บันทึก “ความทรงจำ” รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ร.9

งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี เพราะในงานนอกจากจะมีหนังสือทั่วไปแล้ว ยังเป็นงานที่รวมเอาสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิดที่มีพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผ่านภาพและตัวหนังสือตลอดกว่า 7 ทศวรรษ ที่ผ่านมา

โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ประกาศความพร้อมจัด “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 (Book Expo Thailand 2017)” ในระหว่างวันพุธที่ 18-วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 (12 วัน) ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ได้ชูไฮไลต์นิทรรศการ “ความทรงจำ” นำเสนอพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผ่านหนังสือที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์กว่า 7 ทศวรรษ ดังพระบรมราโชวาท ว่า หนังสือนั้นเป็น “สิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้” พร้อมเสวนาหัวข้อ “๙ วัน ๙ ความทรงจำ ธ สถิตอยู่ในใจไทยนิรันดร์”

สำหรับนิทรรศการที่น่าสนใจได้แก่ นิทรรศการ 100 Annual Book and Cover Design 2017, นิทรรศการ “ขอบฟ้าขลิบทอง… ส่องทางเรา กวี-ชีวิต-อุชเชนี”, การจำหน่ายของที่ระลึก “ที่คั่นหนังสือแห่งความทรงจำ” ออกแบบเป็นพิเศษ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้โรงพยาบาลศิริราช, การจำหน่ายตราไปรษณียากรชุดพิเศษ โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมายตลอด 12 วัน

“สุชาดา สหัสกุล” นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 (Book Expo Thailand 2017)” ถือเป็นงานแสดงหนังสือระดับชาติที่ได้รับความสนใจและรอคอยจากบรรดาคนรักการอ่านมาตลอด โดยเริ่มจากการเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ผ่านโลโก้ใหม่ของ PUBAT ให้สอดคล้องกับนโยบาย PUBAT 4.0 ในรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย มีความเป็นสากล ทันสมัยและเป็นมิตรกับทุกคน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องของคนทุกเพศทุกวัย ทุกกลุ่มอาชีพ และทุกคนในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายและกิจกรรมของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ที่จะส่งเสริมให้เกิดการอ่าน รณรงค์ให้คนไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอ่าน และส่งเสริมให้อ่านหนังสืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้สำนักพิมพ์และผู้เกี่ยวข้อง เกิดความตื่นตัว ปรับปรุงและพัฒนาการผลิตหนังสือให้มีคุณภาพ มีความหลากหลาย เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยการอ่านจะเป็นรากฐานสำคัญนำไปสู่การพัฒนาประเทศในทุกด้าน

มหกรรมหนังสือครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความทรงจำ” ซึ่งเชื่อมโยงกับนิทรรศการหลักของงานคือ “ความทรงจำ” โดยการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมศิลปากร และสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำหนังสือ ประสานความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน อาทิ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชมรมบรรณาธิการไทย กสทช. มิวเซียมสยาม

โครงการสารานุกรมไทย และสำนักพิมพ์ต่าง ๆ โดยทุกฝ่ายร่วมกันทำงาน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการหนังสือของไทย ผ่านหนังสือพระราชนิพนธ์ และหนังสือที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ ด้วยความตระหนักว่า หนังสือเป็น “สิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้”

“สำหรับไฮไลต์ของนิทรรศการความทรงจำ ในส่วนที่เปิดเผยได้รับความอนุเคราะห์จาก “ไพศาลย์ เปี่ยมเมตตาวัฒน์” นักสะสมหนังสือและภาพโบราณ จะนำ นิตยสาร “วงวรรณคดี” ฉบับเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2490 ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตพิเศษให้ตีพิมพ์ พระราชนิพนธ์เรื่อง “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิทเซอร์แลนด์” ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์เรื่องแรกเมื่อทรงขึ้นครองราชย์มาจัดแสดงร่วมกับหนังสือพระราชนิพนธ์เล่มอื่น ๆ หนังสือที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอด 7 ทศวรรษในรัชสมัยของพระองค์ นอกจากนี้ยังมีสิ่งพิมพ์และของที่ระลึกต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นหลังวันสวรรคต 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่รวบรวมหนังสือและสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแสดงให้ชมมากที่สุดอีกด้วย” นางสุชาดากล่าว

ไม่เพียงแค่เป็นสิ่งของล้ำค่าที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม แต่ยังเป็นสิ่งของหายากที่บางอย่างหาไม่ได้อีกแล้ว มีแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีหนังสือออกใหม่ที่น่าสนใจอีกเป็นจำนวนมากให้เลือกสะสมกันอีกมากมาย โดยเฉพาะในบูทของสำนักพิมพ์มติชน ที่จัดทำหนังสือฉบับพิเศษถึง 3 เล่ม ได้แก่


1.สู่ฟ้าเสวยสวรรค์ บันทึกประวัติศาสตร์ “ศิลปกรรมล้ำเลิศแห่งยุคสมัย” พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เครือมติชนรวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่รังสรรค์งานไปประดับพระเมรุมาศ ที่จะทำให้ชาวไทยทราบถึงความหมายและคติต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังของพระเมรุมาศ

2.งานพระเมรุ ศิลปสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเกี่ยวเนื่อง รวบรวมบทความจากนักวิชาการ, นักประวัติศาสตร์ 14 คน “งานพระเมรุ” พิธีกรรมสำหรับส่งผู้วายชนม์ไปสู่ภพภูมิใหม่ ซึ่งคติความเชื่อดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นแค่วัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น หากแต่พบอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งอุษาคเนย์ หนังสือเล่มนี้รวบรวมคติความเชื่อ รูปแบบสถาปัตยกรรม และพระราชพิธีต่าง ๆ นับแต่สุวรรณภูมิกระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

3.ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต รศ.นพ.เอกชัย โควาวิสารัช ผู้เขียน เป็นเรื่องราวเมื่อคราวสวรรคตของกษัตริย์ ราชินี หรือเจ้านายชั้นสูง มักจะมีเอกสารชั้นต้นพรรณนาถึงพระอาการเบื้องต้น ผู้เขียนได้ใช้ความรู้ทางการแพทย์มาวินิจฉัยพระอาการ จนนำไปสู่การไขปริศนาว่าเกิดจากพระโรค ปลงพระชนม์ หรือแม้กระทั่งยาพิษ ยกกรณีสวรรคตของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาบางพระองค์ และสมัยยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-7

งานมหกรรมหนังสือปีนี้เป็นหนึ่งในงานที่คนไทยจะได้ร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเป็นงานที่จะได้เก็บสะสมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ รวมถึงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน ในรูปแบบสิ่งพิมพ์เพื่อส่งต่อภาพและข้อความไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานสืบต่อกันไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ