ต้นปี กระทั่งเดือนกันยายนก็เริ่มปล่อยดาวดังหลายรายออกจากทีม กรณีที่น่าพูดถึงคือการปล่อยหลุยส์ ซัวเรซ ให้กับแอตเลติโก้ มาดริด

หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย 33 ปีย้ายซบทีมคู่แข่งร่วมลีกด้วยค่าตัวประมาณ 6 ล้านยูโร ดีลนี้อาจเป็นที่ผิดหวังสำหรับแฟนบาร์ซ่า ทั้งในแง่การตัดสินใจของบอร์ดท่ามกลางวิกฤตการเงินและฟอร์มของทีม เดิมทีเคยตกเป็นข่าวกับยูเวนตุส ในอิตาลี อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาดราม่าหลายประเด็น จึงมาลงเอยที่ซัวเรซ ย้ายซบทีมร่วมลีก เรียกได้ว่าอาจเป็นสิ่งที่แฟนบาร์ซ่าอยากเห็นน้อยที่สุด เพราะมันเสมือนการหยิบยื่นอาวุธให้คู่แข่ง ขณะที่ฤดูกาลที่บาร์เซโลนาก็เพิ่งจบฤดูกาลอย่างน่าผิดหวัง

ในฟากของแอตเลติโก้ มาดริด ดีลนี้ทำให้พวกเขาถูกจับตามากกว่าเดิม เมื่อได้ดาวยิงที่มีสถิติทำประตูมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร

บาร์เซโลนามาร่วมทีม ถึงจะอยู่ในช่วงอายุที่พอจะระบุได้ว่าเป็นช่วงท้ายของการค้าแข้งแล้ว สภาพร่างกายอาจไม่อยู่ในช่วงพีก แต่ประสบการณ์ เซนส์ฟุตบอล ความเฉียบคมของซัวเรซ ย่อมยกระดับทีมได้ไม่มากก็น้อย และโบนัสอีกอย่างจากซัวเรซ คือ เขาเป็นฝันร้ายสำหรับกองหลังคู่แข่งที่ใสซื่อทั้งหลาย เมื่อดาวยิงรายนี้อยู่ในกรอบเขตโทษ ค่ำคืนของกองหลังเหล่านี้จะไม่สงบและถูกรบกวนแบบที่พวกเขาไม่อยากเจอ

ขณะที่ทีมตราหมีภายใต้เงาของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซืออาร์เจนไตน์ ขึ้นชื่อเรื่องเล่นเกมรับมากกว่าเกมรุกแบบเต็มตัว การได้ซัวเรซมาร่วมงานด้วยยิ่งทำให้แวดวงลูกหนังจับตาแอตเลติโก้ มาดริดยิ่งขึ้น แฟนบอลอยากรู้ระบบการเล่นเมื่อซัวเรซ จะมาสวมเสื้อทีมเดียวกับ ดิเอโก้ คอสต้า ดาวยิงจอมแสบอีกรายของทีมตราหมี พร้อมร่วมงานกับกุนซือที่แฟนบอลติดกับภาพจำเรื่อง “ลูกเล่นอันแพรวพราว”

พอจะกล่าวได้ว่า “สามทหาร” คนดังของแอตเลติโก้ มาดริด ล้วนมีชื่อเสียงจากประวัติพฤติกรรมระดับแสบทรวงค่อนข้างสูง เต็มไปด้วยลูกเล่น (ตุกติก) อันแพรวพราว แฝงด้วยลักษณะแบบขบถอยู่ลึก ๆ ด้วยกันทั้งสิ้น การรวมตัวของซัวเรซ, ดิเอโก้ คอสต้า และซิเมโอเน่ เป็นที่จับตาและเป็นสีสันในหมู่แฟนบอลอย่างมาก แต่ต้องยอมรับว่า ในสายตาของแฟนบอลบางกลุ่ม ภาพลักษณ์ของสโมสรโดยรวมในยุคนี้กลายเป็นถูกผูกติดกับตัวตนแบบซิเมโอเน่ไปบ้าง จนกลายเป็นทีมในโลกสื่อสังคมออนไลน์แซวแอตฯ มาดริด โดยเทียบว่าเป็นทีมรวม “ดาวร้าย” ไปเสียได้

คงยากจะปฏิเสธได้ว่า “ภาพลักษณ์” ของสโมสรแอตฯ มาดริดผูกไปในทิศทางแบบ “แบดบอย” ไม่ใช่เพียงแค่ลักษณะบุคลากรในทีมดังที่เกิดกระแสจากการย้ายทีมครั้งนี้ แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงสไตล์การเล่นที่ค่อนข้างเขี้ยวลากดิน น่าเสียดายที่ยังไม่พบข้อมูลที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือพอจะบ่งชี้ผลกระทบในเชิงประจักษ์ได้ว่า “ภาพลักษณ์” แบบนี้ส่งผลอย่างไรต่อสโมสรในเชิงการตลาด หรืออิทธิพลด้านอื่น ๆ

แต่ในโลกความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่แฟนบอลอยากเห็นทั้ง 3 ลงทำหน้าที่ในสนามพร้อมกัน อาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียทีเดียว แฟนบอลที่หวังจะเห็นคอสต้า ลงสนามพร้อมกับซัวเรซ แล้วป่วนคู่แข่งให้ปวดเศียรเวียนเกล้า เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาคอสต้า (หากไม่ได้ย้ายก่อน) ยากจะจับคู่กับซัวเรซ ให้เห็นแบบบ่อยนัก เนื่องจากแอตฯ มาดริดก็มีตัวเลือกระบบการเล่นที่น่าสนใจแบบอื่น

อย่างการใช้ เจา เฟลิกซ์ ดาวรุ่งโปรตุเกสทำงานร่วมกับซัวเรซ ซึ่งอาจสอดคล้องกับทิศทางในอนาคตมากกว่า และยิ่งในช่วงที่กุนซืออาร์เจนไตน์กำลังปรับทีมใหม่หลังผลงานฤดูกาลล่าสุดไม่ค่อยดีนัก ผู้เล่นอย่างคอสต้า ก็มีโอกาสย้ายออกจากทีมด้วย

โดยรวมแล้ว การได้ซัวเรซมาร่วมทีมอาจไม่ได้เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์แบบ “แบดบอย” ของแอตฯ มาดริดในยุคนี้ ในแง่การใช้งานซัวเรซ ย่อมเสริมเขี้ยวเล็บให้กับสโมสร ยังไม่นับผู้เล่นแนวรุกชื่อดังที่ตกเป็นข่าวกับทีมตราหมีอีกหลายราย

ซิเมโอเน่ คงไม่ได้คำนึงถึงเรื่องภาพลักษณ์ตามที่มีกระแสแซวมากนัก งานหลักของเขาคือทำทีม ทำผลงานให้ดีที่สุดมากกว่า การได้ซัวเรซมาดูมีแนวโน้มช่วยเรื่องเกมรุกอย่างมาก แต่อย่าลืมว่า ปัจจัยที่จะทำให้ซัวเรซใส่สกอร์ได้มากมาย ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการวางหมากและสร้างทีมของซิเมโอเน่ ว่าจะหนุนตัวช่วยให้แนวหน้าได้มากน้อยเพียงใดเช่นกัน

การย้ายทีมของซัวเรซไปซบคู่แข่งร่วมลีกครั้งนี้ก็อาจพอมองได้ว่า วิกฤตการเงินของบาร์ซ่าทำให้บอร์ดบริหารต้องหาทางแก้ และซัวเรซคืออีกหนึ่งการตัดสินใจ

คงต้องจับตาเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ว่าจะส่งผลอย่างไรต่อแอตฯ มาดริดบ้าง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ