เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวเนื่องแน่น
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวเนื่องแน่น
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
Politics รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
ดูทั้งหมด

ลงเรือ Energy Observer ส่องต้นแบบพลังงานอนาคต แล่นรอบโลกด้วยไฮโดรเจน

28 เม.ย. 2565 | 19:50น.

สำรวจเรือ Energy Observer จากฝรั่งเศส เรือต้นแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานทดแทนโซลาร์เซลล์-ไฮโดรเจนลำแรกของโลก หลังเยือนไทยเทียบท่าพัทยา

วันที่ 28 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานว่า เรือ Energy Observer หรือ “เอเนอร์จี ออปเซิฟเวอร์” เรือยอชต์เดินสมุทรสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีความพิเศษที่เป็นเรือต้นแบบการใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบเพื่อขับเคลื่อนและใช้งานด้านต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ได้แวะเทียบท่าที่ประเทศไทยเป็นเวลา 1 เดือนระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 พฤษภาคมนี้ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทางรอบโลก หลังจากที่เรือลำนี้เดินทางจากประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ พ.ศ. 2560 แล่นไปทั่วทุกมหาสมุทรมาแล้วกว่า 48,000 ไมล์ทะเล แวะพักตามท่าเรือมาแล้วกว่า 71 แห่งในกว่า 40 ประเทศ การแวะพักยังท่าเรือในประเทศไทยครั้งแรกนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ผู้ซึ่งสนใจในพลังงานแห่งอนาคต

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รับโอกาสพิเศษเดินทางร่วมคณะกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส นำโดยนาย ตีแยรี มาตู เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ไปยังท่าเรือพัทยา เพื่อทำความเข้าใจเทคโนโลยีแห่งอนาคตของเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนลำแรกของโลกให้มากขึ้น รวมถึงเพื่อพบปะกับสตรีและบุรุษผู้อุทิศแรงกายแรงใจให้กับการวิจัยพลังงานแห่งอนาคตเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ตีแยรี มาตู เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

จากเรือแข่ง สู่ ห้องทดลองลอยน้ำ

สำหรับ Energy Observer เป็นลักษณะเรือรูปทรง “คาตามารัน” (Catamaran) ซึ่งเป็นเรือยอชต์เดินสมุทรที่มีลักษณะลำเรือสองลำ ความพิเศษของเรือที่เป็นรูปแบบนี้ คือจะทำให้เรือมีความเสถียรมากขึ้นเมื่อเผชิญกับกระแสคลื่นลมแปรปรวน ซึ่งจะช่วยให้เรือไม่โคลงเคลงไปตามกระแสคลื่นเหมือนกับเรือท้องลำเรือเดียว (Monohull) ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าเรือแบบทั่วไป

โดยเรือ Energy Observer แต่เดิมเรือถูกต่อขึ้นในประเทศแคนาดาเมื่อปี 1983 เพื่อใช้ในการแข่งขัน จนสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันแล่นเรือในหลายแมตช์ มีชื่อเดิมว่าเรือ Formule Tag หนึ่งในรางวัลที่สำคัญของเรือลำนี้คือ รางวัล Jules Verne Trophy ซึ่งเป็นการแข่งขันแล่นเรือรอบโลกที่เรือสามารถทำสถิติแล่นรอบโลกในเวลา 74 วัน 22 ชั่วโมง 17 นาที 22 วินาที

หลังการคว้าชัยชนะผ่านการแข่งขันแล่นเรือในหลายแมตช์ ในปี 2017 เรือลำนี้ถูกฟื้นคืนชีพอีกครั้งในฐานะต้นแบบการใช้พลังงานสะอาดจาก 3 ส่วนคือ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานไฮโดรเจนจากน้ำทะเล เสมือนเป็นห้องทดลองลอยน้ำที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลักดันเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกสำหรับเรือเดินสมุทรเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนต่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยความกว้างตัวเรือ 12.8 เมตร ยาว 30.5 เมตร ประกอบความพิเศษคือเป็นเรือที่รวมเอาเทคโนโลยีด้านพลังงานจากหลายแหล่งมารวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยแหล่งพลังงานจากทั้ง 3 ส่วนจะทำงานเสริมกันในแต่ละช่วงสภาพอากาศที่เรือเผชิญเพื่อให้การเดินทางของเรือ แล่นต่อไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไร้ข้อจำกัด

Anaïs Toro-Engel ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของโครงการนี้ เผยต่อผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจว่า เรือลำนี้เป็นเรือต้นแบบที่เสมือนห้องทดลองลอยน้ำสำหรับการต่อยอดการใช้พลังงาน “ไฮโดรเจน” ซึ่งเธอกล่าวว่า ไฮโดรเจนถือเป็นพลังงานหมุนเวียหลักที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการต่อยอดเทคโนโลยีการเดินเรือในอนาคตเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างยั่งยืน ทั้งยังไร้ข้อจำกัดในการเติมเชื้อเพลิง ซึ่งนับตั้งแต่เรือออกเดินทางในปี 2017 ข้อจำกัดเดียวของเรือลำนี้คือ อาหารและของใช้จำเป็นสำหรับลูกเรือเท่านั้น

‘ไฮโดรเจน’ หัวใจหลัก เรือพลังงานยั่งยืน

ฌอง-แบปติสต์ ซานเชซ (Jean-Baptiste Sanchez) กัปตันเรือ อธิบายถึงรายละเอียดความน่าสนใจของเรือลำนี้ ซึ่งเรือสามารถผลิตพลังงานด้วยตัวเองใน 3 รูปแบบ ส่วนแรกคือพลังงานแสงอาทิตย์นั้น บริเวณพื้นผิวเรือทุกส่วนเกือบ 165 ตารางเมตร จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในหลายรูปแบบ กระจายทั่วครอบคลุมทุกด้านของลำเรือ โซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่มีลักษณะเฉพาะตัวด้วยการออกแบบให้พื้นผิวแผงโซลาร์เซลล์มีความขรุขระ พร้อมเคลือบสารกันลื่นและออกแบบมาให้ดัดโค้งรับรูปทรงตัวเรือ

โซลาร์เซลล์ที่มีความขรุขระนี้นอกจากจะสะท้อนน้ำทะเลจากผิวแผงโซลาร์เพื่อให้แผงโซลาร์รับพลังงานได้อย่างเต็มที่แล้ว ยังสามารถเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากผิวน้ำได้อีกด้วย ขณะเดียวกันยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์ต้นแบบรุ่นใหม่ในบางส่วนของเรือ ซึ่งถูกออกแบบโดยเฉพาะสำหรับการใช้เป็นแผงโซลาร์เซลล์เพื่อการขับเคลื่อนเรือด้วยระบบไฟฟ้า ด้วยแผงโซลาร์ที่มีอยู่ทั้ง 165 ตร.ม. ทั่วพื้นผิวของเรือ สามารถทำให้เรือมีกำลังการผลิตไฟฟ้าถึง 5.6 กิโลวัตต์ เพียงพอสำหรับการชาร์จแบตเตอร์รี่ Li-Ion

รวมถึงนำพลังงานบางส่วนจากแบตเตอร์ใช้ในระบบการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (Electrolysis) จากส่วนดูดน้ำทะเลใต้ลำเรือ เพื่อใช้ในการผลิตไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นพลังงานขับเคลื่อนหลักของเรือ นอกจากนี้แบตเตอร์ของเรือยังทำหน้าที่คล้ายกับรถยนต์อีวี สำหรับการขับเคลื่อนใบพัดใต้ท้องเรือด้วย

พลังงานลม คือใบเรือที่มีชื่อและดีไซน์ลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า Oceanwings (โอเชียนวิงส์) ได้รับการออกแบบโดยบริษัท VPLP ทำจากวัสดุคอมโพสิตที่ทนทาน ความโดดเด่นใบเรือแบบโอเชียนวิงส์หากเทียบกับเรือใบโดยทั่วไปนั้น จะเต็มไปด้วยสายเคเบิ้ลระโยงระยางสำหรับการยึดเพื่อขึงหรือกางใบเรือขณะแล่นพร้อมรับกระแสลม

ทว่าใบเรือที่เรียกว่า Oceanwings นี้เป็นดีไซน์ที่เรียบง่ายและถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ถูกออกแบบในลักษณะคล้ายกับปีกของเครื่องบิน ติดตั้งบนฐานที่สามารถหมุนได้รอบทิศอย่างอิสระผ่านการควบคุมอัตโนมัติ จากเซ็นเซอร์ลมที่ติดตั้งส่วนบนสุดของเสาใบเรือความสูง 8 เมตร ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถปรับทิศทางใบเรือให้สอดคล้องกับลักษณะลมได้ ช่วยเพิ่มความเร็วขณะแล่นใจกลางมหาสมุทร ทั้งช่วยสร้าง “สมดุล” การใช้พลังงานจากพลังงานโซลาร์และพลังงานไฮโดรเจนในขณะเดินทางระยะทางไกล ผ่านการอ่านค่าพารามิเตอร์เกี่ยวกับแรงลม, ความสูงคลื่น, ความเร็วในการเคลื่อนที่ ซึ่งช่วยกำหนดเส้นทางและความเร็วในการแล่นเรือที่เหมาะสมผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

(Photo by Jack TAYLOR / AFP)

ส่วนสุดท้ายคือ พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของเรือลำนี้คือ ด้วยการสนับสนุนจากโตโยต้าผ่านการใช้เทคโนโลยี Toyota Fuel Cell ทำให้เรือสามารถผลิตและกักเก็บได้เองในรูปแบบไฮโดรเจนที่มาจากน้ำทะเล เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เรือลำนี้แล่นได้ด้วยตัวเองโดยสมบูรณ์ บนเรือมีเครื่องแยกก๊าซไฮโดรเจนจากน้ำทะเล ก๊าซไฮโดรเจนที่ได้จะถูกส่งไปเก็บไว้ในถังเก็บที่อยู่ส่วนทั้งสองข้างเรือทั้งหมด 8 ถัง รวมความจุ 332 ลิตรสามารถเก็บไฮโดรเจนได้ทั้งหมด 63 กก.

(Photo by Jack TAYLOR / AFP)

อย่างไรก็ตาม ฌอง-แบปติสต์ ซานเชซ ยอมรับว่า แม้ไฮโดรเจนจะเป็นหัวใจหลักของพลังงานบนเรือ แต่ก็เป็นความท้าทายใหญ่สำหรับการสร้างเรือ Energy Observer เช่นกันจากน้ำหนักของถังเก็บทั้ง 8 ถัง ซึ่งอาศัยวิศวกรรมต่อเรือชั้นสูงในการดัดแปลงจากเรือแข่ง มาเป็นเรือสำหรับการทดลองด้วยพลังงานไฮโดรเจน ต้องมีการคำนวณที่ซับซ้อนสำหรับการกระจายน้ำหนักและการออกแบบส่วนรองรับถัง รวมถึงส่วนจัดเก็บถังที่ต้องป้องกันการกัดกร่อนจากละอองทะเลเพื่อป้องกันการรั่วไหลที่อาจเกิดอันตรายใหญ่หลวงได้ เนื่องจากไฮโดรเจนถือเป็นหนึ่งในวัตถุไวไฟ ซึ่งจะถือว่าเป็นเรื่องอันตรายอย่างมากหากเกิดไฟไหม้บนเรือกลางทะเล

ย้อนกลับไปในปี 1937 โลกเคยตกตะลึงกับหายนะเรือเหาะฮินเดนเบิร์ก ซึ่งเกิดประกายไฟไหม้อย่างรุนแรงจากไฮโดรเจนมาแล้ว ทีมวิศวกรผู้ออกแบบเรือ Energy Observer จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการจัดเก็บเป็นพิเศษ ซึ่งไม่เพียงต้องคำนึงถึงการบาลานซ์น้ำหนักเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบจากคลื่นลมขณะแล่นกลางทะเลด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกันแล้ว ชุดแบตเตอรี่มีน้ำหนัก 1,400 กก. ซึ่งให้พลังงาน 112 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ในขณะที่ถังเก็บไฮโดรเจนและเซลล์เชื้อเพลิงรวมกันมีน้ำหนักรวม 1,700 กก. ให้พลังงาน 1,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อเทียบกันในแง่น้ำหนัก พลังงานไฮโดรเจนให้พลังงานมากกว่าแบตเตอร์รี่ถึง 7.35 เท่า เป็นข้อได้เปรียบสำหรับการต่อยอดการขับเคลื่อนในอนาคตไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เรือ หรือแม้แต่เครื่องบิน โดยเฉพาะเรือขนส่งสาธารณะที่ใช้โซลาร์และไฮโดรเจนควบคู่กับไป

นักวิจัยไทยสองท่าน ที่สนใจในเทคโนโลยีเรือไฮโดรเจนนี้ ให้ความเห็นต่อประชาชาติธุรกิจว่า สำหรับประเทศไทยการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในภาคส่วนต่างๆ อยู่แล้วสำหรับเรือที่ใช้พลังงานทางเลือกนั้นปัจจุบันมีการให้บริการอยู่แล้ว อาทิ เรือด่วนแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใช้พลังงานอีวี ทีมนักวิจัยไทยยอมรับว่า สำหรับประเทศไทยยังติดปัญหาด้านทุนวิจัยที่สนับสนุนโดยภาครัฐ ต่างจากฝรั่งเศสที่โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาลปารีส ในแง่ของสัดส่วนเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ขณะที่ภาคเอกชนในไทยมีการลงทุนพัฒนาและวิจัยมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันมุ่งเน้นไปในเทรนด์พลังงานอีวีและโซลาร์เซลล์มากกว่า

หนึ่งในนักวิจัยไทยยอมรับว่า แม้พลังงานไฮโดรเจนจะน่าสนใจในแง่การใช้ควบคู่กับการขับเคลื่อนด้วยโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะเรือเฟอร์รี่ หรือเรือด่วนข้ามฟากต่างๆ ทว่าพลังงานไฮโดรเจนยังถือว่าแพงมากสำหรับประเทศไทย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการผลิตและการนำเข้า แต่เชื่อว่าในอนาคตหากภาครัฐสนับสนุนอาจทำให้ไทยสามารถผลิตไฮโดรเจนได้เองและจะมีราคาถูกลง ซึ่งจะถือเป็นส่วนสำคัญของนโยบายด้านพลังงานของไทยที่มุ่งเน้นในเรื่องการลดการใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อสนับสนุนการพึ่งพาตนเองในด้านพลังงาน

ทูตสิ่งแวดล้อม

เรือลำนี้มีภารกิจเดินทางรอบโลกภายใน 7 ปี ภายใต้การสนับสนุนของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส โดยเรือยังมีสถานะเสมือน “ทูตสิ่งแวดล้อม” ที่นอกเหนือจากห้องทดลองด้านพลังงานกลางทะเล โดยจะแวะเทียบท่าตามประเทศต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูลจัดทำสื่อสร้างความตระหนักรู้ เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่เรือลำนี้แล่นออกจากฝรั่งเศสเมื่อปี 2017 แวะเทียบท่ามาแล้ว 71 ครั้งใน 40 ประเทศ ก่อนจะมาถึงไทย มีกำหนดเดินทางรอบโลกเป็นเวลา 6 ปี จนถึง 2022 ตั้งเป้าเยือน 50 ประเทศ และท่าเรือ 101 แห่ง รวมถึงท่าเรือประวัติศาสตร์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ ระบบนิเวศที่ใกล้สูญพันธุ์

(Photo by Jack TAYLOR / AFP)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พลังงาน