เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET วันนี้ลุ้นรีบาวด์ โฟลว์ขายชะลอ-ดอกเบี้ยคลาย ชู DELTA-HANA-KCE
Finance SET วันนี้ลุ้นรีบาวด์ โฟลว์ขายชะลอ-ดอกเบี้ยคลาย ชู DELTA-HANA-KCE
‘อนุทิน’ จี้​สัปดาห์นี้คิกออฟจ่ายเยียวยาน้ำท่วม หลัง 4.7 พันล้านถึงมือออมสิน
Politics ‘อนุทิน’ จี้​สัปดาห์นี้คิกออฟจ่ายเยียวยาน้ำท่วม หลัง 4.7 พันล้านถึงมือออมสิน
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 66,950 บาท
เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
World เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดูทั้งหมด

มองจากมุม ธนาคารโลก กำหนดราคาคาร์บอนเพื่อสิ่งแวดล้อม

25 ธ.ค. 2566 | 16:01น.

กล่าวกันว่า หนึ่งในแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทั่วโลกกำลังพยายามผลักดันคือ แนวคิดการกำหนดราคาคาร์บอน (carbon pricing) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกันทั่วโลกตามยุโรปที่เริ่มมาก่อนหน้านี้ ซึ่งการกำหนดราคาคาร์บอนคือการพยายามคิดต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยประมาณจากต้นทุนที่ทำให้พืชพันธุ์เสียหาย ต้นทุนทางด้านสุขภาพจากการที่เกิดคลื่นความร้อนและความแห้งแล้ง การสูญเสียที่ดินเนื่องจากน้ำท่วมและระดับน้ำทะเลขึ้นสูง

ปัจจุบันกว่า 30 ประเทศทั่วโลกเริ่มเก็บภาษีคาร์บอนอย่างเป็นทางการ ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศแถบทวีปยุโรป ส่วนในเอเชียมีญี่ปุ่น, สิงคโปร์ ฯลฯ ซึ่งระบบภาษีคาร์บอนที่บังคับใช้ยังคงมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ทั้งข้อกำหนดอัตราภาษีต่าง ๆ

สำหรับประเทศไทย เริ่มนําแนวคิดการจัดเก็บภาษีคาร์บอนมาใช้ ผ่านการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรรถยนต์ ตามกฎกระทรวงกําหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 โดยเป็นการจัดเก็บภาษีคาร์บอนทางอ้อมจากเชื้อเพลิงฟอสซิล อ้างอิงตามปริมาณคาร์บอนที่ได้จากการเผาไหม้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการจัดเก็บในรูปแบบอื่น ๆ

ทั้งนี้ ธนาคารโลกในประเทศไทยระบุว่า การก้าวไปสู่เส้นทางการเติบโตเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำจะสามารถช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในด้านการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน โดยการกำหนดราคาคาร์บอน การยกเลิกมาตรการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงฟอสซิล ร่วมกับนโยบายเสริมอื่น ๆ สามารถใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้

ดร.มุฐุกุมาร เอส.มณี
ดร.มุฐุกุมาร เอส.มณี

“ดร.มุฐุกุมาร เอส.มณี” ผู้นำนักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมประจำประเทศไทยจากธนาคารโลก กล่าวว่า ประเทศไทยมีเจตนารมณ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยในปี พ.ศ. 2565 ปรับปรุงการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution-NDC)

เพื่อเพิ่มเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 30 (เมื่อเทียบกับค่าพื้นฐาน) ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608

อย่างไรก็ดี เป้าหมายดังกล่าวยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่กำหนด อาทิ กัมพูชา (ภายในปี พ.ศ. 2593) อินโดนีเซีย (พ.ศ. 2603) สปป.ลาว (พ.ศ.2593) มาเลเซีย (พ.ศ. 2593) สิงคโปร์ (พ.ศ. 2593) และเวียดนาม (พ.ศ. 2593) ซึ่งนับเป็นความท้าทายของประเทศไทยที่มีแผนพลังงานชาติสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ และกำหนดแนวทางในการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคพลังงาน

ได้แก่ แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ, แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และแผนอนุรักษ์พลังงาน ทั้งหมดนี้กำหนดเป้าหมายเฉพาะสำหรับการผลิตพลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการลดความเข้มข้นของพลังงาน

“ดร.มุฐุกุมาร” กล่าวต่อว่า นอกจากแผนดังกล่าว ธนาคารโลกมองว่าหนึ่งในปัจจัยหรือแนวทางที่จะสนับสนุนให้ไปถึงจุดหมายการลดก๊าซเรือนกระจกคือ การกำหนดราคาคาร์บอน ซึ่งหมายถึงการใช้มาตรการใดมาตรการหนึ่งที่ส่งผลโดยตรงให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีต้นทุนหรือราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ โดยหลัก ๆ มีสองแนวทางคือ การเก็บภาษีคาร์บอน และระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Trading Systems – ETS)

โดยการเก็บภาษีคาร์บอนคือการเก็บภาษีกับอุตสาหกรรม ภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีกระบวนการผลิต และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา รัฐบาลสามารถกำหนดเป็นอัตราภาษีต่อปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่เกิดขึ้น โดยเงินที่เก็บได้สามารถเป็นงบส่วนกลางเพื่อนำไปพัฒนาหรือสนับสนุนนโยบายด้านอื่น ๆ ของประเทศได้ ทั้งการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน การใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศ

ส่วนระบบซื้อขายที่เรียกว่า ETS เป็นกลไกทางการตลาดรูปแบบหนึ่ง รัฐอาจกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และจัดสรรสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรูปของใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกแก่ผู้ผลิต ถ้าผู้ผลิตรายใดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าจำนวนในใบอนุญาต ก็สามารถนำใบอนุญาตที่เหลือไปขายต่อได้

หรือถ้าผู้ผลิตรายใดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเกินโควตาที่ได้รับ ก็ต้องซื้อใบอนุญาตต่อจากผู้ผลิตรายอื่น เกิดการซื้อขายขึ้น (Trade) เป็นระบบจำกัดปริมาณแล้วแลกเปลี่ยน ถ้ามีการจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซน้อยหรือมีความต้องการซื้อใบอนุญาตสูง ราคาใบอนุญาตจะสูงขึ้นตามหลักอุปสงค์อุปทาน

“ทั้งสองแนวทางมีความซับซ้อน มีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป ภาษีคาร์บอนดำเนินการง่าย และไม่ต้องมีการพัฒนาเชิงสถาบันมากนัก แต่ถึงอย่างนั้น ธนาคารโลกมองว่า ETS มีความเป็นไปได้มากกว่า เพราะถ้าเราอยากช่วยกันลดปริมาณปล่อยก๊าซ ก็จะมีการจำกัดปริมาณการปล่อยที่ชัดเจน ว่าอุตสาหกรรมนี้ควรปล่อยไม่เกินเท่าไหร่ ซึ่งไทยเองดำเนินการเรื่องตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจมาแล้วตั้งแต่ปี 2558 สามารถต่อยอดได้”

“ผมมองว่า ETS มีแนวโน้มน่าจูงใจมากกว่า เพราะเรายังไม่รู้ว่าถ้าเก็บภาษีคาร์บอน จะตั้งราคาที่เท่าไหร่ ถ้าตั้งราคาไว้ต่ำเกินไป แล้วปริมาณปล่อยก๊าซไม่ลดลง ก็จะไม่เกิดผล และอาจจะมีคำถามต่อไปว่า รายได้ที่จัดเก็บจากภาษีคาร์บอนจะเอาไปทำอะไรบ้าง แต่ถ้าอยากสร้างรายได้จากคาร์บอน ก็ต้องเป็นการจัดเก็บภาษี ดังนั้นไทยต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน”

“ดร.มุฐุกุมาร” กล่าวอีกว่า การกำหนดราคา และภาษีคาร์บอนเมื่อดูเป้าหมาย NDC 2030 (พ.ศ. 2573) ผลการประมาณการจากแบบจำลองชี้ให้เห็นว่าราคาคาร์บอนเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมากได้ ซึ่งราคาที่ตั้งตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 21 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอน ซึ่งเป็นราคาเดียวกันกับที่เกาหลี และสหรัฐอเมริกา

แต่ถ้าเราเทียบสถานการณ์ ผลกระทบต่าง ๆ ถ้าหากมุ่งมั่นจะลดปล่อยก๊าซมากขึ้น อาจจะตั้งราคาไว้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ 41 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอน ในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ.2573) จนถึง 137 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอนปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ. 2583) เป็นต้น แต่ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตัวเลขอาจจะสูง แต่เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปอาจจะนิ่ง และลดลงในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเลือกสาขาที่ครอบคลุมโดยการกำหนดราคาคาร์บอนเป็นสิ่งสำคัญ การกำหนดราคาคาร์บอนมีประสิทธิภาพในสาขาที่มีทางเลือกด้านเทคโนโลยี เพื่อรองรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผู้ควบคุมและกำหนดกลไกตลาดตระหนักถึงต้นทุนที่กำหนดจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลตามราคาคาร์บอน

“การกำหนดราคาคาร์บอนจะไม่มีประสิทธิภาพต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากไม่มีทางเลือกด้านเทคโนโลยีการถูกกีดกันจากปัจจัยด้านกฎระเบียบหรือสถาบัน หรือผู้มีส่วนร่วมในตลาดไม่ทราบถึงข้อจำกัดเหล่านี้ ดังนั้น การกำหนดราคาคาร์บอนเข้ากับนโยบายอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำมาใช้จึงมีบทบาทสำคัญ”

“ดร.มุฐุกุมาร” กล่าวย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพิจารณาบทบาทของการกำหนดราคาคาร์บอน เพื่อให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย เส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของไทย และบทบาทของการกำหนดราคาคาร์บอนของธนาคารโลกพบว่าไทยดำเนินการตามขั้นตอนที่ยากที่สุดในการจัดทำเครื่องมือการกำหนดราคาคาร์บอนที่ครอบคลุมแล้ว แต่ยังเผชิญกับความซับซ้อนบางประการเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ

คำถามสำคัญที่ต้องได้รับการพิจารณาว่าประเทศไทยควรจะกำหนดราคาคาร์บอนในรูปแบบใด และสาขาเศรษฐกิจใดที่ควรรวมอยู่ในโครงการกำหนดราคาคาร์บอน ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการกำหนดราคาคาร์บอนอาจมีอยู่อย่างมาก

เนื่องจากการกำหนดราคาคาร์บอนมีแนวโน้มที่จะมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต ลดความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางอากาศ ขณะเดียวกันทำให้ไทยเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในด้านการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

สุดท้ายแล้วธนาคารโลกมองว่ารายได้ที่เกิดจากการกำหนดราคาคาร์บอนสามารถนำไปใช้เป็นเงินทุนสนับสนุนนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศอื่น ๆ หรือการใช้จ่ายสาธารณะ เช่น ราคาคาร์บอนอาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้านสาธารณสุขของไทย ที่ส่วนใหญ่เป็นการใช้งบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ

ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีการแก้ไขพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2567 ประโยชน์ที่ตามมายังช่วยบรรเทาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศ อันจะส่งผลต่อสุขภาพของคนไทย ลดปริมาณผู้ป่วยในสถานพยาบาล และลดงบประมาณที่ใช้จ่ายด้านสาธารณสุขลงได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คาร์บอน สิ่งแวดล้อม