เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AIA จับมือไวทัลไลฟ์ เจาะลูกค้าสินทรัพย์สูง ชู Longevity เริ่มบริการ ม.ค. 2570
Finance AIA จับมือไวทัลไลฟ์ เจาะลูกค้าสินทรัพย์สูง ชู Longevity เริ่มบริการ ม.ค. 2570
สุญญากาศ กสทช. จบแล้ว? บอร์ด จับตาศาลฯ ชี้ชะตา นพ.สรณ
Tech สุญญากาศ กสทช. จบแล้ว? บอร์ด จับตาศาลฯ ชี้ชะตา นพ.สรณ
เตรียมปลุกรันเวย์  “ELLE FASHION WEEK 2026” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม
Biz Movement เตรียมปลุกรันเวย์  “ELLE FASHION WEEK 2026” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม
‘ซักเคอร์เบิร์ก’ รวยเพิ่ม 8.3 แสนล้าน รับเทคโนโลยีใหม่ ก่อนงาน Meta Connect
Business ‘ซักเคอร์เบิร์ก’ รวยเพิ่ม 8.3 แสนล้าน รับเทคโนโลยีใหม่ ก่อนงาน Meta Connect
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,100 บาท
ทุ่ม 390 ล้าน ผุดสะพานต่างระดับ แก้รถติด ลดอุบัติเหตุ คลองหลวง ปทุมธานี เสร็จปี’72
Economic ทุ่ม 390 ล้าน ผุดสะพานต่างระดับ แก้รถติด ลดอุบัติเหตุ คลองหลวง ปทุมธานี เสร็จปี’72
5 กระทรวง พท. จ่อของบ ‘พ.ร.ก.เงินกู้’ พัฒนาทักษะรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Politics 5 กระทรวง พท. จ่อของบ ‘พ.ร.ก.เงินกู้’ พัฒนาทักษะรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน
SAWAD แจกปันผลระหว่างกาล 0.35 บาท จ่าย 581.53 ล้าน ขึ้น XD 6 ต.ค.
Finance SAWAD แจกปันผลระหว่างกาล 0.35 บาท จ่าย 581.53 ล้าน ขึ้น XD 6 ต.ค.
บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ อุ้ม SMEs ครั้งแรกค้ำประกัน ‘น็อนแบงก์-Virtual Bank’
Finance บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ อุ้ม SMEs ครั้งแรกค้ำประกัน ‘น็อนแบงก์-Virtual Bank’
ปิดฉาก…โยกย้ายคลังจบเกมวัดพลังตั้ง ‘อธิบดีสรรพากร’
Finance ปิดฉาก…โยกย้ายคลังจบเกมวัดพลังตั้ง ‘อธิบดีสรรพากร’
ดูทั้งหมด

โอกาสตลาด “เวียดนาม” ขยายตัวสูงสุดในอาเซียน 5 ปีซ้อน

26 ก.ย. 2563 | 10:23น.
ตลาดเวียดนาม
คอลัมน์ นอกรอบ
ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

เวียดนามเป็นประเทศที่ขยายตัวอย่างสูงที่สุดในเอเชียช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.8% ต่อปี และที่สำคัญคือ คาดว่าจะเป็นประเทศที่มีการขยายตัวกลุ่มชนชั้นกลาง (รายได้ระดับปานกลาง) ที่รวดเร็วที่สุดในเอเชีย (มีรายได้ 714 เหรียญสหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 22,000 บาทต่อเดือน) โดยนีลเส็น กรุ๊ปได้ประเมินว่ากลุ่มชนชั้นกลางในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นเป็น 44 ล้านคนในปี 2020 และเพิ่มเป็น 95 ล้านคนในปี 2030

ดังนั้น นอกจากเวียดนามจะเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจ เพราะมีแรงงานต้นทุนต่ำ ทำให้มีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพื่อใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกแห่งใหม่ในเอเชีย ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า บรรจุภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า แนวโน้มการเติบโตของตลาดภายในประเทศและกำลังซื้อของประชากรที่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เวียดนามมีความน่าสนใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น

ปัจจัยเกื้อหนุนให้ตลาดภายในประเทศเวียดนามมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว คือ

1.ประชากรที่มีขนาดใหญ่และอายุน้อย เวียดนามเป็นประเทศที่มีประชากร 97 ล้านคน ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย (270 ล้านคน) และฟิลิปปินส์ (109 ล้านคน) และอายุเฉลี่ยของประชากรยังอยู่ในระดับต่ำ 31 ปี (ไทยอายุเฉลี่ย 38 ปี) นอกจากนี้ ประชากรวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 25-49 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่มีการเพิ่มของรายได้และการใช้จ่ายสูงมีมากถึงร้อยละ 60 ของจำนวนกำลังแรงงาน ดังนั้น ด้วยขนาดของประชากรและโครงสร้างอายุที่มีสัดส่วนของประชากรที่อายุน้อย และอยู่ในกำลังแรงงานจำนวนมาก ทำให้ตลาดภายในประเทศมีโอกาสเติบโตได้สูง

2.การเติบโตของรายได้ในกลุ่มประเทศอาเซียน 6 ประเทศ เวียดนามเป็นประเทศที่มีระดับรายได้ต่อหัวต่ำที่สุด คือ 1,900 เหรียญสหรัฐ แต่หากดูจากอัตราการขยายตัวของรายได้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่ระดับร้อยละ 11 ต่อปี เป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดในภูมิภาค (สูงกว่าจีนและอินเดียด้วย) จากการที่เวียดนามเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ ทั้งที่ย้ายฐานการผลิตจากจีน เนื่องจากสงครามการค้า (จีนและสหรัฐ) มีความน่าสนใจจากความได้เปรียบในด้านต้นทุนแรงงาน

ทำให้การขยายตัวของการลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาในเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยยูโรมอนิเตอร์คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของรายได้ในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเท่ากับร้อยละ 8 ต่อปี ซึ่งจะทำให้กำลังซื้อของประชากรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

3.การขยายตัวของความเจริญของเมือง ตั้งแต่ปี 1995 ประชากรโดยรวมเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี โดยประชากรในเขตเมืองโตขึ้นร้อยละ 4 ต่อปี ทำให้สัดส่วนของประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21 ในปี 1995 เป็นร้อยละ 36 ในปี 2018 ธนาคารโลกประเมินว่าอัตราการเพิ่มของประชากรในเขตเมืองจะโตได้ร้อยละ 3.5% ในช่วง 5-6 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

นอกจากนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาแรงงานได้มีการเปลี่ยนโครงสร้างใน 2 ส่วน คือ จากภาคเกษตรมาสู่ภาคอุตสาหกรรม (ค่าจ้างเฉลี่ยในภาคอุตสาหกรรมสูงกว่าภาคเกษตรถึง 50%) และจากแรงงานนอกระบบมาสู่แรงงานในระบบ (ลูกจ้างหรือพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือน) ซึ่งทำให้มีรายได้ประจำ และมีสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำลังซื้อเพิ่มสูงขึ้น

4.การเข้าถึงบริการทางการเงิน แม้ว่าปัจจุบันเวียดนามยังเป็นสังคมที่มีการใช้เงินสดในระดับสูง โดยอัตราการมีบัตรเครดิตในเวียดนามยังอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 6 คือ ประชากร 1,000 คนมีบัตรเครดิตเพียง 65 ใบ แต่โอกาสในการเติบโตยังคงมีสูง เมื่อภาคการเงินมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและรายได้ของประชากร จะทำให้ประชากรสามารถเข้าถึงบริการการเงินได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนชั้นกลางที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

5.รูปแบบการบริโภคที่จะปรับเปลี่ยน ปัจจุบันจะเห็นว่ารูปแบบการบริโภคหรือซื้อสินค้าของคนเวียดนามนั้น ยังมีความแตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา โดยการใช้จ่ายกว่าร้อยละ 50 เป็นการซื้อสินค้าในกลุ่มเพื่อการบริโภค (สหรัฐอยู่ที่ 8% และจีน 36%) หากรายได้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รูปแบบการบริโภคก็จะปรับเปลี่ยนโดยจะใช้จ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็นหรือสินค้าฟุ่มเฟือยอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ สันทนาการ รถยนต์ และการศึกษา เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ นอกรอบ