เข้มปล่อยสินเชื่อ ทุบยอดผลิตขายรถในประเทศ มีนาคม 2567 หด 40%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์

“สุรพงษ์” รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ (ส.อ.ท.) เผย เดือนมีนาคม 2567 ผลิตรถยนต์ 138,331 คัน ลดลง 23.08% ขายในประเทศ 56,099 คัน ลดลง 29.83% ส่งออก 95,089 คัน ลดลง 3.35% เหตุการปล่อยสินเชื่อเข้ม คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว ขณะที่ ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1,226 คัน เพิ่มขึ้น 2,965% ขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 4,615 คัน ลดลง 28.38%

วันที่ 25 เมษายน 2567 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมีนาคม 2567 พบว่า ยอดการผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมีนาคม 2567 มีทั้งสิ้น 138,331 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 23.08%

ทั้งนี้ เป็นการลดลงจากการผลิตขายในประเทศลดลง 41.01% จากการผลิตรถกระบะและรถยนต์นั่งที่ลดลงตามยอดขายในประเทศที่ลดลงจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน รวมไปถึงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังไม่มาก เพราะโรงงานผลิตรถยนต์บางบริษัทยังไม่พร้อม ซึ่งคาดว่าการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2567 อยู่ที่ 3.47%

ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ 3 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-มีนาคม) มีจำนวนทั้งสิ้น 414,123 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.45% แต่อย่างไรก็ดียังคงเป้าหมายเดิมในการผลิตรถยนต์อยู่ที่ 1.9 ล้านคันทการส่งออกอยู่ที่ 1.1 ล้านคัน และขายในประเทศ 7.5 ล้านคัน แต่อย่างไรก็ ต้องจับตายอดขายในประเทศที่ลดลงจากมาตรการเข้มงวด แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังจากงบงบประมาณที่เบิกจ่ายได้ จะส่งผลกระตุ้นยอดซื้อขายและการผลิตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ขณะที่ รถยนต์ผลิตเพื่อส่งออกเดือนมีนาคม 2567 ผลิตได้ 91,808 คัน เท่ากับ 66.37% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.09% ส่งผลให้ 3 เดือนแรก (เดือนมกราคม-มีนาคม 2567) ผลิตเพื่อส่งออกได้ 273,680 คัน เท่ากับ 66.09% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2566 ระยะเวลาเดียวกัน 5.02%

Advertisment

ส่วนการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนมีนาคม 2567 ผลิตได้ 46,523 คัน เท่ากับ 33.63% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 41.01% และ 3 เดือรแรก (เดือนมกราคม-มีนาคม 2567) ผลิตได้ 140,443 คัน เท่ากับ 33.91% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 36.06%

อย่างไรก็ดี พบว่ายอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมีนาคม 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 56,099 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2567 อยู่ที่ 6.16% และลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 29.83% ลดลงจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินจากหนี้ครัวเรือนที่สูงมากและเศรษฐกิจที่อ่อนแอ เพราะความล่าช้าของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้าไปหลายเดือน ทำให้การใช้จ่าย การลงทุน และการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชะลอตัวไปด้วย ซึ่งคาดว่าครึ่งปีหลังยอดขายรถยนต์จะดีขึ้นจากการใช้จ่าย การลงทุนและการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลร่วมกับการลงทุนของเอกชนและการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นมากกว่า 33 ล้านคน

ขณะที่ ยอดขาย 3 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2567 รถยนต์มียอดขาย 163,756 คัน ลดลงจากปี 2566 ในระยะเวลาเดียวกัน 24.56%

ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนมีนาคม 2567 ส่งออกได้ 95,089 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 7.18% และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.35% แยกเป็นรถยนต์สันดาปภายใน ICE 90,201 คัน ลดลงจากปี 2566 อยู่ที่  7.76% ส่งออกรถยนต์ HEV 4,888 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 อยูที่ 728.47 แต่ส่งออกยังคงแข็งแกร่งตามยอดขายของประเทศคู่ค้าที่ยังเติบโต เช่น ประเทศออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก สหราชอาณาจักร เป็นต้น

Advertisment

อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดเพราะอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์ มูลค่าการส่งออก 67,926.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2566 อยู่ที่ 12%

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมีนาคม 2567 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 86,963.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2566 อยู่ที่ 3.46

ทั้งนี้ 3 เดือนแรก (เดือนมกราคม-มีนาคม 2567) ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 270,525 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกัน 1.16% แยกเป็นรถยนต์สันดาปภายใน ICE 253,608 คัน ลดลงจากปี 2566 อยู่ที่ 6.62% ส่งออกรถยนต์ HEV 16,917 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 อยู่ที่ 698.35% มูลค่าการส่งออก 189,154.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 อยู่ที่ 12.51%

รถไฟฟ้า

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนมีนาคม 2567 เดือนมีนาคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 7,436 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคมปีที่แล้ว 15.59%

เดือนมกราคม-มีนาคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 29,714 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มีนาคมปีที่แล้ว 41.15 %

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนมีนาคม 2567

เดือนมีนาคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 11,980 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมปีที่แล้ว 35.70%

เดือนมกราคม-มีนาคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 38,114 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-มีนาคมปีที่แล้ว 55.97%

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนมีนาคม 2567

เดือนมีนาคม 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 876 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคมปีที่แล้ว 25.64%

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 161,352 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 203.94%

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 381,400 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 34.35%

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 56,644 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 23.78%